วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี, พล.ท.ภก.อนุมนตรี วัฒนศิริ, ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์, ภญ.เพ็ญทิพา แก้วเกตุทอง, จักร โกศัลยวัตร และ ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ร่วมแถลงข่าว
สภาเภสัชกรรม ผนึก องค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม จัดกิจกรรม “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2561”ชูบทบาทเภสัชกรยุค 4.0 ในการรณรงค์ให้ประชาชนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องในการใช้ยาและสมุนไพรอย่างปลอดภัยและสมเหตุผล ลดผลกระทบต่อสุขภาพ ปัญหาเชื้อดื้อยา และสิ้นเปลืองงบประมาณด้านยาของประเทศ ภายใต้คำขวัญ “ฉลาดใช้ยาและสมุนไพรสมเหตุผล ยุค 4.0...ปรึกษาเภสัชกร” โดยจะจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องยาและสมุนไพรในโรงพยาบาล ร้านยาและหน่วยงานบริการสาธารณสุขพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 23-29 มิถุนายน 2561 เชิญชวนประชาชนผู้ใช้ยา ขอรับคำปรึกษากับเภสัชกรที่สถานพยาบาล หรือร้านยาใกล้บ้าน
สภาเภสัชกรรมแถลงข่าวการจัดงาน “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2561” ขึ้น โดยมี ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม พล.ท.ภก.อนุมนตรี วัฒนศิริ ประธานจัดงานและกรรมการสภาเภสัชกรรม ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ ผู้ช่วยนายกสภาเภสัชกรรม ภญ.เพ็ญทิพา แก้วเกตุทอง ผู้จัดการสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชนโอสถศาลาจักร โกศัลยวัตร นายกสมาคมเฮลท์เทคแห่งประเทศไทย และ ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เลขาธิการสภาเภสัชกรรม ร่วมแถลงข่าวและเสวนา “ฉลาดใช้ยาและสมุนไพรสมเหตุผล ยุค 4.0... ปรึกษาเภสัชกร” ณ ลานบีคอน 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า การใช้ยาไม่สมเหตุผลเป็นปัญหาระดับชาติมายาวนานส่งผลเสียทั้งทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการบริโภคยาเกินจำเป็น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยในทางที่แย่ลง นำไปสู่การรักษาการป่วยครั้งต่อไปที่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองมากขึ้น และอาจทำให้เกิดโรคใหม่จากการใช้ยา ทำให้ต้องรักษาเพิ่มขึ้น เช่น ผู้ป่วยที่รับประทานยาชุดแก้ปวดแก้อักเสบบ่อยๆ เกินความจำเป็น ก็จะเกิดกระเพาะทะลุ หรือการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินความจำเป็น จนสร้างปัญหาเชื้อดื้อยา ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากติดเชื้อดื้อยา ต้องให้การรักษาด้วยยาที่แพงขึ้น ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยามากขึ้นทุกปี ปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยาของผู้ป่วยส่วนหนึ่งอาจเกิดจากระบบสาธารณสุขและการให้บริการทางเภสัชกรรมที่ทำได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะโรงพยาบาลในต่างจังหวัด เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังมีปัญหาขาดแคลนอัตรากำลังของเภสัชกรประจำโรงพยาบาลอยู่มาก
ทั้งนี้ มีข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าการบริโภคยาของคนไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 แสนล้านบาทในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ใช้ยาเกินจำเป็นถึงกว่า 2,000 ล้านบาท และการใช้ยาที่สงสัยต่อประสิทธิภาพถึง 4,000 ล้านบาท และกระทรวสาธารณสุขได้ประกาศให้การใช้ยาสมเหตุผลเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พัฒนาโรงพยาบาลทุกแห่งให้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผลมาตั้งแต่ 2559
“การใช้ยาสมเหตุผล หมายถึงการใช้ยาที่เหมาะสมกับโรค ในขนาดและระยะเวลาการใช้ที่ถูกต้อง และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แต่ปัจจุบันยังมีคนไทยอีกจำนวนมาก ใช้ยาไม่สมเหตุผล ซึ่งเป็นความเข้าใจของประชาชนในทางที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยา อาจมีที่มาจากการสำคัญผิดเอง จากการบอกเล่า หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีการติดต่อสื่อสารและให้ข้อมูลกันผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้นหรือการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เนตหากไม่พิจารณาแหล่งที่มาให้ดี ก็อาจจะได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือนไปจากความเป็นจริง หรือเป็นจริงแต่เพียงบางส่วน รวมทั้งการโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งยาแผนโบราณและยาแผนปัจจุบัน อาหารเสริม หรือเครื่องสำอาง เพื่อผลการรักษาสุขภาพลดน้ำหนักลดความอ้วน อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งเจตนาการเสพยาสมุนไพร ยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมปรุงแต่งในปริมาณมากเกินควร จนเกิดอาการมึนเมา ส่งผลให้มีจำนวนตัวยาสะสมสูงจนเกิดเป็นพิษต่อร่างกายได้ เป็นต้น” ดร.ภก.นิลสุวรรณ กล่าวและเสริมว่า
ดังนั้น เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนไทยมีการใช้ยาและสมุนไพรอย่างสมเหตุผล สภาเภสัชกรรม ได้ร่วมกับองค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม จัดกิจกรรม “สัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2561” ภายใต้คำขวัญ “ฉลาดใช้ยาและสมุนไพรสมเหตุผล ยุค 4.0...ปรึกษาเภสัชกร” เพื่อร่วมกันแสดงบทบาทของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมต่อประชาชน มีการให้ความรู้ คำแนะนำในการใช้ยาและสมุนไพร เป็นที่ปรึกษา ด้านสุขภาพให้คำแนะนำ ตัดสินใจ คัดกรอง ส่งต่อ และรักษา ป้องกันโรคพื้นฐานด้วยการใช้ยาและไม่ใช้ยาให้แก่ประชาชน กรณีที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ยาและสมุนไพร ต้องทำให้ประชาชนได้รับยาและสมุนไพรได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมปลอดภัย และสมเหตุผล เหมาะสมกับโรค ในขนาดและระยะเวลาการใช้ที่ถูกต้องและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด โดยจะจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องยาและสมุนไพรในโรงพยาบาล ร้านยาและหน่วยงานบริการสาธารณสุขพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 23-29 มิถุนายน 2561 ให้ประชาชนผู้ใช้ยา ขอรับคำปรึกษากับเภสัชกร พร้อมทั้งขอรับเอกสารให้ความรู้เรื่อง “ฉลาดใช้ยาและสมุนไพรสมเหตุผล ยุค 4.0... ปรึกษาเภสัชกร” ในสถานพยาบาลหรือร้านยาใกล้บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“หลักการใช้ยาให้สมเหตุผล ควรยึดหลัก 5 ถูกของการใช้ยา คือ ถูกคน ถูกโรค ถูกขนาด ถูกวิธี และถูกเวลา และเพื่อให้ใช้ยาถูกต้อง 5 ถูก การซื้อยามารับประทานเองควรเลือกร้านที่มีเภสัชกร ไม่ควรซื้อยาจากผู้ที่ไม่มีความรู้ ไม่นำยาผู้อื่นมาใช้ อ่านฉลากก่อนใช้ยา และใช้ยาตามที่ระบุไว้ในฉลาก ทั้งขนาด วิธีใช้ และเวลาที่ใช้ นอกจากนี้ ในกรณีได้รับข้อมูลทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อโซเชียลต่างๆ ควรพิจารณาถึงชื่อ แหล่งที่มาของข้อมูลอ้างอิงอย่างถูกต้องชัดเจนจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรเป็นข้อมูลที่ทันสมัยด้วย และหากต้องการสืบค้นข้อมูลจากทางอินเตอร์เนต ควรเลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือของราชการ นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีแอพพลิเคชั่นที่ให้ความรู้เรื่องยาต่างๆ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนยุค 4.0 สามารถเข้าถึงข้อมูลเรื่องยาได้ง่ายขึ้น และเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับผู้ป่วยในการใช้ยาได้อย่างปลอดภัยและสมเหตุผล” นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวสรุป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี