ถกโดฮาแท้ง
อิหร่านยันไม่คุยสหรัฐ
ส.ค.เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ
อิหร่านยันไม่คุยสหรัฐฯที่โดฮา กาตาร์ ชี้ยังต้องหารือกรอบข้อตกลงหยุดยิงก่อนคุยประเด็นที่ซับซ้อนกว่า ย้ำอธิปไตยเหนือฮอร์มุซ ประกาศเก็บค่าผ่านทางเดือนสิงหาคม “แวนซ์”ขวาง ไม่จบด้วยการให้เก็บค่าผ่านทาง กระทรวงการต่างประเทศไทยเผย เรือสัญชาติไทย 10 ลำ ออกจากช่องแคบ ฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน อิหร่านยืนยันจะไม่พบเข้าพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐอเมริกาที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ขณะที่นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษกิจการตะวันออกกลาง และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงโดฮาแล้ว ทำให้โอกาสสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างประเทศทั้งสองห่างไกลออกไป
เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวอีกว่า ทั้งสองประเทศยังคงต้องหารือและตกลงรายละเอียดเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ลงนามร่วมกันเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อน จึงจะสามารถไปพูดคุยในประเด็นที่ซับซ้อนหรือยากกว่าได้ โดยเฉพาะข้อจำกัดที่เป็นไปได้สำหรับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ด้านกาตาร์ ตัวกลางการเจรจาเผยว่า ทั้งสองฝ่ายจะพบกับประเทศผู้ไกล่เกลี่ย แทนที่จะพบกับคณะผู้แทนของอิหร่านโดยตรง โดยชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าพบกับวิทคอฟฟ์และคุชเนอร์
ความคืบหน้าดังกล่าวบ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นแตกต่างกันมาก ในประเด็นสำคัญของกรอบการทำงานเบื้องต้น ซึ่งเรียกร้องให้อิหร่านยกเลิกการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับสิ่งจูงใจทางการเงิน และกำหนดระยะเวลาการเจรจา 60 วัน เพื่อหาข้อตกลงสันติภาพถาวร
ส่วนการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วนกลับมาดำเนินการเป็นปกติแล้ว ทั้งนี้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า อำนาจอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซเป็นของอิหร่านและโอมาน การเดินเรือในช่องแคบต้องเป็นไปตามระเบียบหรือข้อตกลงที่อิหร่านกำหนด ซึ่งอิหร่านจะเริ่มเรียกเก็บค่าผ่านทางช่วงกลางเดือนสิงหาคม เมื่อระยะเวลา 60 วันตามกรอบข้อตกลงสิ้นสุดลง
ขณะที่ นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้อิหร่านเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสากล และย้ำว่า สถานการณ์นี้จะไม่จบลงด้วยการที่อิหร่านสามารถเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ พร้อมกล่าวด้วยว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเกิดสงครามแล้ว และบางวันยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐโจมตีฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของอิหร่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนต่อเรือพาณิชย์ ซึ่งอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐ ในคูเวตและบาห์เรน เช่นกัน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทยเปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์เรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้าง ซึ่งตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซมาต่อเนื่องรวม 11 ลำ นับตั้งแต่มีการประกาศปิดช่องแคบดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งว่า ล่าสุดเรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้างจำนวน 10 ลำ สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว ปัจจุบันคงเหลือเรือของผู้ประกอบการไทยเพียง 1 ลำคือ เรือหัทยา นารี ซึ่งอยู่ระหว่างรอรับสินค้าและมีแผนเดินทางออกจากพื้นที่ ในโอกาสแรก
กระทรวงการต่างประเทศ ยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการทำงานบูรณาการระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อประสานและติดตามสถานการณ์ รวมทั้งสนับสนุนการอำนวยความสะดวกให้เรือที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะยังคงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือเรือลำสุดท้ายที่ยังตกค้างอยู่ จนกว่าเรือดังกล่าวจะเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี