วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
อิหร่านทุ่ม2พันล.
ซื้ออาวุธเพิ่มจากจีน
ชี้ส่งลอตแรก400ชุด
กองทัพมะกันอัดอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง ด้านเตหะรานฉีกหน้าทรัมป์ โต้ลั่นไม่มีการเจรจากับมะกันในขณะนี้ สะพัดจีน เตรียมส่งมอบขีปนาวุธ MANPADS ให้ อิหร่าน ล็อตแรก 400 กระบอก มูลค่า 70 ล้านดอลล์ลาร์ฯ หรือประมาณ 2.4 พันล้านบาท หลังดีลซื้อขายสำเร็จ
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 17.45 น. ตามเวลาของสหรัฐ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกเพื่อโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในตะวันออกกลางอย่างฉับพลัน โดยสกัดกั้นขีปนาวุธทั้งหมดได้สำเร็จ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการหยุดยิงชั่วคราวเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้การเจรจากลับมาดำเนินต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯเผยถึงการเจรจากับอิหร่านว่า ดำเนินไปอย่างเป็นมิตร แต่ก็ย้ำว่าสหรัฐอาจกลับไปโจมตีอย่างที่เคยทำมาแล้ว ถ้าการเจรจาล้มเหลว
แต่เวลาต่อมาเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกมาตอบโต้ทรัมป์ว่า ไม่มีการเจรจากับสหรัฐในขณะนี้
กองบัญชาการกลางสหรัฐกล่าวต่อว่า กองทัพสหรัฐและซาอุดีอาระเบียร่วมกันปฏิบัติการโจมตีแบบแม่นยำต่อกลุ่มก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในอิรัก ซึ่งได้รับคำสั่งจาก IRGC ให้โจมตีกองกำลังสหรัฐและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียด้วยโดรนทางอากาศมากกว่า 30 ครั้ง ช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐและซาอุดีอาระเบียได้โจมตีคลังอาวุธ และศูนย์ลำเลียงยุทโธปกรณ์ของกลุ่มก่อการร้ายหลายแห่งในภาคตะวันออกของอิรัก เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันเดียวกัน เทอร์คี อัล-มาลิกี โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า สามารถสกัดและทำลายโดรนหลายลำจากอิรักที่มุ่งโจมตีโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านปิโตรเลียมในภูมิภาคตะวันออกของประเทศได้สำเร็จ ซึ่งดำเนินการโดยกองกำลังติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมเต็มตัวในความขัดแย้ง แต่ระยะหลังซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักมากขึ้น รวมทั้งเผชิญการโจมตีจากกลุ่มฮูตีที่พุ่งเป้าเรือของซาอุดีอาระเบียบริเวณทะเลแดงมากขึ้นด้วย
ล่าสุด วันที่ 29 กรกฎาคม กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียร่วมกับสหรัฐได้โจมตีแบบจำกัดและมุ่งเป้าต่อกองกำลังติดอาวุธดังกล่าว พร้อมบอกว่า ไม่ได้ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แต่จะตอบโต้ต่อการรุกรานใดๆ ที่มุ่งเป้ามายังประเทศ
อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตี โดยยาห์ยา ซาเรีย โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านแถลงยอมรับว่า พวกเขายิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ซึ่งเป็นการเพิ่มมาตรการบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียที่เพิ่งประกาศไป โดยเรือลำดังกล่าวฝ่าฝืนการปิดล้อม ไม่สนใจสัญญาณเตือน และถูกบังคับให้เปลี่ยนเส้นทาง
หน่วยงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักรกล่าวเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า กัปตันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดขณะแล่นผ่านทะเลแดงตอนใต้ ลูกเรือ และเรือลำดังกล่าวปลอดภัยและไม่มีรายงานความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูตีประกาศว่า พวกเขาจะปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง เพื่อตอบโต้สิ่งที่พวกเขาอธิบายว่าเป็นการปิดล้อมเยเมนของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ริยาดปฏิเสธ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าว 3 รายว่า อิหร่านเตรียมรับมอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบประทับบ่า (MANPADS) ของจีนล็อตแรกจำนวน 400 กระบอก เพื่อเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศระหว่างการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกา การจัดซื้อครั้งนี้มีมูลค่า 60-70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,100-2,450 ล้านบาท ถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของเตหะรานในการเสริมสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะสั้น อุดช่องโหว่ของอิหร่านในการปกป้องฐานทัพทหารและโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมการจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพา (MANPADS) 300-400 ชุด ประกอบด้วยขีปนาวุธรุ่น QW-12 และ FN-16 ซึ่งเป็นอาวุธนำวิถีด้วยอินฟราเรดสำหรับประทับยิงจากบ่า ใช้โจมตีเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนที่บินระดับต่ำ โดยสัญญาจัดซื้อดังกล่าวลงนามผ่านบริษัท Zhongqing Baoshang International Investment ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างยอิหร่านและซัพพลายเออร์ชาวจีน อย่างไรก็ตาม ต่อมากระทรวงการต่างประเทศจีนปฏิเสธรายงานดังกล่าวว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ไม่มีมูลความจริง พร้อมยืนยันว่าจีนมีบทบาทส่งเสริมสันติภาพและการยุติความขัดแย้ง ขณะที่บริษัทตัวกลางยังไม่ได้ตอบข้อซักถามของสื่อ
แหล่งข่าวที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้กล่าวด้วยว่า แม้แหล่งข่าวระบุว่าทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงแล้ว แต่กำหนดเวลาส่งมอบ จำนวนอาวุธ และรายละเอียดการดำเนินงานยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งแผนเบื้องต้นระบุว่า การขนส่งอาวุธจะเริ่มจากเมืองอุรุมชี ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกของจีน ผ่านปากีสถานเข้าสู่อิหร่าน แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะขนส่งทางอากาศหรือทางบก
ถึงแม้อิหร่าน จะลงทุนอย่างหนักในด้านขีปนาวุธ โดรน และเรดาร์ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร กล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพาสำคัญต่อการป้องกันประเทศเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถกระจายตัวได้รวดเร็ว ดำเนินการได้โดยทีมขนาดเล็ก และเคลื่อนย้ายได้บ่อย ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบติดตั้งอยู่กับที่ จึงเหมาะสำหรับป้องกันฐานทัพ โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจากการโจมตีของโดรนหรืออากาศยานที่บินต่ำ
รายงานข่าวแจ้งว่า อิหร่านพยายามหาเส้นทางลำเลียงอาวุธและชิ้นส่วนทางทหารจากจีนผ่านเส้นทางภาคพื้นดิน เตหะรานสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้เส้นทางบก เพื่อขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารและชิ้นส่วนที่ใช้ได้ทั้งสองวัตถุประสงค์ของจีนอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น และ ลดความเสี่ยงเกิดการหยุดชะงัก หรือ โดนสกัดกั้นจากการลำเลียง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี