ครบ7วันลุยโจมตีอิหร่าน ‘ทรัมป’กร้าว! จี้ยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข อิสราเอลไล่บึ้มสนามบิน

ครบ7วันลุยโจมตีอิหร่าน ‘ทรัมป’กร้าว! จี้ยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข อิสราเอลไล่บึ้มสนามบิน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ครบ7วันลุยโจมตีอิหร่าน
‘ทรัมป’กร้าว!
จี้ยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข
อิสราเอลไล่บึ้มสนามบิน
‘ปูติน’เตือนหยุดรุกราน
ต้องยุติการสู้รบในทันที

สหรัฐ-อิสราเอล ยังโจมตีเตหะรานและหลายเมืองในอิหร่าน ระลอกใหม่ หลังกินโต๊ะครบ 1 สัปดาห์ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข ให้สัญญาว่า หากมีการเปลี่ยนผู้นำที่เหมาะสม สหรัฐฯและพันธมิตร จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของอิหร่านให้กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม ปธน.ปูติน ของรัสเซียออกโรงเตือนยุติสงคราม

สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงาน สนามบินเมห์ราบัดในเตหะรานถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก หลังจากอิสราเอลประกาศ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่วานนี้ (7 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันครบ 1 สัปดาห์สงครามอิหร่าน กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่แบบวงกว้าง พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและจุดยุทธศาสตร์ในกรุงเทหะราน พยานในพื้นที่และคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็น เครื่องบินพาณิชย์อย่างน้อย 1-2 ลำกำลังลุกไหม้อยู่บนลานจอด หลังจากเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้ง ซึ่งส่งกลุ่มควันสีดำหนาทึบปกคลุมน่านฟ้าทางตะวันตกของเมือง สำนักกข่าวไออาร์เอ็นเอของรัฐบาลอิหร่าน ระบุว่าเป้าหมายที่ถูกโจมตีคือศูนย์กลางทางการทหาร ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบิน อย่างไรก็ตาม ความเสียหายได้ลุกลามไปยังส่วนที่เป็นพื้นที่พลเรือนของสนามบินด้วย


ประเคนขีปนาวุธเพียบ

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลรายงาน อิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกใส่กรุงเทลอาวิฟของอิสราเอลในวันเดียวกัน ทำให้อิสราเอลยิงขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศขึ้นสกัด เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหลายครั้งในกรุงเทลอาวิฟ ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลได้ยิงสกัดขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่าน บริเวณเหนือนครเยรูซาเล็ม และเมืองเฮบรอนในเขตเวสต์แบงก์ด้วย

ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่าตลอดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยืนยันว่าได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 3,000 จุด ภายในเวลาเพียง 7 วัน โดยเน้นไปที่คลังขีปนาวุธ ฐานยิงโดรน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และศูนย์บัญชาการของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC เรือของอิหร่านอย่างน้อย 43 ลำ ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงเรือคอร์เวตชั้น Jamaran และมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกโดรนขนาดใหญ่ของอิหร่านจนเกิดเพลิงไหม้รุนแรง

เผยอิหร่านดับ1.3พันศพ

อามีร์ ซาเอด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ หรือยูเอ็น แถลงที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ระบุยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านครบ 1 สัปดาห์ มีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตเพิ่มเป็น 1,332 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน

อัลจาซีรารายงาน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ อนุมัติขายเครื่องกระสุนและสิ่งสนับสนุนทางทหารฉุกเฉินให้แก่อิสราเอล มูลค่า 151.8 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,800 ล้านบาท) ชุดอาวุธฉุกเฉินที่สหรัฐฯ จะขายให้แก่อิสราเอลดังกล่าว รวมถึง ระเบิดเอนกประสงค์ BLU-110A/B แถลงการณ์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า กำลังเกิดความฉุกเฉินอยู่ ที่ทำให้ต้องรีบขายอาวุธให้แก่รัฐบาลอิสราเอลในทันที

กาต้าร์เริ่มเปิดน่านฟ้า

สำนักการบินพลเรือนกาตาร์ ประกาศว่า กาตาร์จะเริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วนแบบจำกัดเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา จะเริ่มฟื้นเที่ยวบินอพยพคนออกจากตะวันออกกลางและเที่ยวบินขนส่งสินค้า ที่ระงับไปหลังสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนเที่ยวบินพาณิชย์ปกติจะยังคงยกเลิกเที่ยวบินอยู่ เนื่องจากกาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้าส่วนใหญ่อยู่ ขณะที่กองทัพอากาศกาตาร์ได้เริ่มปฏิบัติการปกป้องดินแดน และกาตาร์ต้องเปิดใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ สกัดการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว 14 ลูก และโดรนโจมตีอีก 4 ลำ ที่ยิงมาจากอิหร่านเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.)

เช่นเดียวกับท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ในนครรัฐดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศระงับเที่ยวบินเข้าออกจากท่าอากาศยานทั้งหมดเมื่อวานนี้ (7 มี.ค.) เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร พนักงานภาคพื้นดิน และพนักงานสายการบิน

“ทรัมป์”ขู่ให้ยกธงขาว

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มเปิดฉากการทำสงครามร่วมกับอิสราเอลมา 1 สัปดาห์ ทรัมป์ระบุในข้อความว่า จะไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน ยกเว้นการยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น และหลังจากนั้นเมื่อมีการคัดเลือกผู้นำที่เหมาะสมยอมรับได้แล้ว สหรัฐฯ พร้อมด้วยพันธมิตรจะทำงานอย่างไม่ย่อท้อเพื่อนำพาอิหร่านกลับมาจากขอบเหวแห่งความเสียหาย เพื่อสร้างอิหร่านให้มีความเข้มแข็งและมีขนาดเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา และเขาต้องการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่านด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้กล่าวว่า กองทัพบก กองทัพเรือ ระบบการสื่อสาร รวมถึงกลุ่มผู้นำของอิหร่านได้สูญสิ้นไปแล้ว โดยระบุว่ากลุ่มผู้นำสองชุดแรกได้หมดไปและกำลังอยู่ในชุดที่สาม ขณะที่กองทัพอากาศถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง รวมถึงเรือรบจำนวน 32 ลำของอิหร่านล้วนจมอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร พร้อมปฏิเสธคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นที่รัสเซียอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลืออิหร่านโจมตี โดยระบุว่าเป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า ผู้ผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ตกลงจะผลิตอาวุธเพิ่มขึ้น 4 เท่า สหรัฐฯ ได้เริ่มขยายโรงงานผลิตอาวุธมาตั้งแต่ 3 เดือนก่อนแล้ว และโรงงานใหม่หลายแห่งก็ได้เริ่มดำเนินการผลิตอาวุธแล้ว และสหรัฐฯ จะทำการผลิตอาวุธให้ได้ปริมาณมากที่สุด ให้ถึงระดับสูงสุดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โวมีอาวุธรอถล่มเพียบ

ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดี มาซูด เปเซสเคียน ของอิหร่าน ระบุว่ามีบางประเทศเริ่มความพยายามในการเป็นตัวกลางเจรจา ซึ่งถือเป็นสัญญาณแรกๆ ของการใช้มาตรการทางทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง

ด้านโฆษกทำเนียบขาว กล่าวในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวล่าสุดว่า สหรัฐฯ มีอาวุธในคลังมากพอสนองความต้องการในปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน สหรัฐฯ คาดว่า จะบรรลุวัตถุประสงค์ในอิหร่านได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ข้างหน้านี้ สหรัฐฯ กำลังจะควบคุมน่านฟ้าอิหร่านได้ทั้งหมด และได้จมเรืออิหร่านไปแล้วมากกว่า 40 ลำ ทำให้กองทัพเรืออิหร่านอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่า หมดสภาพที่จะทำการสู้รบได้ และกองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายภัยคุกคามจากขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน ที่กำลังคุกคามสหรัฐฯ อยู่ ให้หมดไปแล้ว

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของผู้นำสหรัฐฯ และความเป็นไปได้ที่จะเกิดความยุ่งยากในการยุติความขัดแย้งซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานทั่วโลก ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดการเงิน โดยดัชนีหุ้นทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ ปิดตัวลดลงอย่างมาก ขณะที่ราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 เนื่องจากผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่จำกัดการขนส่งพลังงาน

“ปูติน”จี้ยุติสงคราม

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อประธานาธิบดีอิหร่านต่อกรณีที่มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก อันเป็นผลมาจากสิ่งที่ผู้นำรัสเซียเรียกว่า “การรุกรานด้วยกำลังอาวุธของอิสราเอลและอเมริกาต่ออิหร่าน” พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการยุติการสู้รบทันที

ประธานาธิบดีปูตินได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน เมื่อค่ำวันศุกร์และเขาได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของอายาตุลลอฮ์ อะลี โฮไซนี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงสมาชิกในครอบครัว กลุ่มผู้นำทางการเมืองและทางการทหาร ตลอดจนพลเรือนจำนวนมาก

ทำเนียบเครมลิน ระบุว่า ผู้นำรัสเซียได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอันแน่วแน่ของรัสเซียที่สนับสนุนให้มีการยุติการสู้รบทันที และปฏิเสธการใช้กำลังในการแก้ไขปัญหาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่เส้นทางของการแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทูตโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ประธานาธิบดีปูติน เปิดเผยว่า ตนยังคงมีการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับบรรดาผู้นำของกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ หรือ จีซีซี (GCC) ขณะที่ทางด้านประธานาธิบดี เปเซชกียาน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่รัสเซียมีให้แก่ประชาชนชาวอิหร่าน ในระหว่างที่พวกเขากำลังปกป้องอธิปไตยและเอกราชของประเทศ พร้อมกันนี้ผู้นำอิหร่านยังได้ให้ข้อมูลล่าสุดที่เป็นรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดในช่วงที่มีการสู้รบอย่างหนักให้แก่ผู้นำรัสเซียได้รับทราบด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top