วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
10 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งปลดกรรมการที่เหลือทั้งหมดของ คณะกรรมการช่วยเหลือการเลือกตั้งสหรัฐฯ (EAC) โดยทำเนียบขาวยืนยันการตัดสินใจ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน
กรรมการที่เหลืออยู่ 3 คนจากทั้งหมด 4 คน ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยวิธีที่แตกต่างกัน โดยกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรครีพับลิกันลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่กรรมการอีก 2 คนซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเดโมแครต ถูกแจ้งให้พ้นจากตำแหน่งผ่านอีเมลจากสำนักงานบุคลากรประจำทำเนียบขาว ส่วนกรรมการคนที่ 4 ได้ลาออกไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ 'อีเอซี' ไม่มีกรรมการปฏิบัติหน้าที่เหลืออยู่
ข้อความในอีเมลที่ส่งถึงกรรมการระบุว่า ในนามของประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ขอแจ้งให้ทราบว่าตำแหน่งกรรมการคณะกรรมการช่วยเหลือการเลือกตั้งของท่านสิ้นสุดลงโดยมีผลทันที ขอขอบคุณสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา
ทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีอำนาจปลดเจ้าหน้าที่ที่อาจไม่มีจุดยืนสอดคล้องกับภารกิจสำคัญในการรักษาความมั่นคงของการเลือกตั้ง และทำให้มั่นใจว่าจะมีการนับเฉพาะคะแนนเสียงที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมอ้างคำวินิจฉัยล่าสุดของศาลฎีกาสหรัฐฯ ซึ่งขยายอำนาจของประธานาธิบดีในการถอดถอนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอิสระเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการครั้งนี้ และได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการทุจริตและการใช้อำนาจโดยมิชอบในการเลือกตั้ง รวมถึงเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการเลือกตั้งให้พร้อมรองรับการเลือกตั้งกลางเทอม
คณะกรรมการช่วยเหลือการเลือกตั้งสหรัฐฯ ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อปี 2002 ภายใต้กฎหมาย Help America Vote Act หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2543 ที่เกิดข้อพิพาทเรื่องการนับคะแนนในรัฐฟลอริดา หน่วยงานแห่งนี้มีหน้าที่สนับสนุนมาตรฐานการบริหารการเลือกตั้ง รับรองห้องปฏิบัติการทดสอบและระบบลงคะแนนเสียง รับผิดชอบแบบฟอร์มลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทางไปรษณีย์ระดับประเทศ รวมถึงบริหารงบประมาณสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งของรัฐบาลกลาง
ตามกฎหมายจะมีกรรมการ 4 คน แบ่งเท่าๆ กันระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีและต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ทั้งนี้ กรรมการทั้ง 3 คนที่ถูกปลด ได้แก่ โธมัส ฮิกส์, เบนจามิน ฮอฟแลนด์ และคริสตี แม็กคอร์มิก ต่างเคยได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาอย่างเป็นเอกฉันท์
ซึ่งการปลดกรรมการเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์ผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎการลงคะแนนทางไปรษณีย์ รวมถึงพยายามกำหนดให้ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งต้องแสดงหลักฐานการถือสัญชาติสหรัฐฯ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวส่วนใหญ่ถูกศาลระงับไว้
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังคงยืนยันหลายครั้งโดยไม่มีหลักฐานว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2563 ซึ่งเขาพ่ายแพ้ต่อโจ ไบเดน มีการทุจริต
การตัดสินใจครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายเดโมแครตและองค์กรด้านสิทธิเลือกตั้ง โดยวุฒิสมาชิกมาร์ก วอร์เนอร์ จากรัฐเวอร์จิเนีย ระบุว่า การปลดกรรมการทั้งหมดก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเพียงไม่กี่เดือน เป็นการดำเนินการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และควรได้รับคำอธิบายจากรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เพราะอาจสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อการแทรกแซงทางการเมืองในสถาบันที่ทำหน้าที่สนับสนุนความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง
ถึงแม้ว่ากฎหมายปี 2002 จะเปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถเสนอชื่อกรรมการชุดใหม่ได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลทรัมป์จะดำเนินการแต่งตั้งผู้แทนชุดใหม่เมื่อใด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี