วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
4 มีนาคม 2569 กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วอย่างน้อย 1,700 จุด ภายใต้ปฏิบัติการ “Epic Fury” ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็น 787 ราย รวมถึงนักเรียนหญิง 176 คนจากเหตุโจมตีโรงเรียนในเมืองมินาบ
United States Central Command (CENTCOM) เผยแพร่เอกสารสรุปความคืบหน้าปฏิบัติการ ระบุว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายเพิ่มเติมอีกประมาณ 700 แห่ง ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,700 แห่ง โดยมีการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่เข้าร่วมเสริมกำลัง
เป้าหมายที่ถูกโจมตีครอบคลุมฐานยิงขีปนาวุธ เรือรบ เรือดำน้ำ และศูนย์บัญชาการต่าง ๆ โดย CENTCOM ระบุว่า ให้ความสำคัญกับภัยคุกคามเร่งด่วนเป็นอันดับแรก
ด้าน Iranian Red Crescent Society ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 787 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงนักเรียนหญิง 176 คน หลังโรงเรียนของพวกเธอในเมืองมินาบถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งระบุว่า มีโรงพยาบาลอย่างน้อย 9 แห่งตกเป็นเป้าการโจมตี และกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลจงใจมุ่งเป้าสถานพยาบาล
อย่างไรก็ตาม Israel Defense Forces ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีโรงพยาบาลคานธีในกรุงเตหะราน โดยระบุว่าไม่ได้มีเป้าหมายที่โรงพยาบาล ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาทั้งสองประเทศว่าร่วมกันโจมตีสถานพยาบาลดังกล่าว
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาวว่า โครงสร้างด้านความมั่นคงของอิหร่านถูกทำลายอย่างหนัก ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 และ S-400 ฐานยิงขีปนาวุธพิสัยไกล รวมถึงโรงงานผลิตโดรนส่วนใหญ่ ภายในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คำกล่าวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของ Institute for Science and International Security ที่ระบุว่า โรงงานนิวเคลียร์ในเมืองนาทันซ์ถูกโจมตีจนไม่สามารถใช้งานได้ โดยทรัมป์ย้ำว่า อิหร่านจะไม่มีวันได้เห็นอาวุธนิวเคลียร์อีก และกล่าวว่าประชาชนอิหร่านกำลังจะมี “โอกาสครั้งใหม่”
ในด้านเศรษฐกิจ หลังอิหร่านประกาศปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ พร้อมส่งเรือพิฆาตและเรือบรรทุกเครื่องบินคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า เพื่อไม่ให้เส้นทางพลังงานของโลกถูกปิดกั้น
ก่อนหน้านี้ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ขู่จะยิงและเผาเรือทุกลำที่พยายามผ่านช่องแคบดังกล่าว ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบลำต้องทอดสมอรออยู่ด้านนอก และราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นทางผ่านของน้ำมันราว 20% ของโลก แม้ทรัมป์ยอมรับว่าราคาพลังงานระยะสั้นอาจพุ่งสูงขึ้น แต่เชื่อว่าจะลดลงเมื่อปฏิบัติการสิ้นสุด
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในภูมิภาคยังขยายวง เมื่ออิสราเอลและกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอน ยิงขีปนาวุธตอบโต้กันต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต การปะทะดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 ราย และประชาชนอย่างน้อย 30,000 คนต้องพลัดถิ่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี