542.jpg
จีนโละทิ้ง 12,200 หลักสูตรล้าสมัย เซ่นยุค AI เรียนจบไปไม่มีงานทำ

จีนโละทิ้ง 12,200 หลักสูตรล้าสมัย เซ่นยุค AI เรียนจบไปไม่มีงานทำ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.20 น.

ปักกิ่ง, มิถุนายน 2569 — สิ้นเสียงระฆังสอบ ‘เกาเข่า’ (Gaokao) ประจำปี 2569 นักเรียนมัธยมปลายชาวจีนกว่า 12.9 ล้านคนเดินออกจากห้องสอบด้วยความหวัง แต่อนาคตในรั้วมหาวิทยาลัยที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปเรียนนั้น จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

สำนักข่าว South China Morning Post (SCMP) เปิดเผยรายงานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างรุนแรง (Disruption) ของระบบอุดมศึกษาจีน ภายใต้ชื่อบทความที่สะท้อนภาพการดิ้นรนในยุคใหม่อย่างเด่นชัด: "มหาวิทยาลัยจีนสั่งโละหลักสูตร ‘ล้าสมัย’ 12,000 หลักสูตร ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค AI"


นี่ไม่ใช่แค่การปรับปรุงหลักสูตรประจำปี แต่อาจเรียกได้ว่าเป็นการ “ล้างไพ่ครั้งมโหฬาร” ที่สะเทือนคณะยอดฮิตในอดีตอย่างรุนแรง

ยุคเสื่อมถอยของสายศิลป์ : เมื่อ ‘ภาษา-การจัดการ’ เผชิญภาวะล้นตลาด

ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการจีนระบุว่า ในช่วงระหว่างปี 2564 ถึง 2565 จนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยทั่วประเทศได้สั่งเพิกถอนหรือระงับหลักสูตรปริญญาตรีไปแล้วกว่า 12,200 หลักสูตร ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 1 ใน 3 (หรือมากกว่าร้อยละ 30) ของหลักสูตรทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศ

เป้าหมายหลักของการถูกสั่ง “โละทิ้ง” ในครั้งนี้ พุ่งตรงไปที่กลุ่มวิชา ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และการจัดการ

ทำไมคณะเหล่านี้ถึงหมดมนต์ขลัง?

คำตอบสั้น ๆ คือ "จบมาแล้วไม่มีงานทำ" ท่ามกลางตัวเลขอัตราว่างงานของคนหนุ่มสาวในจีนที่พุ่งสูงกว่าร้อยละ 16 ตลาดแรงงานยุคนี้ไม่ได้ต้องการนักบริหารที่ไร้ทักษะเฉพาะทาง หรือนักแปลภาษาที่กำลังถูกระบบ AI แปลภาษาขั้นสูงเข้ามาทดแทนอย่างสมบูรณ์แบบอีกต่อไป

ทางรอดใหม่ : มุ่งสู่ “Embodied Intelligence” และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ในขณะที่ประตูของสายศิลป์กำลังปิดลง ประตูบานใหญ่ของสายเทคโนโลยีชั้นสูงกลับเปิดอ้าต้อนรับ มีการเปิดหลักสูตรใหม่ขึ้นมาทดแทนกว่า 10,200 หลักสูตร ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อรับใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาลปักกิ่งโดยเฉพาะ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การที่มหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่งในจีน พร้อมใจกันเปิดสาขาวิชาใหม่อย่าง "ปัญญาประดิษฐ์ที่มีรูปลักษณ์ทางกายภาพ" (Embodied Intelligence)

วิชาเหล่านี้ไม่ได้สอนให้ AI อยู่แค่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่เป็นการฟูมฟักมันสมองอัจฉริยะเพื่อไปควบคุม หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทำงานบ้าน, แขนกลศัลยกรรมทางการแพทย์, โดรนเกษตรกรรมอัจฉริยะ และยานยนต์ไร้คนขับ เพื่อผลักดันให้ AI เข้าไปขับเคลื่อน “เศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง” (Real Economy)

เสียงสะท้อนจากคนใน: "งานที่เคยทำ AI แย่งไปหมดแล้ว"

ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ที่ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเซี่ยงไฮ้ (USST) หลักสูตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ถูกสั่งระงับการรับนักศึกษาใหม่ในปีนี้ทันที

บัณฑิตรายหนึ่งเปิดเผยความจริงอันโหดร้ายว่า “งานหลัก ๆ ของสายนี้ในอดีต เช่น การขึ้นแบบจำลอง 3 มิติ (Modeling) และการเรนเดอร์ภาพ (Rendering) ในปัจจุบัน Generative AI สามารถทำเสร็จได้ในไม่กี่วินาที โอกาสงานของมนุษย์แทบเหลือศูนย์”

ไม่เว้นแม้แต่ มหาวิทยาลัยการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CUC) สถาบันสื่ออันดับหนึ่งของประเทศ ที่ต้องสั่งควบรวมสาขาการถ่ายภาพภาพยนตร์ (Cinematography) แบบดั้งเดิม เข้ากับหลักสูตรสื่อดิจิทัลและการผลิตวิดีโอสั้น

ซ่ง ซ่ง ศิษย์เก่า CUC ซึ่งทำงานเป็นช่างภาพวิดีโอมืออาชีพ สะท้อนมุมมองว่า “ในยุคที่การ Live-streaming และวิดีโอสั้นครองโลก ทักษะการถ่ายทำข่าวโทรทัศน์แบบเดิมมันใช้ไม่ได้อีกแล้ว การที่มหาวิทยาลัยเปลี่ยนระบบการสอนจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ต้องทำ”

วิ่งตามเทคโนโลยี หรือ สร้างทักษะยืดหยุ่น?

อย่างไรก็ตาม การวิ่งกวดตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทุกวินาทีก็มีข้อควรระวัง ฉู่ เจ้าฮุย นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิทยาศาสตร์การศึกษาแห่งชาติ ได้ออกมาเตือนสติว่า การแห่เปิดหลักสูตรตามกระแส AI อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น

"หลายหลักสูตรที่เพิ่งถูกสั่งตัดทิ้ง ก็เป็นหลักสูตรที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่กี่ปีในช่วงตื่นตัวยุคแรก ๆ ด้วยซ้ำ มหาวิทยาลัยไม่ควรเอาแต่เปลี่ยนชื่อสาขาเอกไปเรื่อย ๆ แต่ควรสร้างระบบการเรียนที่ ‘ยืดหยุ่น’ ให้นักศึกษาสามารถเลือกผสมผสานวิชาเรียนได้ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างทักษะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา" — ฉู่ เจ้าฮุย

บทสรุป: ปริญญาใบเดียวใช้ชั่วชีวิต... ไม่มีอยู่จริง

สารคดีข่าวชิ้นนี้ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของ วินเซนต์ โจว คุณพ่อวัย 48 ปี ในกรุงปักกิ่ง ผู้ซึ่งแนะนำให้ลูกสาวเลือกเรียนสาขากว้าง ๆ อย่างสถิติและการธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) แทนการเลือกคณะเฉพาะทางแบบในอดีต

คำแนะนำของคุณพ่อโจว อาจเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดของหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาที่กำลังเปลี่ยนไป :

“เส้นทางแบบเดิม ๆ ที่เราเชื่อกันมาตลอดว่า... เรียนสาขาเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่ง เรียนจบมาได้งานที่ตรงสายเป๊ะ ๆ แล้วจะสามารถทำงานนั้นอย่างมั่นคงไปได้ตลอดชีวิต... โลกใบนั้นมันไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top