วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนที่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ชาวเมืองจึงต้องสร้าง "เขื่อน" ขนาดมหึมาขึ้นมาเพื่อกั้นน้ำทะเลไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่นา เขื่อนเหล่านี้เปรียบเสมือนกำแพงชีวิตที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล
ในหมู่บ้านเล็กๆ ริมชายฝั่งชื่อ บ้านฮาร์เล็ม มีเด็กชายอายุ 10 ปี คนหนึ่งชื่อ "ฮันส์" เขาเป็นเด็กช่างสังเกตและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เสมอ ทุกวันหลังเลิกเรียน ฮันส์มักจะเดินเล่นเลียบไปตามแนวเขื่อนเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยตามคำสอนของพ่อที่ว่า "เขื่อนคือชีวิตของพวกเรา หากเขื่อนพัง ทุกอย่างจะหายไปในพริบตา"
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่พายุเริ่มตั้งเค้าและลมทะเลพัดแรง ฮันส์สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่ผนังเขื่อนดิน มีน้ำสายเล็กๆ พุ่งออกมาจากรูกลมๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย
ฮันส์ตกใจมาก เขารู้ดีว่าน้ำทะเลมีความดันมหาศาล หากปล่อยให้รูเล็กๆ นี้รั่วต่อไป แรงดันน้ำจะกัดเซาะให้รูนั้นกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเขื่อนทั้งแถบพังแตกทลายลง และในค่ำคืนที่พายุมาเช่นนี้ ชาวเมืองที่กำลังนอนหลับใหลจะไม่มีทางหนีทัน
"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ ช่วยด้วย! เขื่อนรั่ว!" ฮันส์ตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของเขาถูกลมพายุกลืนหายไปจนหมด ไม่มีใครผ่านมาแถวนั้นเลย
.jpg)
เมื่อไม่มีใครมาช่วย ฮันส์ตัดสินใจทำในสิ่งที่กล้าหาญ เขาใช้ "นิ้วมือ" ของตัวเองยัดอุดเข้าไปในรูรั่วนั้นทันที ความเย็นเฉียบของน้ำทะเลพุ่งเข้าปะทะปลายนิ้ว แต่เขาสัมผัสได้ว่าน้ำหยุดไหลแล้ว
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จากเย็นสู่ค่ำ และจากค่ำสู่ดึกสงัด ร่างกายของฮันส์เริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ นิ้วมือของเขาเริ่มชาจนไร้ความรู้สึก ความเจ็บปวดลามไปทั่วทั้งแขนและร่างกาย แต่ฮันส์ไม่ยอมขยับเขยื้อน
เขารู้ว่าถ้าเขาถอนนิ้วออกตอนนี้ น้ำจะพุ่งแรงกว่าเดิม และหมู่บ้านด้านล่างจะจมน้ำทันที "ฉันจะทิ้งหน้าที่นี้ไม่ได้... ทุกคนกำลังนอนหลับอย่างปลอดภัยเพราะฉันอุดรูนี้อยู่" เขาพึมพำกับตัวเองด้วยสติที่เริ่มเลือนลาง
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวเมืองที่เดินผ่านมาพบร่างของเด็กชายตัวน้อยก้มหน้าพิงอยู่กับเขื่อน นิ้วมือของเขายังคงอุดแน่นอยู่ในรูรั่วนั้น แต่ร่างกายของฮันส์เย็นชืดและเสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากความหนาวเย็นเพื่อรักษาชีวิตของคนทั้งหมู่บ้านไว้
ชาวเมืองต่างพากันร้องไห้และยกย่องในความกล้าหาญ ฮันส์ไม่ได้เป็นแค่เด็กชายธรรมดาอีกต่อไป แต่เขาคือ "วีรบุรุษ" ผู้สอนให้โลกได้รู้ว่า "ความรับผิดชอบ" แม้ในเรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อย ก็สามารถรักษาชีวิตและสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไว้ได้
เรื่องนี้แปลมาจากนิทานเนเธอร์แลนด์ The Little Dutch Boy ที่เล่าต่อกันมากว่าร้อยปี
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือพละกำลัง แต่อยู่ที่หัวใจที่รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม และการมองเห็นความสำคัญของหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายอย่างที่สุด
“แม้เด็กจะตัวเล็ก แต่ก็ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี