วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
เนปาลเปลี่ยนการเมืองครั้งใหญ่ บาเลนทรา ชาห์ อดีตแร็ปเปอร์วัย 35 ปี จ่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หลังพรรค RSP ชนะเลือกตั้ง ทิ้งห่างอดีตผู้นำ เค.พี. ชาร์มา โอลี กว่า 50,000 คะแนน
9 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปของเนปาลเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เริ่มชัดเจนแล้วว่า นาย บาเลนทรา ชาห์ อดีตนายกเทศมนตรีกรุงกาฐมาณฑุ วัย 35 ปี และอดีตนักร้องเพลงแร็ปชื่อดัง กำลังจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ หลังพรรค รัสตริยา สวาตันตระ (Rastriya Swatantra Party – RSP) ที่เขาสังกัด สามารถคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด
แม้การนับคะแนนเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด แต่ผลคะแนนเบื้องต้นชี้ชัดว่าพรรค RSP ได้รับเสียงสนับสนุนจำนวนมากจากประชาชน ขณะที่ บาเลนทรา ชาห์ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดียวกับ เค.พี. ชาร์มา โอลี อดีตนายกรัฐมนตรีของเนปาล สามารถเอาชนะได้ด้วยคะแนนทิ้งห่างกว่า 50,000 คะแนน ทำให้แทบแน่นอนแล้วว่าเขาจะได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลคนใหม่

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังจากการประท้วงครั้งใหญ่ของคนรุ่นใหม่ในเนปาลเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนำโดยกลุ่มคนรุ่นเจเนอเรชันซี เพื่อต่อต้านการเมืองแบบเก่าที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเต็มไปด้วยปัญหาคอร์รัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวก และความล้มเหลวในการบริหารประเทศ กระแสการประท้วงดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของรัฐบาลของ เค.พี. ชาร์มา โอลี และเปิดทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ
สำหรับ บาเลนทรา ชาห์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บาเลน” จบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธา แต่เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการเป็นนักร้องเพลงแร็ปที่มีสไตล์โดดเด่น โดยตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีในวงการเพลง เขาได้สร้างผลงานที่สะท้อนปัญหาการเมือง การคอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำในสังคมเนปาล
ต่อมาเขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง และสามารถสร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองด้วยการชนะการเลือกตั้งเป็น นายกเทศมนตรีกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อปี 2565 ก่อนจะตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งระดับชาติในครั้งนี้

การตัดสินใจลงแข่งขันในเขตเลือกตั้งเดียวกับ เค.พี. ชาร์มา โอลี อดีตนายกรัฐมนตรี 4 สมัย วัย 74 ปี ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวแทนของการเมืองแบบชนชั้นนำเก่า ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างมาก และผลที่ออกมาถือเป็นสัญญาณชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเนปาล
ทั้งนี้ รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรค RSP ถูกคาดหวังอย่างสูงว่าจะเร่งปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามคอร์รัปชัน การสร้างงานมากกว่า 1.2 ล้านตำแหน่ง และการลดการย้ายถิ่นฐานแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี