วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
5 สิงหาคม 2569 จากกรณีการเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7.1 ลึก 10 กิโลเมตร ในพื้นที่จังหวัด คุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น และมีประกาศเตือนภัยสึนามิ ให้เฝ้าระวังบริเวณทะเลอะริอาเกะและยัตสึซิโระ จ.ฟุกุโอกะ ซางะ นางาซากิ คุมาโมโตะ หลังแผ่นดินไหวหลักมีการบันทึกอาฟเตอร์ช็อกแล้ว 61 ครั้ง โดยมีความรุนแรงตั้งแต่ระดับ 1-6 ตามมาตรวัดความรุนแรงของญี่ปุ่น
ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท ฮาบิตะ ผู้ดำเนินกิจการร้านจำหน่ายสินค้าภายในศูนย์การค้า อิออน มอลล์ คุมาโมโตะ ในเมืองคาชิมะ จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ยอมรับว่า บริษัทเป็นผู้สั่งให้พนักงานหญิง 2 คน กลับเข้าไปในอาคารหลังอพยพออกมาแล้วเพื่อเก็บเงินรายได้จากการขายเข้าตู้นิรภัยก่อนเกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงส่งผลให้ทั้งสองเสียชีวิต
โดยก่อนหน้านี้ 2 พนักงานสามารถอพยพออกจากห้างได้อย่างปลอดภัย แต่ได้รับคำสั่งให้กลับเข้าไปเก็บเงินสดในร้าน ก่อนเกิดเหตุระเบิดจากก๊าซภายในห้างราวๆ 80 นาทีหลังเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตภายในห้างรวม 7 คน หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ คุรุมิ โอตาเกะ พนักงานวัย 22 ปี ซึ่งเพิ่งย้ายมาปฏิบัติงานที่สาขาดังกล่าว
ต่อมานายโคจิ ยูเซะ กรรมการบริษัทวัย 64 ปี แถลงขอโทษต่อสาธารณชน พร้อมยอมรับว่า การให้พนักงานกลับเข้าไปในอาคารเป็นความผิดพลาดของบริษัท เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตอันมีค่าทั้งสองคน
ซึ่งในวันเกิดเหตุผู้จัดการร้านไม่ได้ปฏิบัติงาน ทำให้พนักงานทั้งสองเป็นผู้ดูแลร้านเพียงลำพัง หลังเกิดแผ่นดินไหว บริษัทได้รับการยืนยันว่าทั้งคู่สามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่สำนักงานใหญ่จะโทรศัพท์แจ้งผ่านผู้จัดการร้านให้ส่งข้อความถึงพนักงานว่า "หากสามารถกลับเข้าไปได้ ขอให้นำเงินสดจากการขายไปเก็บไว้ในตู้นิรภัย แต่หากไม่ปลอดภัยก็ไม่จำเป็นต้องทำ"
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้การของครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งระบุว่า หลังออกมาถึงลานจอดรถด้านนอก คุรุมิ โอตาเกะ ได้บอกญาติว่า "บริษัทสั่งให้กลับไปเก็บเงินในตู้นิรภัย" จากนั้นเธอและเพื่อนร่วมงานได้เดินกลับเข้าไปในห้าง ก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้นเพียงประมาณ 5 นาที
ก่อนหน้านั้นไม่นาน โอตาเกะได้ส่งข้อความผ่านไลน์ถึงแม่ของเธอว่า "หนูปลอดภัยดี" แต่หลังเกิดระเบิด ครอบครัวไม่สามารถติดต่อเธอได้อีกเลย จนต่อมาสัญญาณโทรศัพท์ของเธอยังคงอยู่ภายในร้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างของเธอและเพื่อนร่วมงานในเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันต่อมา สภาพศพได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนต้องใช้การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อยืนยันอัตลักษณ์
ญาติของเธอได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากไม่มีเหตุระเบิดและเธอไม่ได้รับคำสั่งให้กลับเข้าไปในอาคาร เธอคงยังมีชีวิตอยู่ พร้อมตั้งคำถามว่า นายจ้างควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานเป็นอันดับแรกหรือไม่
โดยหลังเหตุการณ์ บริษัทฮาบิตะ ประกาศว่าจะปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยต่อจากนี้จะให้ความสำคัญกับการอพยพเป็นอันดับแรก และจะไม่สั่งให้พนักงานกลับเข้าไปในอาคารหลังเกิดภัยพิบัติอีก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี