วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
นความทุกข์ร้อนของประชาชนคนไทยจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจนไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ในสถานการณ์อันโหดร้าย ขนาดนั้น พวกเขาไม่เคยต้องโดดเดี่ยว
ด้วยน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาที่ทรงห่วงใยราษฎรมาโดยตลอด นับตั้งแต่การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีพุทธศักราช 2538 ในปีนั้นถือเป็นปีที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพุทธที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.27 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโลอิส ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมทวีความรุนแรง น้ำปริมาณมากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและพระนคร เป็นระยะเวลานานถึง 2 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งสองพระองค์เสด็จลงพื้นที่ออกรับน้ำใจจากประชาชนเพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและทรงเยี่ยมเยียน พระกรณียกิจในครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยเรื่อยมา
.jpg)
“ครั้งแรกที่เราไปเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ประชาชนมากมายแช่น้ำยืนรอเฝ้า เราได้รับเงิน 20 บาทที่เปียกโชกจากชาวบ้าน เขาบอกว่าขอถวายสำหรับช่วยเหลือประชาชน เราก็ถามว่าทำไมไม่เก็บไว้ช่วยเหลือตัวเอง เขาก็ยืนยันคำเดิม นี่จึงเป็น 20 บาทแรกที่เราได้มาสำหรับมูลนิธิฯ” พระดำรัสของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานมูลนิธิฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชนร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติรุนแรงอันได้แก่ การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยเหลือผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”
.jpg)
ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมาของมูลนิธิฯ เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วย “ถุงยังชีพพระราชทาน”ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ รับสั่งเกี่ยวกับถุงยังชีพพระราชทานไว้ว่า“...ของที่บรรจุในถุงยังชีพพระราชทานนั้นเกินจำนวนที่จัดได้ แต่ห้ามขาด” ด้วยทรงห่วงใยและเข้าพระทัยในวัตถุประสงค์หลังของถุงยังชีพที่พระราชทานแก่ผู้ประสบอุทกภัย
ภายในถุงยังชีพพระราชทานจึงประกอบไปด้วยสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและมีความเหมาะสมกับผู้รับ เช่น ถุงยังชีพสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องบรรจุข้าวเหนียวแทนข้าวสาร หรือถุงยังชีพสำหรับพระภิกษุสงฆ์ต้องบรรจุผ้าสบง จีวรไว้ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี บ่อยครั้งที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นผู้คัดเลือกสิ่งของและร่วมบรรจุสิ่งของลงในถุงยังชีพด้วยพระองค์เอง
“...เราทำเองหมดทุกอย่าง ทั้งแพ็กถุง แบกข้าวสาร ทำกับข้าว ทำมามากกว่า 20 ปี เราทั้งสองแม่ลูก สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ไม่ว่าจะเดินนั่งเรือ ก็ทำทุกอย่าง ถุงหนักเท่าไรก็ไม่หวั่นขอแค่ประชาชนดีขึ้น...” จากพระดำรัสของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นี้เอง ถุงยังชีพพระราชทานจึงเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ
ถุงยังชีพพระราชทานแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.ถุงยังชีพพระราชทาน สีม่วงและสีส้ม สำหรับผู้ประสบอุทกภัยทั่วไปในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยแต่ครอบคลุมบริเวณกว้าง ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ถุงยังชีพฯ จำนวนมากในคราวเดียว
โดยสีม่วง เป็นสีประจำวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันประสูติของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสีส้ม เป็นสีประจำวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายในบรรจุสิ่งของสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยาตำราหลวง สบู่ ยาสีฟีน ไฟฉาย ฯลฯ
2.ถุงยังชีพพระราชทาน สีน้ำเงิน สำหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมาก มีน้ำท่วมขังบริเวณกว้างและไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ หรือมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นด้วย ภายในบรรจุสิ่งของเพิ่มเติมจากถุงพระราชทาน
สีส้มและสีม่วง ได้แก่ เสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ 3.ถุงพระราชทาน สีเหลือง สำหรับพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย นอกจากอาหารและสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ภายในบรรจุสิ่งของสำหรับพระภิกษุสงฆ์ อาทิ ผ้าสบง จีวร ผ้าเช็ดตัวพระ ยาตำราหลวง มุ้ง ฯลฯ
“อาหาร” คือ หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญมากต่อผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอาหารปรุงสดใหม่ เพราะนอกเหนือจากขวัญและกำลังใจแล้ว การช่วยให้ผู้ประสบอุทกภัยได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ปรุงสดใหม่ยังช่วยเสริมสร้างพลังในการขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวผ่านช่วงเวลาวิกฤตไปได้ และพร้อมที่จะกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข“โรงครัวพระราชทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” จึงได้เกิดขึ้น เป็นรถทรงสูงที่สามารถนำไปจอดในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ โดยประชาชนทั่วไปมักจะเรียกว่า “รถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)” โดยอาหารสำหรับผู้ประสบอุทภัยจะเป็นเมนูที่ทุกคนสามารถรับประทานได้ อิ่มท้องปรุงสุกได้รวดเร็ว และที่สำคัญต้องมีรสชาติอร่อย เช่น ข้าวผัด ผัดกะเพรา และข้าวเหนียวไก่ทอดสูตรประทาน ซึ่งทุกครั้งที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถเสด็จไปทรงเยี่ยมประชาชนผู้ประสบอุทกภัยพระองค์ทรงประกอบอาหารปรุงสุกด้วยพระองค์เองเพื่อให้แจกจ่ายลำเลียงไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงมีรับสั่งถึงการปรุงอาหารเพื่อผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะเมนู “ไก่ทอดสูตรประทาน” ว่า “...จากประสบการณ์ที่เคยนำรถโรงครัวเคลื่อนที่ เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุต่างๆ นั้น เราผ่านการลองผิดลองถูกในการปรุงอาหารในการแจกคนมาหลายครั้ง และสุดท้ายก็ทำให้รู้ว่าข้าวเหนียวไก่ รับประทานง่ายและเสียยากอีกทั้งไก่เป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย และทุกเชื้อชาติศาสนา ที่สำคัญสามารถเก็บไว้ได้นาน...”
ตลอดระยะเวลา 27 ปี แห่งการแบ่งปันพอเพียง ยั่งยืน ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ ทรงมุ่งมั่นทุ่มเทกำลังพระวรกาย กำลังพระทัยในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติอยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมที่ทำการใหม่ของมูลนิธิฯ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2560 ทรงมีรับสั่งกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ในการทำงานช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนว่า “…ขอให้ช่วยกันทำรักกัน ทำงานด้วยความสบายใจ แต่ก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ งานนี้เป็นส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตัว เราต้องทำให้รอบคอบ ถ้าเราทะเลาะกันงานก็ล้ม...”
ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 13 กรกฎาคม 2565 ขอถวายพรให้ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยแข็งแรงและทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี