วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกส่งท้ายปลายเดือนมีนาคม เมื่อคณะลูกขุนใหญ่แมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ลงมติครั้งประวัติศาสตร์ ตั้งข้อหาทางอาญาต่ออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 มี.ค.) กรณีทรัมป์ถูกกล่าวหาว่า จ่ายเงินเงินค่าปิดปากให้กับนักแสดงหญิงที่เล่นหนังผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพื่อไม่ให้เปิดเผยถึงสัมพันธ์สวาทของทั้งสองคนในปี 2006 ดาราสาวคนนี้ คือ สตอร์มมีแดเนียลส์ หรือชื่อจริง สเตฟานี คลิฟฟอร์ดการจ่ายเงินค่าปิดปากเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 ซึ่งทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง เธอเคยเปิดเผยว่า มีความสัมพันธ์กับทรัมป์ในปี 2006 หลังจากที่เมลาเนีย ภรรยาของทรัมป์เพิ่งให้กำเนิดลูกชายชื่อบาร์รอน ได้ไม่นาน แต่ทรัมป์ปฏิเสธมาโดยตลอด
รายงานระบุว่า การชำระเงินนั้นให้แดเนียลส์นั้นถูกต้องตามกฎหมาย แต่บันทึกว่าเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ซึ่งการปลอมบันทึกทางธุรกิจเป็นสิ่งผิดกฎหมายในนิวยอร์ก
สำหรับรายละเอียดของข้อหาทางอาญาที่ทรัมป์ถูกตั้งข้อหา ยังไม่ได้เปิดเผย ออกมาอย่างชัดเจน นิวยอร์ก ไทมส์ คาดว่าจะมีการประกาศข้อหาของทรัมป์อย่างชัดเจนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ และทรัมป์ก็น่าจะถูกจับกุมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตัวเขาระบุว่าจะให้ความร่วมมือกับทางการ
ตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกา ยังไม่เคยมีการตั้งข้อหาทางอาญาต่อประธานาธิบดีทั้งที่อยู่ในตำแหน่ง หรือที่เป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯมาก่อนเลย นี่จึงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ที่อดีตประธานาธิบดีต้องกลายเป็นผู้ต้องหาทางอาญา และในกรณีของทรัมป์ เขายังถูกตั้งข้อหาในขณะที่กำลังจะลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้งด้วย
.jpg)
การตั้งข้อหาทรัมป์ครั้งนี้ นับเป็นการสิ้นสุดการสอบสวนเขาในคดีนี้ โดยคณะลูกขุนใหญ่แมนฮัตตันมานานกว่า2 เดือน โดยคณะลูกขุนใหญ่ซึ่งอัยการอัลวิน แบรกก์ อัยการแมนฮัตตัน เป็นผู้แต่งตั้งมาจากพลเรือนที่อาศัยอยู่ในแมนฮัตตัน ได้เริ่มการสอบสวนพิจารณาหลักฐานมาตั้งแต่กลางเดือนมกราคมปีนี้ เพื่อตัดสินว่ามีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ ที่จะตั้งข้อหาทางอาญาต่อทรัมป์
ล่าสุด สตอร์มี แดเนียลส์ อดีตดาราหนังผู้ใหญ่ ทวีตข้อความว่า ขอบคุณทุกคนสำหรับการสนับสนุนและความรักของคุณ ฉันมีข้อความเข้ามามากมายจนไม่สามารถตอบกลับได้และฉันก็ไม่อยากทำแชมเปญหกด้วย พร้อมระบุว่า มีคำสั่งซื้อสินค้าและลายเซ็นของเธอ หลั่งไหลเข้ามามากมาย หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ขณะนี้ทรัมป์อยู่ที่รัฟลอริดาจะต้องเดินทางไปมอบตัวยังศาลแมนฮัตตันในนครนิวยอร์กในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาจะต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ และถ่ายภาพเก็บประวัติอาชญากร เช่นเดียวกับที่ทำกับคนที่เป็นจำเลยในศาล อย่างไรก็ตามซูซาน เนเคลีส ทนายความส่วนตัวของทรัมป์บอกว่า ได้รับแจ้งเรื่องทรัมป์ถูกตั้งข้อหาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทรัมป์จะต้องมอบตัวเมื่อใด
แอนโธนี เซอร์เชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอเมริกาเหนือ มองว่า ด้วยคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ บวกกับความกังวลด้านความปลอดภัย แนวทางที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่แน่นอน อาจจะมีการเจรจาระหว่างสำนักงานอัยการเขตกับทีมของทรัมป์
เมื่อคดีถูกกำหนดวันพิจารณาและเลือกผู้พิพากษาแล้ว รายละเอียดอื่นๆ จะถูกนำมาใช้ เช่น ระยะเวลาของการพิจารณาคดีและข้อจำกัดในการเดินทางที่เป็นไปได้ รวมถึงข้อกำหนดในการประกันตัวสำหรับจำเลย หากทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาจะต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางคนคาดการณ์ว่า น่าจะต้องจ่ายค่าปรับมากกว่าการถูกคุมขังก็ตาม
.jpg)
ด้านปฏิกิริยาของทรัมป์ โพสต์ลง Truth Social โซเชียล มีเดียที่เขาก่อตั้งขึ้นเอง ด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า การตั้งข้อหาเขาครั้งนี้ เป็นการกระทำของพวก “อันธพาลและอสุรกายฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” เป็นการดำเนินคดีทางการเมือง และเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง พร้อมกับออกแถลงการณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาในคดีนี้ ทรัมป์กล่าวในแถลงการณ์ว่าเขา เป็นผู้บริสุทธิ์ และได้ขอให้ผู้สนับสนุนเขา จัดหาเงินสำหรับการต่อสู้คดี สามารถระดมทุนได้กว่า 2 ล้านดอลลาร์ หรือ กว่า 68 ล้านบาท ขณะที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวหาว่า การสอบสวนเขาในคดีนี้ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เป็นการล่าแม่มด
ด้านผู้สนับสนุนทรัมป์ได้มารวมตัวกันที่นอกที่พักของเขาในปาล์มบีช มาร์-อา-ลาโก รัฐฟลอริดา ในวันพฤหัสบดี เพื่อแสดงการสนับสนุนทรัมป์หลังจากที่เขาถูกตัดสินโดยคณะลูกขุนใหญ่แห่งแมนฮัตตัน ผู้สนับสนุนหลายคนโบกธงทรัมป์ 2024 ขณะที่รถที่ผ่านไปมาบีบแตรเป็นการสนับสนุน เช่นเดียวกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของสหรัฐฯ มีความเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางคนมองว่าการตัดสินใจของคณะลูกขุนเป็นแรงจูงใจทางการเมืองที่ป้องกันไม่ให้ทรัมป์ลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้า ขณะที่บางคนมองว่าเป็นความมืดมนของประวัติศาสตร์อเมริกัน ผู้ที่กระทำผิดกฎหมายควรถูกดำเนินคดี ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ตำแหน่งหรือเป็นอดีตประธานาธิบดีก็ตาม
อย่างไรก็ตามยังไม่มีกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ออกมาประท้วงต่อเรื่องนี้ เนื่องจากมองว่า พวกเขาอาจถูกผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสแทรกแซงและสร้างสถานการณ์ด้านลบแล้วโยนความผิดให้พวกเขาได้
.jpg)
ส่วนปฏิกิริยาของพรรครีพับลิกันบรรดาเบอร์ใหญ่ของพรรคในรัฐสภาสหรัฐฯตั้งแต่ เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนสหรัฐฯ, รอน ดีแซนทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ซึ่งเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคแข่งกับทรัมป์ ด้วย และสมาชิกระดับสูงของพรรค ต่างรีบออกมาแสดงการสนับสนุนทรัมป์ ส่วน ไมค์ เพนซ์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯระบุว่า การฟ้องอดีตเจ้านายของเขาว่าเป็น “ความชั่วร้าย” และ “ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศ” แต่ไม่มีเหตุผลใดที่เรียกร้องให้ผู้คนออกมาประท้วง พร้อมชี้ว่าทรัมป์สามารถดูแลตัวเองในห้องพิจารณาคดีได้ และเขาควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในตอนนี้ เช่นเดียวกับสมาชิกพรรครีพับลิกันคนอื่นๆ พากะนเรียกสิ่งนี้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองจากอัยการ และ “คนอเมริกันจะมองเห็นได้ถูกต้อง”
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงรั้งตำแหน่งตัวเก็งที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคลงเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 มี.ค.) ทรัมป์ยังคงได้คะแนนสนับสนุนร้อยละ 44 จากประชาชนที่สนับสนุนรีพับลิกัน ซึ่งมากกว่าดีแซนทิส ที่ตามมาอย่างห่างที่ร้อยละ 30 แต่สำนักข่าวรอยเตอร์วิเคราะห์ว่า การถูกตั้งข้อหาของทรัมป์นี้ จะส่งผลกระทบในทางลบต่อความพยายามของทรัมป์ ที่ต้องการจะเป็นตัวแทนพรรคชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้ง และจะส่งกระทบต่อศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในปีหน้า 2024 อย่างแน่นอน แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศล่วงหน้าแล้วว่า เขาจะยังคงเดินหน้าหาเสียงเพื่อชิงตัวแทนพรรครีพับลิกันต่อไป หากถูกตั้งข้อหาก็ตาม
ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายในสหรัฐฯบอกว่า ทกคนกำลังได้เป็นประจักษ์พยานและได้ร่วมอยู่ในนาทีแห่งประวัติศาสตร์ของอเมริกา เพราะไม่เคยมีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใด ที่เคยถูกตั้งข้อหาทางอาญามาก่อน
คดีนี้เป็นเพียง 1 ในหลายคดีที่ทรัมป์กำลังเผชิญอยู่ โดยอัยการพิเศษ แจ๊ค สมิธ กำลังสอบสวนเขา กรณีการจัดการเอกสารชั้นความลับของรัฐบาลหลังจากที่ทรัมป์สิ้นสุดการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2021 รวมทั้งสอบสวนทรัมป์กรณีพยายามพลิกผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ที่เขาพ่ายแพ้ให้แก่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ด้วย
โดย ดาโน โทนาลี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี