คุยกัน 7 วันหน : ‘เลือกตั้งกัมพูชา’  ไม่ต้องลุ้น เพราะ ‘ฮุนเซน’ แบเบอร์

คุยกัน 7 วันหน : ‘เลือกตั้งกัมพูชา’ ไม่ต้องลุ้น เพราะ ‘ฮุนเซน’ แบเบอร์

วันอาทิตย์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.18 น.

ในวันนี้ 23 ก.ค. 2566 ที่ชาวกัมพูชาจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป ที่หลายฝ่ายเชื่อว่า นอกจากพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP ของนายกรัฐมนตรี ฮุนเซน จะชนะ
การเลือกตั้งแบบนอนมาไร้คู่แข่งแล้วเท่านั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นการเปิดตัว ฮุน มาเนต บุตรชายคนโตของ ฮุนเซน อย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้นำคนต่อไป

คงจะไม่ผิดนัก ถ้าจะพูดว่าฮุน มาเนต คือผู้นำคนต่อไปของกัมพูชาโดยเฉพาะหลังจากการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP เมื่อวันศุกร์ เพราะนับตั้งแต่วันหาเสียงวันแรกที่ ฮุน มาเนต รับธงต่อจากมือบิดา จนถึงวันสุดท้ายของการหาเสียง ซึ่งเขานำขบวนกลุ่มผู้สนับสนุนนับหมื่นคนในกรุงพนมเปญคือภาพที่ชัดเจนที่สุด และตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของ ฮุนเซน ที่ประกาศเอาไว้เมื่อปลายปี 2564 ว่าจะส่งต่ออำนาจให้กับลูกชายคนนี้ภายในปี 2573 ภายหลังนายพลสี่ดาววัย 45 ปี ผู้นี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ท้าชิงนายกรัฐมนตรีในอนาคตของพรรค CPP แต่ทางพรรคไม่ได้ระบุชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองจะเกิดขึ้นเมื่อใด


ฮุน มาเนต กล่าวต่อผู้สนับสนุนจำนวนมากที่มารวมตัวกันที่ย่านเกาะเพชร ในกรุงพนมเปญว่า ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นแล้ว ว่ามีเพียงพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP เท่านั้นที่สามารถนำความปลอดภัยและสันติภาพมาสู่กัมพูชาได้พร้อมกล่าวหาว่ากลุ่มหัวรุนแรงพยายามทำลายการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น แต่ชาวกัมพูชามองทะลุอุบายสกปรกดังกล่าว สอดคล้องกับที่ฮุนเซน ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาราว 4 ทศวรรษ เรียกการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เป็นการแข่งขันระหว่าง18 พรรคการเมืองที่เข้าร่วมกับกลุ่มหัวรุนแรงที่ต้องการทำลายการเลือกตั้ง พร้อมกล่าวหาว่า “พวกหัวรุนแรง” รณรงค์ขัดขวางประชาชนจากการลงคะแนนเสียงและทำลายบัตรลงคะแนน

อย่างไรก็ดี ทางการกัมพูชาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าปราบปรามฝ่ายค้านทางการเมืองและผู้เห็นต่างในการเลือกตั้ง แม้ว่าจะมี 18 พรรคจะเข้าร่วมชิงชัยในศึกเลือกตั้งครั้งนี้แต่พรรคฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งที่สุด อย่างพรรคแสงเทียนถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ หรือ NEC ระบุว่า เอกสารไม่ผ่านเกณฑ์ ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ที่หลายพรรคก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่ ทำได้อย่างมากแค่เป็นทางเลือกให้ประชาชน แต่ไม่ใช่คู่แข่งของพรรครัฐบาล เพราะไม่มีฐานคะแนนเสียงในประเทศเหมือนกับพรรคฝ่ายค้านที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง

ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ องค์กรพัฒนาเอกชน เรียกร้องให้ทางการกัมพูชายุติการคุกคามและดำเนินคดีกับสมาชิกและนักเคลื่อนไหวจากพรรคแสงเทียน ซึ่งบางคนขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำลายบัตรลงคะแนน ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของ ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ลิดรอนสิทธิของชาวกัมพูชาจำนวนมากในการลงคะแนนเลือกพรรคที่พวกเขาเลือก และพวกเขาก็มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในกรุงเทพฯ กล่าวว่า การเลือกตั้งกัมพูชาที่จะมาถึง จะขาดความเสรีและยุติธรรมต่อไป พร้อมกับเรียกการตัดสิทธิ์พรรคแสงเทียนว่า เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพื้นที่ทางการเมืองที่ถูกจำกัดอย่างมาก และแสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดรุนแรงที่บังคับใช้กับพรรคฝ่ายค้าน

แต่ในประเด็นนี้ โฆษกพรรค CPP ยืนยันว่า หน่วยงานจัดการเลือกตั้งได้ดำเนินการตามกฎ พร้อมแสดงความหวังว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงกว่าร้อยละ 80 ที่ได้จากการเลือกตั้งระดับชุมชนเมื่อปี 2022 และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรค CPP จะกวาดที่นั่งในสภาแห่งชาติไปทั้งหมด 125 ที่นั่ง เช่นเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อนในปี 2018

ขณะเดียวกัน เมื่อดูประวัติการศึกษาของ ฮุน มาเนต อาจพูดได้ว่า โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งในหมู่ผู้นำรุ่นใหม่ของประเทศ เพราะนอกจากจะเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐฯ ที่ เวสต์ พอยต์ โรงเรียนเตรียมทหารที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ แล้ว ยังย้ายสายไปเจาะลึกในประเด็นด้านเศรษฐกิจด้วย หลังจากสามารถคว้าใบปริญญา ทั้งปริญญาโทและเอก ในคณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในฝั่งตะวันตกบวกกับความมีเสถียรภาพของรัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของ ฮุนเซนที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมานานกว่า 4 ทศวรรษ โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ที่พรรค CPPคาดหวังจะได้ที่นั่ง สส.ทั้ง 125 ที่นั่งก็มีส่วนทำให้งานของ ฮุน มาเนต ง่ายขึ้นในการหาเสียงรอบนี้

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายยอมรับว่า การจะเปลี่ยนแปลงการเมืองในประเทศกัมพูชาคงต้องใช้เวลา เพราะ ฮุนเซน ได้วางรากฐานทางการเมือง ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ รวมถึงวางตัว ฮุน มาเนต เพื่อผู้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนถัดไป นักวิเคราะห์การเมืองกัมพูชา เห็นว่า การที่ ฮุน มาเนต ได้รับอภิสิทธิ์มาตั้งแต่เกิด ถือเป็นปัญหาหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งในท้ายที่สุด ฮุน มาเนต ก็ต้องก้าวออกมาจากใต้เงาของพ่อ เป็นตัวของตัวเอง และเป็นผู้นำในแบบของตัวเอง

เช่นเดียวกับที่นักวิชาการบางคน มองว่า ถึงแม้ ฮุน มาเนต จะก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้นำกัมพูชาได้จริง ก็มีความเป็นไปได้ที่ ฮุนเซน อาจจะยังไม่ถึงกับวางมือเสียทีเดียว เพื่อให้การบริหารพรรค CPP ยังคงเข้มแข็ง และครองอำนาจในกัมพูชาต่อไปอีกนานเท่านาน

โดย ดาโน โทนาลี

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top