วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เครือข่ายอนุรักษ์ฯ จากจังหวัดภาคใต้
ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายตั้งแต่กระทรวงวัฒนธรรม จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสภาวัฒนธรรม ศิลปินพื้นบ้าน และเครือข่ายนั้นงาน “มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ วิถีถิ่น วิถีไทยภาคใต้” ที่จัดขึ้นในภาคใต้ที่จ.สุราษฎร์ธานีจึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี งานนี้ นายอิทธิพลคุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๖กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ร่วมกับ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางโชติกา อัครกิจโสภากุลรองปลัด วธ. ผู้บริหาร ศิลปินแห่งชาติเป็นต้น ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

การเรียนรู้จากโบราณสถานสำคัญ
ซึ่งพื้นที่ของสุราษฎร์ธานีนั้นเป็นแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีสำคัญ จึงมีความหลากหลายต่อการถอดบทเรียนและสร้างชุดความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เรียนรู้วิถีถิ่น วิถีใต้ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอดให้กับท้องถิ่นชุมชนทางภาคใต้ ดังนั้น งานนี้จึงมีการสร้างเครือข่ายต่างๆ ได้แก่ การสร้าง “SEED THAILANDโดยการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่เสริมสร้างครอบครัวคุณธรรม ระดับภาค รุ่นที่ ๔ ให้กับเยาวชน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ เมื่อ ๒๖-๒๙ กรกฎาคม ณ โรงแรมวังใต้ เรื่องนี้นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดการอบรมและมุ่งหวังที่จะปลูกฝังให้เยาวชนนั้นได้ตระหนักถึงความรักครอบครัวและใช้คุณธรรมร่วมกันดูแลศิลปวัฒนธรรมใกล้ตัวในอนาคตต่อไปด้วย ซึ่งเห็นได้จาก ชุมชนบางใบไม้ที่ประสบความสำเร็จและสร้างความร่วมมือของคนในชุมชนจนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์จากชุมชนสร้างงานสร้างอาชีพที่น่าสนใจ มีผลิตภัณฑ์“PROW THAI” จากมะพร้าวเกษตรอินทรีย์สู่ตลาด และการอบรมเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม(อส.มศ.) ได้แก่ พระสังฆาธิการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดและอำเภอ ซึ่งต่างให้ความร่วมมือกับกรมศิลปากร และเครือข่ายฯ ๗ จังหวัดภาคใต้ในจังหวัดต่างๆคือ นครศรีธรรมราช ชุมพร ภูเก็ต ระนองพังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาอบรมเชิงปฏิบัติการให้เครือข่ายอนุรักษ์ ดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมเขตภาคใต้ตอนบนขึ้น ณ โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับนำศึกษาดูงานเพื่อขยายการปกป้องแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ เพื่อนำไปต่อยอดในการส่งเสริมให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

การแสดงศิลปินแห่งชาติโนราห์
การศึกษาดูงานโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีนั้นได้ใช้พื้นที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมศิลปะศรีวิชัยที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน และวัดโพธาราม แหล่งที่มีการขุดพบพานทองคำ เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายนที่ผ่านมา โดย สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินโครงการขุดค้นทางโบราณคดีมาตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ นอกจากนี้ ไชยายังเป็นชุมชนที่สร้าง ตำรับมวยไชยา และบ้านเกิดปราชญทางธรรมคือ ท่านพุทธทาส ที่ทุกคนนับถือศรัทธาอีกด้วย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคใต้แห่งนี้ ด้วยเป็นสถานที่มีแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เก่าแก่และสำคัญที่สุด จึงให้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชุมชน ช่วยกันปกป้องคุ้มครอง อนุรักษ์และรักษาไว้ให้มีความยั่งยืน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายชุมชนสังคมและประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรนั้นได้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการอนุรักษ์โบราณสถานและการจัดการโบราณวัตถุ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจกับภาครัฐภาค เอกชนและประชาชน เกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถานที่ถูกต้องเหมาะสมจึงเป็นการร่วมกันอนุรักษ์โบราณสถานอันเป็นสาธารณสมบัติของชาติให้ดำรงอยู่สืบไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี