วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ระบบทางเดินอาหาร มีหน้าที่เกี่ยวกับการย่อยอาหาร การดูดซึมและการขับถ่าย โดยระบบทางเดินอาหารจะเริ่มตั้งแต่ ปาก คอหอย กระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ เป็นต้น ความผิดปกติภายในทางเดินอาหารและลำไส้ มักจะเริ่มแสดงอาการต่อเมื่อมีความรุนแรงมาก เพราะฉะนั้น การส่องกล้องทางเดินอาหารและลำไส้ จะช่วยให้เราตรวจเจอโรคตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะโรคร้ายแรง ก็จะช่วยให้การรักษาทำได้ไม่ซับซ้อน
ข้อมูลจาก น.ท.นพ.บุญเลิศอิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานีเปิดเผยว่า อาการปวดจุกแน่นท้องหรือแสบร้อนบริเวณท้องส่วนบนหรือลำคอ, อาการท้องอืดท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย, อาการเรอหรือคลื่นไส้อาเจียนบ่อยๆ, อาการกลืนติดกลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ, อาการเจ็บคอ คอแห้ง เสียงแหบหรือไอบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้ล้วนเป็นอาการแสดงที่มาจากความผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนบน ได้แก่ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งมักก่อให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารโรคกรดไหลย้อนในหลอดอาหารโรคหลอดอาหารอักเสบ โรคเนื้องอกในหลอดอาหาร หรือแม้แต่โรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้
ขณะที่อาการท้องผูกเป็นประจำหรือท้องผูกสลับกับท้องเสีย, ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน, เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นทางทวารหนัก, ท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้อง, คลำพบก้อนในท้อง น้ำหนักลด, ซีด มีอาการอ่อนเพลีย อาจเป็นอาการแสดงความผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนล่าง ได้แก่ ลำไส้เล็กส่วนปลาย ลำไส้ใหญ่และทวารหนักซึ่งมักก่อให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร, ลำไส้อักเสบ, ภาวะเลือดออกในลำไส้ใหญ่,เนื้องอกลำไส้ หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
การตรวจคัดกรองหาโรคด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหาร เป็นวิธีบ่งชี้ความผิดปกติที่ดีที่สุด และอาจหยุดยั้งโรคร้ายได้แต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะมีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการเลย โดยแนะนำในช่วงวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค คือ 40 ปี ขึ้นไป ควรตรวจเป็นประจำทุกปี ซึ่งการส่องกล้องทางเดินอาหารแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่
1.การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Upper GI Endoscopy) จะใช้เพื่อตรวจหาความผิดปกติระบบทางเดินอาหารส่วนต้น ตั้งแต่หลอดอาหาร ไล่ลงไปกระเพาะอาหาร ถึงลำไส้เล็กส่วนต้น โดยแพทย์จะใช้กล้องเอ็นโดสโคป มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ยืดหยุ่นโค้งงอได้ มีเลนส์กล้องและแสงไฟที่ปลายท่อ สอดเข้าไปทางปากผ่านทางหลอดอาหารและลงไปยังกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้เห็นความผิดปกติได้ชัดเจน
การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น
l อดอาหารและน้ำล่วงหน้าก่อนเข้ารับการส่องกล้องประมาณ 6-8 ชั่วโมง
l งดรับประทานยาบางชนิดตามที่แพทย์แจ้งก่อนเข้ารับการตรวจ 7-10 วัน เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่างแอสไพริน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกในกระเพาะระหว่างส่องกล้อง
l ไม่ควรขับรถกลับบ้านเองหลังจากทำการส่องกล้อง ควรมีญาติมารับกลับ เพราะยาระงับความรู้สึกหรือยาชาเฉพาะจุดที่ได้รับระหว่างการตรวจส่องกล้อง อาจมีผลให้อ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือมึนงงหลังการตรวจอีกสักพัก
2.วิธีการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนปลาย เป็นการส่องกล้องเพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติของผนังลำไส้ และสามารถตัดชิ้นเนื้อที่ผิดปกติบางชนิดออกได้โดยไม่ต้องผ่าตัดทางช่องท้อง โดยแพทย์อาจให้ยาที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายง่วงและหลับไป จากนั้นจึงใช้กล้อง Colonoscopeซึ่งเป็นท่อขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง1 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 150เซนติเมตร ยืดหยุ่น โค้งงอได้ สอดกล้องทางทวารหนักอย่างช้า ๆ เข้าไปถึงส่วนของลำไส้ใหญ่ตอนต้น เพื่อให้เห็นภาพผนังภายในลำไส้ใหญ่และมองหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อหรือติ่งเนื้อที่ผิดปกติ
การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนปลาย
l ถ่ายท้องลำไส้สะอาดก่อนถึงวันส่องกล้องเพื่อให้แพทย์เห็นภาพลำไส้ได้ชัดเจนที่สุด โดยใช้วิธีดื่มของเหลวที่ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานและถ่ายง่าย หรืออาจใช้วิธีสวนล้างลำไส้
l งดรับประทานยาบางประเภทตามที่แพทย์สั่ง ก่อนถึงวันเข้ารับการส่องกล้อง
l ก่อนวันนัดตรวจ 2 วัน ควรทานแต่อาหารเหลวที่ไม่มีกากใย เช่น ซุป อาหารอ่อนหรือโจ๊ก หรือน้ำผลไม้ชนิดใส
l หลังการตรวจส่องกล้อง ผู้ป่วยควรนอนพักนิ่ง ๆ 1 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน เพื่อสังเกตอาการ เพราะอาจมีอาการอึดอัดท้อง ท้องอืด เนื่องจากมีลม โดยอาการ จะทุเลาลงหลังการตรวจ และไม่ควรขับรถ กลับบ้านเอง ควรมีญาติพากลับบ้าน
การส่องกล้องทางเดินอาหารเป็นวิธีการตรวจที่ได้ผลแม่นยำ มีความละเอียดสูง สามารถตรวจพบสาเหตุได้แม้มีความผิดปกติเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังสามารถนำชิ้นเนื้อมาตรวจเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องผ่าตัดซึ่งผู้ป่วยที่ควรทำการตรวจคือ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง รักษาด้วยการรับประทานยาแล้ว แต่ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อาเจียนเรื้อรัง หรือในผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินอาหารตอนอายุมาก เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายแรงสูงขึ้น ผู้ป่วยที่มีอาการเลือดออกในทางเดินอาหารเช่น อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ ถ่ายเป็นเลือด ตรวจอุจจาระพบว่ามีเลือดปนเปื้อน หรือปวดท้องร่วมกับตรวจเจอว่าซีด และผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียเรื้อรังหาสาเหตุไม่ได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนปลาย เพื่อดูลำไส้ใหญ่ ถือเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ เพราะปัจจุบันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสามของมะเร็งที่พบในประเทศไทย
ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี