วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
12 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเอบราฮิม ซอลฟาคารี (Ebrahim Zolfaghari) โฆษกกองบัญชาการกองทัพอิหร่าน ส่งสารไปถึงสหรัฐว่า โลกควรเตรียมพร้อมสำหรับราคาน้ำมันที่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่กองกำลังของอิหร่านโจมตีเรือสินค้าเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศแนะนำให้ปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมหาศาลเพื่อบรรเทาวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970
"เตรียมให้พร้อมสำหรับน้ำมันราคาบาร์เรลละ 200 ดอลลาร์เถอะ เพราะราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาคซึ่งพวกคุณทำให้อยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ" เอบราฮิม ซอลฟาคารีโฆษกของ คาตัม อัล-อันบิยา กองบัญชาการปฏิบัติการร่วมของกองทัพอิหร่าน กล่าวในการแถลงที่มุ่งตรงไปที่สหรัฐฯ
โฆษกกองบัญชาการกองทัพอิหร่าน ยังระบุอีกว่า อิหร่านจะเริ่มโจมตีธนาคารและสถาบันการเงินของอเมริกาและอิสราเอลในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ห่างจากสถานที่เหล่านั้นอย่างน้อย 1 กิโลเมตร
ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นภัยคุกคามโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ดูไบ ในยูเออี ซึ่งเป็นที่ตั้งสถาบันการเงินระหว่างประเทศจำนวนมาก เช่นเดียวกับเป็นการคุกคามซาอุดีอาระเบีย และบาห์เรน โดยถ้อยคำนี้ออกมาหลังจากที่ธนาคาร เซปาห์ ในกรุงเตหะราน ถูกโจมตีจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต
กองทัพสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) ว่ากองกำลังอเมริกันได้ ทำลาย เรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้เตือนว่าเรือที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล จะถูกพิจารณาเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ต่อมาวันพุธ (11 มี.ค.) หลายหน่วยงานที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในการเดินเรือทะเล แจ้งว่า มีเรือพาณิชย์อีก 3 ลำถูกโจมตีในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียโดยอาวุธปล่อยที่ไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายใด ทำให้จำนวนของเรือที่รายงานว่าถูกโจมตีนับตั้งแต่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้น เพิ่มขึ้นเป็น 14 ลำแล้ว
โดยหนึ่งในนั้นมีเรือสินค้าติดธงไทยชื่อ 'มยุรีนารี' ซึ่งต้องมีการอพยพลูกเรือภายหลังเกิดการระเบิดที่ทำให้มีเพลิงไหม้ ส่วนเรืออีก 2 ลำซึ่งเป็นเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ติดธงญี่ปุ่น และเรือสินค้าเทกองติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดตลาดในอเมริกาเหนือ อยู่ที่ประมาณ 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาพุ่งขึ้นเกือบ 120 ดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ลังจากนั้นก็ถอยลงมาอยู่แถวๆ 90 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 3.57 ดอลลาร์ ตามข้อมูลของ AAA เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าพวกนักลงทุนกำลังวางเดิมพันว่า ทรัมป์ จะสามารถยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ในเร็ววันนี้
ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศว่าประเทศสมาชิก 32 ประเทศจะปล่อยน้ำมันดิบ 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรอง เพื่อตอบสนองต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากปฏิบัติการทางทหาร
นายฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กล่าวว่า นี่เป็นการดำเนินการครั้งสำคัญที่มุ่งบรรเทาผลกระทบในทันทีจากการหยุดชะงักในตลาด แต่เพื่อให้ชัดเจน สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการกลับมาสู่เสถียรภาพของการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซคือการกลับมาเปิดเส้นทางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เสริมว่าปริมาณสำรองเหล่านี้จะพร้อมใช้งาน ในช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับประเทศสมาชิก ญี่ปุ่น เยอรมนี และสหราชอาณาจักรได้กล่าวว่าจะเข้าร่วม และ สหรัฐฯ ยังไม่ได้กล่าวว่าจะปล่อยปริมาณสำรองของตนหรือไม่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของอดีต ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ปล่อยน้ำมัน 180 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ทรัมป์กล่าวว่าน้ำมันสำรองควรนำไปใช้ในทางการทหาร ไม่ใช่เพื่อลดต้นทุน โดย 'ทรัมป์' แย้งว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเป็นราคาเล็กน้อยมาก ที่สหรัฐฯ ต้องจ่ายในขณะที่สหรัฐปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
เขาได้ให้กรอบเวลาที่แตกต่างกันสำหรับการสิ้นสุดของความขัดแย้ง เขาเสนอว่าอาจกินเวลานานถึง 5 สัปดาห์ก่อนที่จะกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ามันจะจบลง ในไม่ช้า ในวันอังคาร ประธานาธิบดีกล่าวว่า การปฏิบัติการ ในอิหร่าน ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี