ใครสิวขึ้นบ่อย มานี่เลย! เรารวมทุกวิธีแก้แบบตรงจุดไว้ให้แล้ว

ใครสิวขึ้นบ่อย มานี่เลย! เรารวมทุกวิธีแก้แบบตรงจุดไว้ให้แล้ว

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.

เคยไหม? อยู่ดี ๆ สิวก็ผุดขึ้นแบบไม่เกรงใจใคร ทั้งที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ เลย? ไม่ว่าจะเป็นสิวผดตอนอากาศร้อน สิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ ตรงหน้าผาก หรือสิวอักเสบที่ปวดจนน้ำตาซึม เชื่อเถอะว่าเกือบทุกคนก็ผ่านโมเมนต์นี้กันมาหมดแล้ว

แต่ความจริงแล้ว สิวรักษาหายได้ ถ้ารู้ต้นเหตุ และใช้วิธีที่ตรงจุด วันนี้เราเลยรวมทุกอย่างที่ควรรู้ ตั้งแต่ต้นตอของสิว วิธีดูว่าสิวแบบไหน? วิธีรักษาที่ได้ผลจริง รวมถึงเคล็ดลับป้องกันไม่ให้สิววนกลับมาอีก นั่งสบาย ๆ แล้วไปลุยพร้อมกันเลย!

สิวมาเพราะอะไรอะ? มาดูว่าต้นเหตุจริง ๆ คืออะไร


ก่อนจะรักษาให้ถูก เราต้องรู้ก่อนว่าสิวขึ้นเพราะอะไร ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเกิดจากหลายอย่างรวมกัน ทั้งฮอร์โมน พฤติกรรม และการดูแลผิวแบบไม่ตั้งใจพลาด ไปดูทีละข้อเลย

1. นอนดึกติดซีรีส์

นอนดึกติดซีรีส์เป็นประจำ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่พอ ฮอร์โมนความเครียดก็พุ่งตามไปด้วย ส่งผลให้การอักเสบในร่างกายเพิ่มขึ้น สิวเลย “บึ้ม” ขึ้นง่ายมาก ยิ่งไปกว่านั้น ระบบฮอร์โมนของเราผูกกับวงจรการนอนโดยตรง พอนอนผิดเวลา ผิวก็รวนตามทันที

2. เครียดสะสมแบบยาวนาน

เวลาเราเครียด ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ พอน้ำมันเยอะ รูขุมขนก็อุดตันง่าย สิวเลยผุดขึ้นได้เร็วกว่าเดิม

3. ของหวานมันกินง่าย แถมสิวก็ขึ้นง่ายด้วย

ไอศกรีม ชานมไข่มุก ขนมปังหวาน ไปจนถึงของทอด ล้วนเป็นตัวกระตุ้นอินซูลินที่ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก พอน้ำมันเพิ่ม สิวก็ขึ้นง่าย ไม่ได้ห้ามกินนะ แค่ไม่ควรจัดหนักทุกวันก็พอ

4. ผิวมัน-รูขุมขนอุดตันง่าย

บางคนผิวผลิตน้ำมันเก่งมาก พอน้ำมันรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สิวอุดตันก็เกิดขึ้นแบบง่ายและไวสุด ๆ

5.ใช้สกินแคร์ไม่เข้ากับหน้า

โดยเฉพาะ สูตรมันมากไป, เนื้อหนัก อุดตันง่าย หรือมีส่วนผสมน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์แรง ๆ

6. ฮอร์โมนแกว่ง โดยเฉพาะก่อนเมนส์

ผู้หญิงหลายคนมักมีผื่นหรือสิวขึ้นบริเวณคางและรอบ ๆ กรามบ่อยมาก เพราะจุดนี้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโดยตรง

หน้าเราเป็นสิวแบบไหนกันแน่? ดูออกปุ๊บ รักษาถูกปั๊บ

เชื่อไหมว่าสิวแต่ละประเภท ต้องใช้วิธีรักษาไม่เหมือนกัน ถ้าดูผิด ชีวิตคือพังได้เลย เพราะไปจี้ผิดจุด เดี๋ยวเรามาเช็กกันว่าแบบไหนเป็นยังไง และควรแก้อย่างไร

1. สิวอุดตัน (non-inflammatory acne)

ลักษณะ: เม็ดเล็ก ๆ ใต้ผิว มักขึ้นที่หน้าผาก คาง จมูก มีทั้งสีขาว และสีดำ หรือที่เรียกว่า สิวหัวตำและสิวหัวขาว

วิธีแก้: ใช้ตัวยา หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสม BHA, Retinoid และกดสิวอย่างถูกวิธี

2. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)

ลักษณะ: นูนเป็นตุ่มหรือก้อนแดง ๆ เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกเจ็บ อาจมีอาการบวมช้ำร่วมด้วย

วิธีแก้: ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ หรือการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง

3. สิวหัวหนอง

ลักษณะ: เป็นสิวรุนแรงกว่าสิวอักเสบ เพราะมีการติดเชื้อร่วมด้วย จนเกิดเป็นน้ำหนองขังอยู่ในหัวสิว

วิธีแก้: ห้ามบีบเด็ดขาด, แต้มยาฆ่าเชื้อ และฉีดสิวโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะเคสจำเป็น

4. สิวผด

ลักษณะ: เม็ดเล็กขึ้นหลายจุด คัน แสบ

สาเหตุ: เหงื่อ ความชื้นจากอากาศร้อน ฮอร์โมน หรือแพ้เครื่องสำอาง

วิธีแก้: ใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย ๆ เพื่อลดเหงื่อ ความอับให้ผิว และหลีกเลี่ยงครีมหนักหน้า หรือทำให้ผิวมันเยิ้มระหว่างวัน

5. สิวฮอร์โมน

มักขึ้นช่วงก่อนเมนส์ ซึ่งตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือ บริเวณคาง-กราม หรือกรอบหน้า

วิธีแก้: ใช้ยาลดการอุดตัน หรือหากใครที่เป็นบ่อย แนะนำให้พบแพทย์ เพื่อรักษาให้ตรงจุด ซึ่งบางเคสอาจต้องปรับฮอร์โมนภายใน

6. สิวหัวช้าง หรือ สิวซีสต์

ลักษณะ:เป็นสิวอักเสบระดับลึกที่มีขนาดใหญ่ เจ็บมาก และมักทิ้งรอยดำ-รอยหลุมไว้ได้ง่าย เพราะมีการอักเสบใต้ผิวแบบรุนแรง

สาเหตุ: มักมาจากฮอร์โมนแปรปรวน น้ำมันผิวเยอะ หรือกดหรือบีบสิวจนเกิดการลุกลาม

วิธีรักษาสิวปะทุด้วยตัวเอง ทำแบบนี้ช่วยได้แน่นอน

นี่คือโครงสร้างพื้นฐานของการดูแลผิวที่เป็นสิวเลยก็ว่าได้ ถ้าทำครบ สิวลดลงจริง เพราะแก้ตั้งแต่พฤติกรรมตัวต้นเหตุเลย

1. ล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้งพอ

ล้างหน้าบ่อยเกินไป ผิวจะแห้งและไปกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันเพิ่ม สุดท้ายสิวก็ขึ้นหนักกว่าเดิมอีก

2. ใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน

เลือกแบบไม่มีน้ำหอม ไม่มีเม็ดสครับบาดผิว ให้ความรู้สึกสะอาดแบบไม่แห้งตึง ผิวจะโอเคขึ้นมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นสิวง่าย

3. ใช้ BHA / AHA / Retinoid ช่วยลดการอุดตัน

สามตัวนี้คือเพื่อนซี้ของคนเป็นสิวเลย ไม่ว่าจะเป็น

●      BHA ช่วยจัดการน้ำมันและอุดตัน

●      AHA ช่วยผลัดผิวให้เรียบขึ้น

●      Retinoid ช่วยป้องกันการเกิดสิวซ้ำในระยะยาว

4. อย่าลืมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์

หลายคนกลัวว่าทาครีมแล้วหน้าจะมัน แต่จริง ๆ แล้วผิวที่ชุ่มชื้นจะจัดการตัวเองได้ดีขึ้นและลดการอุดตันไปอีกขั้น เลือกเนื้อเจลคือใช้ได้สบาย ๆ

5. ทากันแดดทุกวัน

แดดทำให้รอยสิวเข้มขึ้น และยังทำให้ผิวอักเสบง่ายขึ้นด้วย เลือกครีมกันแดดเนื้อบาง ๆ SPF 30-50 ไปเลย จบครบเลยล่ะ

ถึงจุดที่ต้องพึ่งหมอไหม? เช็กง่าย ๆ จากอาการพวกนี้

ถ้าลองดูแลผิวเองมาสักพักแล้วสิวยังไม่ดีขึ้น อาจถึงเวลาที่ควรให้แพทย์ผิวหนังช่วยดูค่ะ เพราะบางทีต้นเหตุมันลึกกว่าสกินแคร์ทั่วไปจะจัดการได้ ถ้าเช่นนั้นลองเช็กดูว่ามีอาการแบบนี้ไหม

●      สิวอักเสบหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ยอมสงบ

●      เจ็บลึก เป็นก้อนแข็ง ๆ กดแล้วจี้ด

●      รอยแดง-รอยดำอยู่นานมาก ไม่ยอมหาย

●      เปลี่ยนสกินแคร์มาหลายตัวแล้ว ยังไม่ดีขึ้นสักที

●      เริ่มไม่กล้าถ่ายรูป ไม่อยากออกกล้องเพราะสิว

ถ้าใช่หลายข้อ แนะนำให้ไปพบแพทย์ได้เลยนะเพราะสิวแบบนี้อาจเกี่ยวกับฮอร์โมน ภูมิแพ้ผิว หรือการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์บางชนิด ซึ่งต้องใช้การรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น

วิธีรักษาสิวโดยหมอผิวหนัง ที่ช่วยเคลียร์ผิวได้ไวกว่า

ถ้าสิวเริ่มหนักหรือเรื้อรัง การรักษากับแพทย์ผิวหนังจะช่วยให้เห็นผลเร็วและปลอดภัยขึ้น เพราะเป็นการแก้ที่ต้นเหตุจริง ๆ ไม่ต้องลองผิดลองถูกนานค่ะ

1. กดสิวแบบปลอดเชื้อ

เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ช่วยเปิดหัวสิวอุดตันออกอย่างถูกวิธี ไม่มีการบาดผิวเกินจำเป็น ลดโอกาสเกิดหลุมสิวได้ดีมาก

2. ยาทาตามประเภทสิว

ยาทาแต่ละแบบออกฤทธิ์ไม่เหมือนกันเลย เพราะต้องเลือกให้ตรงชนิดของสิว ยกตัวอย่างเช่น สิวอักเสบ ใช้ Benzoyl Peroxide, สิวติดเชื้อ ใช้ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ และสิวอุดตัน อาจต้องผลัดเซลล์ผิวเก่าด้วย Retinoid เป็นต้น ทั้งนี้หมอจะประเมินให้ว่าแบบไหนเหมาะกับสภาพผิวเรา

3. ยารับประทาน (ใช้เฉพาะเคสจำเป็น)

เหมาะกับคนที่สิวอักเสบเยอะทั่วหน้า สิวเม็ดใหญ่ หรือสิวเรื้อรังนานหลายปี การใช้ยารับประทานช่วยคุมการอักเสบและฮอร์โมนได้ดีขึ้น

4. เลเซอร์หรือทรีตเมนต์ลดสิว

เป็นตัวช่วยเสริมที่เห็นผลไวขึ้น ช่วยลดอักเสบ ลดความมัน และกระชับรูขุมขน ตัวอย่างเช่น เลเซอร์ลดการอักเสบ, ทรีตเมนต์ช่วยละลายสิวอุดตัน และเลเซอร์ลดรอยแดง รอยดำหลังสิว เป็นต้น

5. วางแผนการรักษาแบบรายบุคคล

หมอจะดูทั้งสาเหตุของสิว ไลฟ์สไตล์ และสกินแคร์ที่ใช้อยู่ แล้วปรับให้เหมาะกับผิวแต่ละคน ซึ่งช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น และไม่กลับมาวนลูปง่าย ๆ ขั้นตอนนี้จะทำให้คนไข้ห่างไกลจากสิวได้แบบจริง ๆ

สรุป

จริง ๆ แล้วสิวเป็นเรื่องธรรมดามาก ทุกคนต้องเคยผ่านกันมาอยู่แล้ว แต่สิวจะหายเร็วหรือยืดเยื้อ ส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงเลย ขึ้นอยู่กับ “เรารู้ต้นเหตุไหม” และ “ดูแลตรงจุดหรือเปล่า” มากกว่า

แค่เริ่มจากรู้ก่อนว่าเรามีสิวแบบไหน เลือกการรักษาที่เหมาะกับผิวตัวเอง ปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนอนให้พอ ลดของทอด หรือเปลี่ยนสกินแคร์ที่ระคายเคือง เท่านี้ผิวก็มีโอกาสดีขึ้นแบบจริงจัง ไม่ต้องเหนื่อยกับการลองผิดลองถูกไปเรื่อย เท่านี้สิวก็จะค่อย ๆ หาย ไม่วนกลับมาซ้ำจนหมดความมั่นใจอีกแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top