533.jpg
ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา

ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

คณะครูอาจารย์ที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรม “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 15 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเพชรบุรี ที่จัดขึ้นโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมูลนิธิธรรมดี ในครั้งนี้เป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ปรับวิถีชีวิตสู่สมดุลด้วยนวัตกรรมศาสตร์พระราชา

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาป่าไม้อเนกประสงค์มุ่งหมายศึกษารูปแบบการพัฒนาเกษตรกรรมควบคู่ไปกับการปลูกป่า เพื่อฟื้นฟูสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรและปลูกป่า จัดสรรที่ทำกินให้กับราษฎร ที่ได้เข้ามาบุกรุกทำกินอยู่แต่เดิมให้ได้เข้าอยู่อาศัย และให้ความรู้กับราษฎร ให้ทำการเกษตรอย่างถูกวิธี รวมทั้งให้มีส่วนร่วมในการปลูกป่า ดูแลรักษาป่า ตลอดจนให้ได้รับประโยชน์จากผลผลิตของป่า เพื่อที่ราษฎรจะได้ไม่บุกรุกทำลายป่าอีกต่อไป เป็นการดูแลทรัพยากรที่สำคัญ ทั้งคนและสิ่งแวดล้อม


ที่ศูนย์นี้เคยประสบกับปัญหาพื้นที่ป่าไม้ถูกทำลาย ดินขาดการบำรุงรักษาทำให้ธรรมชาติขาดความสมดุล เกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล มีปริมาณฝนลดลง และเมื่อเวลามีฝนตกฝนจะตกหนัก เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการชะล้างพังทลาย หน้าดินถูกกัดเซาะเป็นร่องลึก เนื่องจากไม่มีพืชคลุมดินเป็นสิ่งกีดขวางการไหลบ่าของน้ำ

“หญ้าแฝก” จึงเป็นพืชที่เหมาะสมในการนำมาปลูกเพื่อพัฒนาพื้นดินบริเวณนี้เพื่อการใช้ประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ ชะลอและเก็บกักน้ำให้ดินชุ่มชื่น ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมในด้านการช่วยบำบัดน้ำเสียได้อีกด้วย ซึ่งคณะครู อาจารย์ก็ได้ร่วมลงมือทำกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก เพื่อเป็นการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์การอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการลงมือปฏิบัติจริง

พ.ต.อ.พันศักดิ์ สมันตรัฐ ผอ.ศูนย์ฯกล่าวว่า “นอกเหนือจากการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว การดูแลประชาชนในพื้นที่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันดังนั้น ความรู้ด้านการตลาดก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวบ้าน” ซึ่งได้ยกตัวอย่างการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านเพาะปลูก อาทิ การแปรรูปน้ำอ้อย จากเดิมที่การขายเป็นลำอ้อย ให้ปรับมาขายเป็นแก้ว ที่ได้ราคามากกว่า หรือการเพาะปลูกอย่างไร เพื่อให้ได้ผลผลิตเก็บเกี่ยวออกมาขายได้ทุกวัน อย่างเช่นการปลูกผักบุ้งที่มีการวางแผนการปลูกอย่างเป็นระบบ เป็นต้น

“หลักการที่สำคัญในการบริหารจัดการและการดูแลชาวบ้านเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและอยู่อย่างมีความสุข คือการร้อยเรียงเรื่อง การบูรณาการด้านวิชาการ โดยมีภูมิปัญญาท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่” ให้สอดคล้องไปด้วยกัน ผอ.ศูนย์สรุป

การทำกิจกรรมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และประธานมูลนิธิธรรมดีให้ความเห็นอย่างน่าสนใจว่า “ที่ศูนย์นี้ถือเป็นห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ที่เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ ป่าชายหาด และป่าชายเลน เป็นสมบัติของโลกใบนี้ที่เราควรต้องช่วยกันดูแลรักษาฟื้นฟูอนุรักษ์ธรรมชาติให้กลับมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต และช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี การพยายามออกจากห้องเรียนสี่เหลี่ยมจะช่วยให้เราได้เข้าถึงธรรมชาติและสามารถเรียนรู้จากธรรมชาติได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการเกษตรเท่านั้น แต่ยังบูรณาการไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ การตลาด เชื่อมโยงไปถึงอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องที่ ได้อีกด้วย”

คณะครู อาจารย์ และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ยังได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมและทำกิจกรรม ณ ศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรเขากระปุก ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้อำนวยการวังไกลกังวล ร่วมบรรยายให้ข้อมูล ซึ่งศูนย์นี้เป็นศูนย์การเรียนรู้การทำเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี การปลูกผักปลอดสารพิษซึ่งกิจกรรมที่ทางคณะได้ลงมือทำ คือ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร (การทำหมี่กรอบฟักข้าว) การทำน้ำยาสมุนไพรอเนกประสงค์ และการทำปุ๋ยมูลไส้เดือนซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องจากสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ และต่อยอดได้อีกเช่นกัน

 

 

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททิพยประกันภัยจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทิพยประกันภัยดูแลสังคมมาอย่างต่อเนื่องจากโครงการ “ทิพยทำความดีไม่มีสิ้นสุด” โดยได้จัดกิจกรรมให้ครอบคลุมการช่วยเหลือสังคมทุกมิติ  แต่อีกด้านที่เราไม่ควรละเลยนั่นคือ “สิ่งแวดล้อม” ที่เป็นทรัพยากรสำคัญของโลกใบนี้ การที่คณะครู อาจารย์ และผู้ที่สนใจได้มาร่วมทำกิจกรรมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี จะได้ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องของการอนุรักษ์ผืนดิน ป่า และน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงคิดไว้มานานแล้วคนที่เห็นประโยชน์และเข้าถึงหลักคิดนี้ได้คือคนที่อยู่กับโลกอนาคต เราต้องช่วยกัน ลงมือกระทำ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะโลกร้อนและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวเราถ้าทุกคนร่วมแรงร่วมใจพร้อมใจกันทำจะทำให้ธรรมชาตินั้นค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเองและกลับมาเป็นธรรมชาติอันสมบูรณ์”

สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 16 จะจัดขึ้น ในวันที่ 19-20 มีนาคม 2565 ณ โครงการพัฒนาที่ดิน มูลนิธิชัยพัฒนา บ้านเกาะคู อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน
รวมทั้งเดินทางไปยังเขาค้อเพชรบูรณ์วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

หน่วยงานหรือองค์กรที่สนใจร่วมเรียนรู้นวัตกรรมศาสตร์พระราชา สามารถติดต่อได้ที่มูลนิธิธรรมดี เว็บไซต์ HYPERLINK “http://www.do-d-foundation.com/” http://www.do-d-foundation.com แฟนเพจ : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey Facebook : มูลนิธิธรรมดี และ LINE Official : @dfoundation

(ขวา) คุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้อำนวยการวังไกลกังวล
(ขวา) คุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้อำนวยการวังไกลกังวล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top