วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ในยุคที่สังคมกำลังสับสนวุ่นวายอยู่กับการรับมือการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีมาตรฐานใดๆ ที่จะใช้ในการดูแลรักษาและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ ที่ได้ผลดีและเป็นมาตรฐานออกมาเพื่อถือปฏิบัติทั้งจากองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานด้านสาธารณสุขจากประเทศที่เป็นมาตรฐานด้านการแพทย์และสาธารณสุขออกมา
ขอย้ำว่าสิ่งที่พวกเราจะได้อ่านต่อไปนี้ไม่สามารถนำมาทดแทน การเว้นระยะห่างทางสังคม การล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ การใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นและทุกครั้งที่ออกจากบ้าน การเช็ดทำความสะอาดพื้นที่อยู่อาศัยด้วยน้ำยาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ การงดเดินทางโดยยานพาหนะสาธารณะที่ไม่จำเป็น หรือการรับประทานอาหารส่วนตัวและใช้อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารที่สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
เมื่อได้ทำครบถ้วนดังกล่าวแล้วคนส่วนใหญ่ก็ยังอยากจะรู้ว่าแล้วเราจะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราให้มีสมรรถนะที่ดีในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส เมื่อเป็นดังนี้เราจะต้องรู้ก่อนว่าไวรัสโควิด-19 นี้ ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่เกิดจากการอักเสบต่อเนื้อเยื่อของเราได้อย่างไร ที่แน่นอนก็คือไวรัสโควิด-19 ที่เป็นไวรัสโคโรนา ที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคซาร์สนั้นทำให้เกิดการอักเสบโดยการกระตุ้น cytoplasmic NLRP3 inflammasome ที่อยู่ในmacrophage และ TH1 immunecell ให้เกิด proinflammatorycytokines ที่ชื่อ IL-1B และ IL-18การรักษาและป้องกันจึงต้องเป็นการรักษาที่สอดคล้องต่อกลไกการอักเสบนี้
แต่นั่นเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะทำการรักษาเมื่อเกิดโรครุนแรง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครอยากติดเชื้อ หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้เกิดติดเชื้อมาจะทำอย่างไรให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่ดีและลดการอักเสบที่จะทำให้เกิดอันตรายลงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์รวมทั้งการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากสารอาหารและเท่าที่ได้รวบรวมวิธีการต่างๆที่เราสามารถที่จะทำได้ให้สอดคล้องกับรายงานทางการศึกษาวิจัยให้เป็นไปในรูปแบบของบูรณาการแล้วก็พอจะรวบรวมได้ดังนี้
นอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียงและเหมาะสม วิจัยพบว่าคนที่นอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันนั้นมีโอกาสที่จะติดเชื้อไข้หวัดได้สูงถึง 3.5 เท่า ของคนที่นอนหลับสนิทในตอนกลางคืนอย่างน้อย 7 ชั่วโมง เนื่องจากการนอนน้อยจะไปเพิ่มระดับของ CXCL9 ซึ่งเป็น monocline ที่กระตุ้นโดย interferon ที่จะไปเพิ่มการกระตุ้นการอักเสบจาก NLRP3 ที่เป็นกลไกในการทำให้เกิดการอักเสบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ การเข้านอนอย่างถูกต้องและพอเพียงยังจะทำให้ระบบการผลิตและสร้าง “เมลาโทนิน” ออกมาในระดับที่ดีซึ่งจะไปช่วยลดความรุนแรงของเชื้อไวรัสโคโรนาได้
.jpg)
การผ่อนคลายเครียด เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าความเครียดนั้นกระตุ้นให้เกิด proinflammatory cytokine เช่น IL-6 ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียดให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลายนั้นจึงเป็นวิธีการที่สำคัญวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีและลดการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ทำให้อาการของโรคลดความรุนแรงลง ทั้งการนวดสัมผัสด้วยน้ำมันหอมระเหย การฝึกจิตสมาธิ การใช้ดนตรีบำบัด การฝึกลมหายใจ และการทำสมาธิบำบัดโดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีผลในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีทั้งสิ้นส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นกับตัวบุคคลและแนวทางในการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน
การรับประทานพืชผักและผลไม้สดเป็นประจำ โดยเฉพาะพืชผัก ผลไม้สด ที่มีสารที่ชื่อ “ไอโซฟลาโวนอยด์” เป็นประจำ เนื่องจากการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการพบว่าสารไอโซฟลาโวนอยด์นั้นมีคุณสมบัติในการลดสัญญาณของการอักเสบจาก NLRP3 และทำให้การอักเสบจาก IL-6,IL-1B และIL-18 ลดลงโดยเฉพาะพืชผักผลไม้สดที่มีสารดังต่อไปนี้ Curcumin พบมากในขมิ้น Myricetin พบมากในมะเขือเทศ ส้ม เบอร์รี่ และถั่วต่างๆ Epigallocatechine gallate (EGCG) พบมากในชาเขียว ที่จะได้ผลดีมากขึ้นในการป้องกันเชื้อไวรัสถ้าได้ร่วมกับแร่ธาตุสังกะสีที่เพียงพอDihydroquercetin พบมากในหอมหัวใหญ่ และแอปเปิ้ล สารชนิดนี้จะช่วยเพิ่มการทำงานของแร่ธาตุสังกะสีในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อต้านไวรัส Apigenin พบมากในเซเลรี่และผักชีฝรั่ง อย่างไรก็ตาม สารอาหารจำพวกไบโอฟลาโวนอยด์นั้นยังมีมากกว่าที่กล่าวมาแล้วข้างต้นซึ่งอาจจะมีผลคล้ายกันได้เพื่อความแน่ใจควรจะศึกษาหาความรู้ที่ถูกต้องก่อนที่จะนำมาใช้เป็นประโยชน์
แร่ธาตุสังกะสี (ZINC) ไวรัสโคโรนานั้นตามปกติจะถูกยับยั้งได้ด้วยแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งนอกจากยับยั้งแล้วยังลดความรุนแรงของโรคที่เกิดจากไวรัสชนิดนี้ด้วย ขนาดที่ใช้อยู่ระหว่าง 15-30 มิลลิกรัมต่อวันวิตามินซี มีคุณสมบัติไปยับยั้งการอักเสบที่เกิดจากการกระตุ้นของ NLRP3 งานวิจัยส่วนหนึ่งพบว่าวิตามินซีจะไปทำให้หายหวัดเร็วขึ้นและลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจำพวกปอดอักเสบ ขนาดที่แนะนำให้ใช้โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 500-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน และในช่วงที่ติดเชื้อไวรัสระยะแรกควรจะใช้ในขนาดสูง เมลาโทนิน การศึกษาวิจัยพบว่าเมลาโทนินจะไปยับยั้งการอักเสบที่เกิดจากการกระตุ้นของ NLRP3 นอกจากนี้เมลาโทนินจะทำให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้นซึ่งมีผลต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยทั่วไป เมื่ออายุมากขึ้นระดับการผลิตของเมลาโทนินจะลดลงซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงวัยเมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้วจะเกิดอันตรายจากปอดอักเสบได้รุนแรงขึ้นการเสริมเมลาโทนินธรรมชาติในขนาด 1-10 มิลลิกรัม สามารถลดอุบัติการณ์นี้ลงได้ในระดับหนึ่งวิตามินดี ในบางกรณีศึกษาพบว่าวิตามินดีสามารถลดการอักเสบที่เกิดจากการกระตุ้นของ NLRP3 ได้นอกจากนี้ ตัวรับของวิตามินดียังช่วยลดการหลั่งของ IL-1B ด้วย แต่ไม่เสมอไปและบางครั้งในบางคนอาจจะเพิ่มระดับแทนที่จะลด จึงต้องมีการใช้อย่างระมัดระวังและดูอาการของโรคที่เกิดขึ้นร่วมด้วย
สิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยง จากการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 มีกลไกการเกิดการอักเสบที่เกิดจาก IL-1B และ IL-18 ดังนั้นการจะเลือกเสริมสารอาหารและยาที่จะเพิ่มภูมิคุ้มกันจึงไม่สามารถใช้ได้ทุกชนิดและควรจะหลีกเลี่ยงสารดังต่อไปนี้คือ Echinaceae angustifolia,Echinaceae purpurea, Isolated polysaccharide extracts from medicinal mushroom หรือmycelium, Larch arabinogalactanและ Sambucus nigra (Eldercbery)
ข้อมูลที่เขียนให้อ่านมาทั้งหมดนั้นเป็นข้อมูลทางวิชาการเท่าที่จะสามารถรวบรวมได้ในระยะเวลาอันสั้นแต่ได้ใช้วิจารณญาณในการเลือกอ่านและคัดกรองอย่างดีเท่าที่จะสามารถทำได้แล้ว ข้อมูลนี้เพื่อเป็นการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเท่านั้นและห้ามนำไปใช้อ้างอิงเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือทำให้ผู้ได้อ่านเข้าใจผิดหรือชี้นำไปในทางที่ผิดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์ทางการค้าอย่างเด็ดขาด หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับการนำไปใช้ในสถานการณ์ที่ยังสับสนนี้ และถ้าเกิดความสงสัยควรจะศึกษาหาความรู้จากแหล่งข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้องหรือสอบถามจากผู้รู้ในแขนงนั้นๆ ขอให้พวกเราทุกคนจงผ่านสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้
ไปได้ด้วยกัน...และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี