วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
542.jpg
อิหร่านเคลื่อนศพ คาเมเนอี ถึงมัสยิดกลางเตหะราน โลกจับตาการปรากฎตัวของ โมจตาบา

อิหร่านเคลื่อนศพ คาเมเนอี ถึงมัสยิดกลางเตหะราน โลกจับตาการปรากฎตัวของ โมจตาบา

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

3 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิหร่าน เคลื่อนศพของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตในวัย 86 ปี ไปยังมัสยิดกลางโมซัลลา ในกรุงเตหะราน เพื่อประกอบพิธีศพอย่างเป็นทางการ หลังเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนร่วมพิธีระหว่าง 15-20 ล้านคน โดยพิธีครั้งนี้อาจกลายเป็นพิธีศพที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อิหร่าน

ซึ่งการเตรียมงานพิธีศพในครั้งนี้เดิมทีต้องหยุดชะงักไปในช่วงที่สงครามทวีความรุนแรงขีดสุด แต่สามารถดำเนินการต่อได้หลังจากอิหร่านและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นและอยู่ในช่วงประกาศหยุดยิงที่ยังคงมีความตึงเครียดอยู่ 


โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ออกแถลงการณ์ ให้ชาวอิหร่านทุกคนออกมาร่วมพิธีเพื่อจารึกหน้าประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ และส่งเสียงเรียกร้องการล้างแค้นให้ดังไปทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีผู้มาร่วมไว้อาลัยระหว่าง 15 - 20 ล้านคน ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะถือเป็นพิธีศพของรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อิหร่าน

อีกทั้งทางการอิหร่านได้เตรียมพร้อมการขนส่ง ที่พัก และอาหาร รวมถึงลดราคาโรงแรมลงถึง 50% และดัดแปลงโรงเรียน มัสยิด รวมถึงโรงยิม เพื่อรองรับคลื่นมหาชน โดยเหล่านักการศาสนาผู้ปกครองอิหร่านหวังว่า ภาพประชาชนนับล้านในชุดดำที่มาร่วมไว้อาลัย จะเปรียบเสมือน "ประชามติ" ที่ยืนยันว่าระบอบการปกครองแบบเทวาธิปไตยและการปฏิวัติอิสลามยังคงเข้มแข็ง แม้ต้องเผชิญกับสงคราม 

การเสียชีวิตของ 'อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี' และการขึ้นครองอำนาจของ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของเขาในฐานะผู้นำสูงสุดคนที่สามของอิหร่าน ท่ามกลางความขัดแย้งกับศัตรูตัวฉกาจที่สุด ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ 47 ปีของสาธารณรัฐอิสลาม โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดาของเขา และไม่มีภาพใหม่ปรากฏให้เห็นอีกเลยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ในวันเสาร์นี้ (4 ก.ค.) ร่างของคาเมเนอีจะถูกนำมาประกอบพิธีเคารพศพเป็นเวลา 3 วันเคียงข้างร่างของบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งเดียวกัน ได้แก่ บุตรสาว, บุตรเขย, หลานสาว และภรรยาของ โมจตาบา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยมีผู้แทนและผู้นำระดับสูงจากกว่า 30 ประเทศตอบรับเข้าร่วม เช่น ปากีสถาน จีน รัสเซีย อัฟกานิสถาน และประเทศในแถบเทือกเขาคอเคซัส

ประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองคือ นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของอิหร่าน ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดา จะปรากฏตัวต่อสาธารณชนในพิธีหลักที่กรุงเตหะรานครั้งนี้หรือไม่ หลังจากที่ไม่มีภาพของเขาปรากฏในสื่อเลยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ทางการอิหร่านได้ประกาศให้กรุงเตหะราน รวมถึงเมืองศักดิ์สิทธิ์อย่างกอม และมัชฮัด เป็นวันหยุดราชการ โดยสั่งปิดสำนักงานทั้งรัฐและเอกชนในกรุงเตหะรานตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันจันทร์ พร้อมจำกัดการจราจรและปิดน่านฟ้าบางส่วนตั้งแต่วันศุกร์ และจะปิดน่านฟ้าเต็มรูปแบบในวันจันทร์ 

กำหนดการรัฐพิธีเคลื่อนร่างผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในวันเสาร์ - วันอาทิตย์ จะมีการจัดพิธีเคารพศพและไว้อาลัยที่มัสยิดกลางกรุงเตหะราน วันจันทร์ จะมีขบวนแห่ศพครั้งใหญ่ใจกลางกรุงเตหะราน ต่อมาในวันอังคาร จะมีการเคลื่อนร่างไปยังเมืองกอม ศูนย์กลางของกลุ่มนักการศาสนานิกายชีอะห์ในอิหร่าน ส่วนวันพุธ จะมีการคลื่อนร่างไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์ นาจาฟ และ คาร์บาลา ในประเทศอิรัก โดยมีตัวแทนกลุ่มกองกำลังพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาคร่วมพิธี และวันพฤหัสบดี ขบวนแห่ศพครั้งสุดท้ายและทำพิธีฝังร่าง ณ สุสานอิหม่ามเรซา ในเมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอี

มาตรการรักษาความปลอดภัยจะถูกยกระดับขั้นสูงสุดตลอดช่วงเวลาการจัดงาน โดยกองทัพอิหร่านได้ขู่ว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงทันที หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลฉวยโอกาสนี้เปิดฉากโจมตี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top