วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ฮอร์มุซยังไม่เปิด! ความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ริบหรี่ ดันราคาน้ำมันพุ่ง วิกฤตพลังงานส่อลากยาว ด้าน กองทัพอเมริกันส่งเฮลิคอปเตอร์ยิงมิสไซส์ถล่ม “เรือติดธงปานามา” กลางอ่าวโอมาน อ้างฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทะเลอิหร่าน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสถานการณ์สู้รบสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า ความหวังข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านอยากที่จะบรรลุข้อตกลง หลังเตหะรานยืนยันช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิด หากสหรัฐฯไม่ยอมรับเงื่อนไขล่าสุด 6 ข้อที่เตหหะรานเสนอไป ขณะที่เกิดเหตุโจมตีเรือในเส้นทางเดินเรือเพิ่มแรงกดดันตลาดพลังงาน ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเฉียด 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังปิดอยู่จนกว่าสหรัฐฯจะยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน รวมถึงการปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดและลดความตึงเครียดในภูมิภาค อิหร่านยืนยันว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตกลงเรื่องเส้นทางเดินเรือกับโอมานซึ่งอยู่ในขั้นตอนใกล้เสร็จสมบูรณ์เท่านั้น แต่การเปิดช่องแคบเต็มรูปแบบยังต้องการให้สหรัฐฯ ดำเนินการตามเงื่อนไขอื่นที่เตหะรานกำหนดไว้ด้วย
อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งทางทะเลรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯส่งเฮลิคอปเตอร์รบยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกสินค้าสินค้าติดธงปานามา บริเวณอ่าวโอมาน หลังพบพฤติกรรมพยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ เพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของประเทศอิหร่าน
รายงานระบุว่า เฮลิคอปเตอร์รบแบบ MH-60 ของกองทัพเรือสหรัฐฯได้ยิงมิสไซล์แบบ Hellfire 2 ลูก เข้าใส่ห้องเครื่องและระบบบังคับหางเสือของเรือบรรทุกสินค้า M/V Vela Nova ทำให้ระบบขับเคลื่อนเสียหายหนัก ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ โดยปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ลูกเรือของเรือดังกล่าวละเลยและเมินคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากกองกำลังสหรัฐฯ ที่ลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่
ด้านเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในเขตน่านน้ำสากลห่างจากชายฝั่งปากีสถานประมาณ 71 ไมล์ทะเล แม้แรงระเบิดจะส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บริเวณท้ายเรือ แต่กลุ่มลูกเรือสามารถควบคุมและดับไฟไว้ได้สำเร็จ โดยลูกเรือทั้งหมดได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยและไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
CENTCOM ยังออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter) ย้ำจุดยืนอย่างเด็ดขาดว่า เรือลำดังกล่าวไม่สามารถเดินทางมุ่งหน้าไปยังอิหร่านเพื่อละเมิดมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯได้อีกต่อไป ทั้งนี้ มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านของสหรัฐอเมริกายังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโจมตีเรือ Vela Nova ครั้งนี้ นับเป็นเรือลำที่ 3 ที่ถูกกองทัพสหรัฐฯ ใช้กำลังเข้าสกัดอย่างเด็ดขาด นับตั้งแต่มีการประกาศรื้อฟื้นมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน ซึ่งเปิดฉากขึ้นเพื่อกดดันทางเศรษฐกิจและตอบโต้อิหร่าน
อีกด้านมีข้อมูลจากกองทัพสหรัฐฯเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มมาตรการ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ผลักดันเรือสินค้าที่พยายามฝ่าฝืนวงล้อมไปแล้วมากกว่า 55 ลำ บุกตรวจค้นเรือ 2 ลำ และใช้กำลังเข้าทำลายระบบจนไม่สามารถสัญจรได้อีก 3 ลำ สร้างความกังวลให้นานาชาติและอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือทั่วโลกอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ความขัดแย้งขยายวงกว้างจากช่องแคบฮอร์มุซออกมายังอ่าวโอมาน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี