ไทยหนีไม่พ้น รัฐบาลทรัมป์ งัดไม้เด็ดมาตรา 301 สั่งสอบสวน 16 ประเทศคู่ค้า ทำการค้าไม่เป็นธรรม

ไทยหนีไม่พ้น รัฐบาลทรัมป์ งัดไม้เด็ดมาตรา 301 สั่งสอบสวน 16 ประเทศคู่ค้า ทำการค้าไม่เป็นธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.50 น.

12 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจมีสัน เกียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเริ่มการสอบสวนทางการค้าใหม่ 2 คดี ได้แก่ การผลิตสินค้าเกินความต้องการใน 16 ประเทศคู่ค้าหลัก และ การใช้แรงงานบังคับ เพื่อสร้างแรงกดดันด้านภาษีขึ้นใหม่ หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯได้ยกเลิกมาตรการภาษีส่วนใหญ่ของทรัมป์เมื่อเดือนที่แล้ว

การสอบสวนเกี่ยวกับการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม "มาตรา 301" อาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีใหม่กับจีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเม็กซิโก ภายในฤดูร้อนนี้ คู่ค้าอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบกำลังการผลิตส่วนเกิน ได้แก่ ไต้หวัน เวียดนาม ไทย มาเลเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ ส่วนแคนาดา ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบครั้งนี้


การสืบสวนเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจที่เรามีหลักฐานว่าแสดงให้เห็นถึงกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างและการผลิตในภาคการผลิตต่างๆ เช่น  ประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลขนาดใหญ่และต่อเนื่อง หรือมีกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่หรือแทบไม่ได้ใช้งานเลย

ในวันที่ 12 มีนาคม เขาจะเริ่มการสอบสวนอีกคดีหนึ่งภายใต้ "มาตรา 301" ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งมุ่งไปที่การห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับเข้าสู่สหรัฐ การสอบสวนครั้งนี้ครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

ก่อนหน้านี้สหรัฐได้ดำเนินการปราบปรามการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์และสินค้าอื่นๆ จากเขตปกครองซินเจียง ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานบังคับชาวอุยกูร์ ที่ลงนามโดย อดีตประธานาธิบดีไบเดน และการสอบสวนอาจนำไปสู่ขยายมาตรการลักษณะเดียวกันไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม เขาต้องการให้ประเทศอื่นๆ บังคับใช้มาตรการห้ามสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับในลักษณะเดียวกับที่บัญญัติไว้ในกฎหมายการค้าของสหรัฐ ซึ่งมีมาตั้งแต่เกือบหนึ่งศตวรรษก่อน

ผู้แทนการค้าสหรัฐ คาดหวังว่า เขาจะสรุปผลการสอบสวนตามมาตรา 301 ทั้งหมด รวมถึงมาตรการตอบโต้ที่เสนอ ก่อนที่ภาษีศุลกากรชั่วคราวที่ทรัมป์ประกาศใช้เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์จะหมดอายุในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่ศาลสูงสหรัฐได้ตัดสินเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ให้ยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่อ้างอำนาจตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน

การกำหนดกรอบเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็วสำหรับการสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตล้นเกิน โดยจะเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะจนถึงวันที่ 15 เมษายน และจะจัดการไต่สวนสาธารณะประมาณวันที่ 5 พฤษภาคม

การสอบสวนเหล่านี้เปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สามารถสร้าง ภัยคุกคามด้านภาษี ที่น่าเชื่อถือขึ้นมาใหม่ต่อคู่ค้า เพื่อกดดันให้พวกเขาเดินหน้าเจรจาและปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าที่เคยทำไว้กับสหรัฐ

เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้ส่งสัญญานล่วงหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนรอบใหม่เหล่านี้แล้ว ดังนั้นคู่ค้าของสหรัฐจึงไม่ควรประหลาดใจ และควรปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้ แม้ว่าเกียร์จะไม่ได้พูดชัดหรือให้การรับรองว่าการปฏิบัติตามข้อตกลงจะทำให้ประเทศเหล่านั้นได้รับการยกเว้นจากภาษีตามมาตรา 301 ก็ตาม

โดยประธานาธิบดีทรัมป์ มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะดำเนินมาตรการภาษีต่อไป และจะหาวิธีจัดการกับการค้าที่ไม่เป็นธรรม หาวิธีลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ และหาวิธีปกป้องภาคการผลิตของอเมริกา เรามีเครื่องมือมากมายที่จะทำเช่นนั้น 

การประกาศเดินหน้าสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ นำโดย สก็อตต์ แบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตรียมพบกับผู้แทนระดับสูงของจีนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในสัปดาห์นี้ เพื่อปูทางสำหรับการพบกันระหว่างทรัมป์กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงปักกิ่ง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

การสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตล้นเกินยังสะท้อนประเด็นที่เป็นข้อกังวลของรัฐบาลสหรัฐหลายชุด ตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์สมัยแรกจนถึงรัฐบาล อดีตประธานาธิบดีไบเดน ก็เคยหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นหารือกับจีน นั่นคือการขยายตัวของภาคการผลิตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งทำให้สินค้าราคาถูกจำนวนมากถูกส่งออกไปทั่วโลก

ปัญหานี้รวมถึงการผลิตที่ไม่ได้ยึดโยงกับความต้องการของตลาด และปัญหานี้ได้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย การตรวจสอบจะพิจารณาหลักฐานหลายด้านประกอบกัน เช่น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก การให้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล การกดค่าแรงภายในประเทศ กิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดของรัฐวิสาหกิจ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่ไม่เพียงพอ การปล่อยสินเชื่อที่มีการอุดหนุน ไปจนถึงนโยบายค่าเงินด้วย 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top