วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘อิหร่าน’ตั้งผู้นำคนใหม่ทำสงครามยก2  ถล่มหนักแก้แค้นยิว

‘อิหร่าน’ตั้งผู้นำคนใหม่ทำสงครามยก2 ถล่มหนักแก้แค้นยิว

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อิหร่าน’ตั้งผู้นำคนใหม่ทำสงครามยก2

ถล่มหนักแก้แค้นยิว

สั่งโจมตีบาห์เรน-คูเวต

เตหะรานสำลักฝนกรด

สหรัฐฯได้ใจขายอาวุธ

เสริมเขี้ยวเล็บอิสราเอล

ตามคาด! สภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านเลือก “โมจตาบา คาเมเนอี” เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง “ผู้นำสูงสุดคนใหม่” ของอิหร่าน ต่อจาก“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” บิดาที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ด้านทัพอิหร่านจัดขีปนาวุธชุดใหม่ถล่มอิสราเอล-ชาติรัฐอ่าว รับการเข้ารับผู้นำสูงสุดคนใหม่  ขณะที่บรรยากาศในเตหะรานท้องฟ้าสีดำ มีหมอกควันคละคลุ้งเป็นมลพิษ-ฝนกรด หลังยิวถล่มคลังน้ำมันหลายแห่งเสียหายยับ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 สถานีโทรทัศน์ IRIB ของทางการอิหร่านรายงานว่า สภาผู้เชี่ยวชาญเสร็จสิ้นกระบวนการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว และมีมติเห็นชอบผู้นำคนใหม่คือ อยาตอลเลาห์ ฮัจญี ซัยยิด โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อี และระบุว่า การเลือกครั้งนี้จะทำให้นามของคาเมเนอีจะคงอยู่ต่อไป


ตามคาด‘โมจตาบา’นั่งผู้นำคนใหม่

คาเมเนอี วัย 56 ปี เป็นนักบวชระดับกลางที่มีอิทธิพลสูงและมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ขุมกำลังสำคัญที่สนับสนุนเขามาตลอด แม้ระบอบการปกครองของอิหร่านจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจตามสายเลือด ซึ่งเคยใช้ในยุคพระเจ้าชาลห์ แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤตและการสนับสนุนจากเครือข่ายของบิดา ทำให้โมจตาลากลายเป็นผู้ได้รับเลือกขึ้นสู่อำนาจท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค

IRGC-ฮิซบอลเลาะห์แถลงการณ์ยินดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มีประกาศ กองทัพอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และบรรดานักการเมืองระดับแกนนำของรัฐบาลออกแถลงการณ์ประกาศความจงรักภักดี โดยระบุว่าจะเชื่อฟังผู้บัญชาการทหารสูงสุดจนหยดเลือดสุดท้าย เช่นเดียวกับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่านในอิรัก ต่างออกแถลงการณ์แสดงความยินดีและยอมรับผู้นำคนใหม่นี้

ทรัมป์-เนทันยาฮูขู่กำจัดผู้นำคนใหม่

 ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์การแต่งตั้งครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า โมจตาบาเป็นตัวเลือกที่ยอมรับไม่ได้ และขู่ว่าผู้นำคนใหม่จะอยู่ได้ไม่นาน หากไม่ได้รับการรับรองจากสหรัฐฯ ส่วนอิสราเอลประกาศว่า ผู้นำระดับสูงทุกคนของอิหร่านที่ยังดำเนินนโยบายทำลายอิสราเอล ถือเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนที่ต้องถูกกำจัด

 โดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮูประกาศว่า รัฐบาลอิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีและสังหารผู้ปกครองอิหร่านอย่างไร้ความปรานี โดยมีการวางแผนเอาไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อบั่นทอนเสถียรภาพของระบอบการปกครองในอิหร่านเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ยิวลั่นจัดการผู้สืบทอดผู้นำอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงความเป็นไปได้ที่คาเมเนอีจะได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งผู้สูงสุดคนใหม่ของอิหร่านว่า จะไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับเขาที่ไม่ต้องการให้อิหร่านมีผู้นำคนใหม่ที่ดำเนินนโยบายคล้ายกับอดีตผู้นำสูงสุด และทรัมป์ต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่นายอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ย้ำชัดว่าต่างชาติไม่มีสิทธิเข้ามายุ่งเรื่องการคัดเลือกผู้นำ เป็นเรื่องของชาวอิหร่านที่จะจัดการเรื่องนี้เอง

ขณะที่กองทัพอิสราเอลโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า จะเดินหน้าตามล่าผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่านทุกคน และจัดการทุกคนที่พยายามแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ ตอกย้ำยุทธศาสตร์ของอิสราเอลที่มุ่งทำลายโครงสร้างอำนาจสูงสุดของอิหร่าน หลังประสบความสำเร็จในการสังหารผู้นำสูงสุดในปฏิบัติการโจมตีที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

อิหร่านถล่มยิวรับผู้นำคนใหม่

สงครามสู้รบระหว่างสหรัฐฯร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านดำเนินมาเป็นวันที่ 10 สถานีโทรทัศน์ IRIB ของทางการอิหร่านรายงานผ่านเทเลแกรมว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธระลอกแรกโจมตีเป้าหมายศัตรู หลังสภาผู้เชี่ยวชาญมีมติเห็นชอบให้นายโมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่แล้ว โดยการโจมตีดังกล่าวถล่มเป้าหมายในอิสราเอลและประเทศเพื่อนบ้านรัฐอ่าว โดยขีปนาวุธหลายลูกของอิหร่านที่ถูกยิงออกมามุ่งสู่เป้าหมายในอิสราเอล ปรากฏเหนือท้องฟ้า เมืองเฮบรอนในเขตเวสต์แบงก์ เขตยึดครองของอิสราเอล

IRIB ยังโพสต์ภาพขีปนาวุธพร้อมข้อความว่า “รับใช้ท่าน เซย์ยิด โมจตาบา” ซึ่งอ้างถึง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ ที่ได้รับเลือกขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งดังกล่าวแทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขาที่ถูกสังหารเสียชีวิตไปในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่านของสหรัฐ-อิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ส่งโดรนโจมตีบาห์เรน-คูเวต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดในประเทศบาห์เรนและคูเวต โดยสำนักข่าว IRIB รายงานว่า ได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยในบาห์เรน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งยังมีรายงานว่าเสียงระเบิดหลายครั้งในกรุงโดฮา เมืองหลวงกาตาร์ ช่วงเช้ามืดวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งกระทรวงกลาโหมของกาตาร์ระบุว่า กองกำลังกาตาร์สกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธช่วงเช้ามืด

สำนักข่าวบาห์เรนรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 32 ราย หลังอิหร่านส่งโดรนโจมตีใกล้กรุงมานามา กระทรวงสาธารณสุขของบาห์เรนแถลงว่า ผู้บาดเจ็บดังกล่าวเป็นพลเมืองบาห์เรน ในจำนวนผู้บาดเจ็บที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 2 เดือนเท่านั้น

เตหะรานจมมลพิษ-ฝนกรด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน (Iranian Red Crescent Society หรือ IRCS) องค์กรมนุษยธรรมหลักของประเทศอิหร่าน เตือนประชาชนในกรุงเตหะราน ให้ระวังมลพิษทางอากาศและความเสี่ยงจาก ฝนกรด หลังเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลังเก็บน้ำมันในเมืองหลวงจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อช่วงดึกวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) เหตุจากการโจมตีทางอากาศ ทำให้เกิดไฟไหม้ที่คลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่ง ส่งผลให้ควันดำหนาทึบปกคลุมกรุงเตหะรานมาตั้งแต่วันอาทิตย์ พร้อมยังออกคำแนะนำด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน ให้หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศ และไม่ออกนอกอาคารทันทีหลังฝนตก เนื่องจากมีความเสี่ยงว่าฝนอาจปนเปื้อนสารพิษจากควันที่เกิดจากไฟไหม้น้ำมัน ขณะที่ผู้ว่าการกรุงเตหะรานยังแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากเมื่อออกนอกอาคาร เพื่อป้องกันการสูดดมมลพิษ

ผู้อยู่อาศัยในเตหะรานรายหนึ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศว่า สถานการณ์ในเมืองดูเหมือนวันสิ้นโลก ทั้งเมืองมืดสนิท ท้องฟ้าเป็นสีดำ เต็มไปด้วยควันและเมฆดำ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังหายใจไม่ออก แรงระเบิดทำให้ท้องฟ้าสว่างวาบ และเกิดไฟไหม้ใกล้บริเวณบ้านมากๆ

ด้านสภากาชาดอิหร่านเผยว่า การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลทั่วประเทศสร้างความเสียหายต่ออาคารพลเรือนประมาณ 10,000 แห่ง ความเสียหายดังกล่าวรวมถึงอาคารที่อยู่อาศัย 7,943 หลัง อาคารพาณิชย์ 1,617 แห่ง รวมถึงสถานพยาบาลและสถานศึกษาอีกหลายแห่ง

มะกันขายระเบิด1.2หมื่นลูกติดดาบยิว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ รายงานการอนุมัติการจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ต่างประเทศ (Foreign Military Sale) มูลค่าประมาณ 151.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4.81 พันล้านบาท แก่อิสราเอล

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า การจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งนี้ รวมถึงการบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องเป็นระเบิดแบบทิ้งจากอากาศยานสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป น้ำหนัก 1,000 ปอนด์ รุ่นบีแอลยู-110เอ/บี (BLU-110A/B) 12,000 ลูก ตามที่อิสราเอลร้องขอ

มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯชี้แจงว่าการจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์และการบริการที่เกี่ยวข้องแก่อิสราเอลทันทีตามเหตุจำเป็นนั้นเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติของสหรัฐฯ จึงยกเว้นการขออนุมัติจากสภาคองเกรสภายใต้มาตรา 36(บี) ของกฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธ พร้อมกล่าวเสริมอีกว่า การจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งนี้จะยกระดับขีดความสามารถของอิสราเอล เพื่อรับมือกับภัยคุกคามปัจจุบันและอนาคต เสริมสร้างการป้องกันประเทศของอิสราเอล และเปรียบดังเกราะป้องปรามภัยคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากอาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว การบริการด้านวิศวกรรม โลจิสติกส์ และการสนับสนุนทางเทคนิคของรัฐบาลสหรัฐฯ และผู้รับเหมา รวมถึงองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์และการสนับสนุน

ปธน.ยูเออีลั่นไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวได้ง่าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ออกมากล่าวถึงสงครามในตะวันออกกลางเป็นครั้งแรก ขณะที่อิหร่านยังโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ด้วยขีปนาวุธและโดรน

ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน กล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีผิวหนังที่หนาและเนื้อที่ขม เราไม่ใช่เหยื่อที่จะเคี้ยวได้ง่าย พร้อมกล่าวเสริมว่า ยูเออีอยู่ในช่วงสงคราม แต่จะ แข็งแกร่งขึ้น

ต่อมาชีค โมฮัมเหม็ด ออกมาโพสต์โซเชียลระบุ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเผชิญการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสนามบิน สถานที่ท่องเที่ยว และสถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบ พร้อมเผชิญ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงและพลเมือง โดยคำกล่าวของชีค โมฮัมเหม็ด ถูกเผยแพร่ในขณะที่ภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของสงครามที่จุดชนวน โดยการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ และอิสราเอล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top