542.jpg
จีน สั่งปลด หม่าซิงรุ่ย อดีตโปลิตบูโรพ้นพรรค-หน่วยงานรัฐ เซ่นคดีทุจริตเอื้อพวกพ้อง

จีน สั่งปลด หม่าซิงรุ่ย อดีตโปลิตบูโรพ้นพรรค-หน่วยงานรัฐ เซ่นคดีทุจริตเอื้อพวกพ้อง

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.23 น.

15 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลาง และคณะกรรมการกรรมาธิการควบคุมแห่งชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้ออกแถลงการณ์มีคำสั่งปลด นายหม่า ซิงรุ่ย (Ma Xingrui) วัย 66 ปี อดีตสมาชิกกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในข้อหาคอร์รัปชั่น และ ไล่ออกจากตำแหน่งทางราชการทั้งหมด 

นายหม่า ซิงรุ่ย  ซึ่งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะทำงานด้านการพัฒนาชนบทส่วนกลาง ถูกสอบสวนตั้งแต่เดือนเมษายน ในข้อหาต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งคำที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้ในการกล่าวถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น


ผลการสอบสวนระบุว่า นายหม่า ซิงรุ่ย ละเมิดกฎระเบียบทางการเมืองและวินัยของพรรคอย่างร้ายแรง เขาล้มเหลวในการกำกับดูแลตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเข้มงวด โดยจงใจเพิกเฉยต่อการละเมิดวินัยและการกระทำที่ส่อเค้าทางอาชญากรรมของคนสนิทรอบตัว 

นอกจากนี้เขายังใช้เอกสิทธิ์ในตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือบุคคลอื่นให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งและจัดสรรงานให้อย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงการปกปิดข้อเท็จจริงและพูดโกหกในระหว่างถูกทางการไต่สวน

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า นายหม่า ซิงรุ่ย และครอบครัวพัวพันกับการรับของขวัญและเงินสดจำนวนมหาศาล แอบช่วยเหลือเครือญาติให้สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด ตลอดจนมีพฤติกรรมใช้เกียรติและอำนาจหน้าที่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่างๆ รวมถึงเรื่องอื้อฉาวทางเพศ และเงินตรา ยินยอมให้สมาชิกในครอบครัวใช้อิทธิพลของตนไปแสวงหาผลประโยชน์มหาศาลทางธุรกิจ จนเข้าข่ายการทุจริตในระดับเครือญาติ ทางการจีนระบุว่า สิ่งนี้เรียกว่าเป็นการ "การทุจริตแบบยกตระกูล" โดยทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งหมดจะถูกยึดทรัพย์ และคดีความรวมถึงหลักฐานจะถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การขับนายหม่า ซิงรุ่ย ออกจากพรรคถือเป็นการยกระดับการปราบปรามคอร์รัปชั่นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพื่อกำจัดการทุจริต ซึ่งพัวพันกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค รัฐบาล และกองทัพ

นายหม่า ซิงรุ่ย ถือว่าเป็นนักวิชาการที่ผันตัวมาเป็นนักบริหารที่มีความเติบโตอย่างก้าวกระโดดในแวดวงการเมืองของจีน เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1988 ในช่วงปี 1996-2012 เขาได้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงในสถาบันเทคโนโลยีอวกาศแห่งชาติจีน และ บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติจีน  ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจผู้ผลิตยานอวกาศและขีปนาวุธหลักของประเทศ โดยเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและควบคุมโครงการอวกาศที่สำคัญที่สุดของจีนหลายโครงการ

ต่อมาในปี 2013 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน และประธานสำนักงานพลังงานปรมาณูแห่งจีน 

ก่อนที่ในปีเดียวกันนั้นจะถูกย้ายไปบริหารงานส่วนท้องถิ่นที่มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในปี 2017

จากนั้นในช่วงปลายปี 2021 ไปจนถึงปี 2025 เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือที่มีความไวต่อความมั่นคงสูง ก่อนที่เส้นทางการเมืองจะสิ้นสุดลงจากการถูกสอบสวนเรื่องของการทุจริต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top