542.jpg
พนักงานเมตาแฉยับ บริษัทใช้ระบบ AI คัดคนออกล็อตใหญ่ เน้นพวกคนป่วย-พิการ-ลาคลอด

พนักงานเมตาแฉยับ บริษัทใช้ระบบ AI คัดคนออกล็อตใหญ่ เน้นพวกคนป่วย-พิการ-ลาคลอด

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.18 น.

16 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มพนักงานของบริษัท เมตา แพลตฟอร์มส์ จำนวน 26 คน ได้ออกมายื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กล่าวหาบริษัท เมตา บริษัทแม่ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม รวมถึง วอทแอป ว่าใช้ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อผู้พิการหรือผู้ที่ลาป่วยในการคัดเลือกพนักงานเพื่อเลิกจ้างจำนวนมาก

คำฟ้องร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า พนักงานที่ยื่นฟ้องโดยไม่เปิดเผยตัวตนเนื่องจากกังวลเรื่องการลบล้างความผิด ได้ร่วมกันกล่าวหาว่าบริษัท เมตา ไม่ได้ใช้ดุลยพินิจของผู้จัดการหรือหัวหน้างานที่มีความเข้าใจในตัวงานจริงๆ ในการจัดทำรายชื่อผู้ถูกเลิกจ้าง แต่ทางบริษัทกลับพึ่งพา เครือข่ายระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในบริษัทเมตา ในการให้คะแนน จัดอันดับ และเลือกพนักงานที่จะถูกตัดสิทธิ์ 


ซึ่งระบบดังกล่าวมีอคติและมุ่งเป้าเลิกจ้างโดยมิชอบ ต่อกลุ่มผู้พิการ พนักงานที่ลาคลอด และพนักงานที่ลาป่วย  ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรกที่ท้าทายการใช้เอไอ ปลดคนงานในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก

โจทก์ซึ่งได้รับแจ้งใน เดือนพฤษภาคม ว่างานของพวกเขาจะถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม กำลังขอคำวินิจฉัยเบื้องต้นจากศาลเพื่อระงับไม่ให้ เมตา ดำเนินการเลิกจ้างให้เสร็จสิ้นในระหว่างที่พวกเขากำลังดำเนินการเรียกร้องสิทธิ์ผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการส่วนตัว

พนักงานรายหนึ่ง กล่าวว่า ข้อตกลงของเมตาคือการกำหนดให้พนักงานต้องระงับข้อพิพาทในที่ทำงานโดยอนุญาโตตุลาการเป็นรายบุคคล แต่ไม่ครอบคลุมถึงคำขอความช่วยเหลือชั่วคราว

ต่อมาทางโฆษกของบริษัทเมตา กล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริง การบริหารจัดการกำลังคน และการตัดสินใจด้านองค์กรนั้นกระทำโดยคน ไม่ใช่ AI 

โดยคดีฟ้องร้องนี้จะเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่ฟ้องร้องบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อท้าทายข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเลิกจ้างพนักงาน 

การเลิกจ้างในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ 10% ของเมตา หรือราว 8,000 ตำแหน่งทั่วโลกเมื่อช่วงต้นปี เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรไปมุ่งเน้นการลงทุนด้าน AI เต็มตัว โดยพนักงานกลุ่มนี้ได้รับแจ้งว่าตำแหน่งจะถูกตัดตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมนี้

อย่างไรก็ตาม มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัทเมตา ได้กล่าวว่าเขาไม่คาดว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงานทั่วทั้งบริษัทอีกในปีนี้ 

ตามคำฟ้องระบุว่า เมตา ใช้ระบบช่วยเหลือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)ดังกล่าวภายในองค์กร รวมถึงผู้ช่วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ที่ชื่อว่า Metamate รวมถึงระบบ "สมองที่สอง" ที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อติดตามการสื่อสาร เอกสาร ตลอดจนคะแนนผลิตภาพ ที่ได้จากการสอดแนมพฤติกรรมของพนักงานผ่านอุปกรณ์ของบริษัท เช่น การตรวจจับความถี่ในการกดแป้นพิมพ์, กิจกรรมการเลื่อนเมาส์, เนื้อหาบนหน้าจอ, อีเมล และประวัติการเข้าใช้งานเว็บเบราว์เซอร์

ทนายความฝ่ายโจทก์ ย้ำว่า หากปล่อยให้การเลิกจ้างมีผลสมบูรณ์ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพนักงานจะ ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ ทั้งการสูญเสียสิทธิ์ประกันสุขภาพที่บริษัทช่วยอุดหนุนในระหว่างตั้งครรภ์ การพักฟื้นหลังคลอด และการรักษาพยาบาลที่กำลังดำเนินอยู่ รวมถึงการริบหุ้นของบริษัทที่ยังไม่ครบกำหนด และผลกระทบต่อสถานะการตรวจคนเข้าเมืองของพนักงานต่างชาติ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top