วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
542.jpg
ประชาธิปัตย์ โร่เคลียร์ปม ’อภิสิทธิ์‘ ชง ปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ

ประชาธิปัตย์ โร่เคลียร์ปม ’อภิสิทธิ์‘ ชง ปฏิรูประบบงบฯ เพื่อความยั่งยืน ไม่ได้พูดตัดบำนาญข้าราชการ

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.01 น.

‘ปชป.’ โร่เคลียร์ปม ’อภิสิทธิ์‘ ชง ’ปฏิรูประบบงบฯ‘ เพื่อยั่งยืน ไม่ใช่ล้มล้างสิทธิ์ขรก. ชี้ถูกบิดเบือน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงถึงกรณีที่ มีสำนักข่าวนำข้อความไปบิดเบือน กับเนื้อหาการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จากการอภิปรายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค โดยยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับสวัสดิการของบุคลากรภาครัฐและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด


โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการปรับสวัสดิการ สิทธิรักษาพยาบาล และบำนาญของข้าราชการ สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ได้อภิปรายในสภาฯ นั้น เป็นการเสนอแนะวิสัยทัศน์ด้วยความปรารถนาดี โดยมองว่าการจะไปเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ของข้าราชการในปัจจุบันที่พวกเขาได้ตัดสินใจมารับราชการตั้งแต่วันแรก ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรม แต่เพื่อเป็นการวางรากฐานและประหยัดงบประมาณของประเทศในระยะยาว จึงได้เคยเสนอแนวคิดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ควรคิดค้น "ระบบใหม่สำหรับผู้ที่จะเข้ามารับราชการในอนาคต" ซึ่งน่าเสียดายที่แนวคิดเชิงสร้างสรรค์นี้ไม่ได้มีการสานต่อในรัฐบาลชุดต่อ ๆ มา

"ในการอภิปรายของท่านอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้มีการพูดว่าจะตัดบำนาญของข้าราชการเลย หากแต่มีการนำไปบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และพวกเราไม่ได้นิ่งเฉย เราได้ให้ความคิดและข้อสังเกตไว้ในคณะรัฐมนตรีแล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำแนวคิดนี้ไปพัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืนกับทุกฝ่าย" นายพงศกร กล่าว

นายพงศกร กล่าวต่อว่า มุมมองเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณในภาพรวม โดยระบุว่า การลงทุนของประเทศไม่ควรพึ่งพาเพียงงบประมาณแผ่นดินอย่างเดียว แต่ต้องมุ่งเน้นการหารายได้เพิ่มและการร่วมทุนกับภาคเอกชน (PPP) ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความห่วงใยต่อการกู้เงินล่าสุด 400,000 ล้านบาท ซึ่งครึ่งหนึ่งถูกนำไปใช้ในโครงการแจกเงิน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งกลับเป็นเพียงการส่งเสริมการนำเข้าโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่โครงการใหญ่อย่าง Land Bridge มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่คุ้มค่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าประเทศกำลังติดหล่มงบประมาณที่บานปลาย และรอคอยการสะสางอย่างจริงจังเพื่อนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายพงศกร ยังได้กล่าวเพิ่มเติมในแง่ของความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน โดยแสดงความห่วงต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติว่า ตนในฐานะที่ได้เคยลงพื้นที่ในช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ ก็มีความคาดหวังที่จะให้รัฐบาลได้ลงทุนเพื่อป้องกันภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ให้ประชาชนต้องรอคอยรับเงินเยียวยา เพราะเมื่อถึงวันนั้นก็ถือว่าประเทศไทย และพี่น้องประชาชนได้เกิดความสูญเสียขึ้นแล้ว 

“ที่สำคัญที่สุด หากไม่มีแผนการดำเนินการอะไร รัฐบาลปล่อยไปเช่นนี้ จะทำให้กระทบกับสิทธิของผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็ก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนสุดท้ายรัฐบาล ต้องใช้วิธีการกู้อีก หรือขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง”นายพงศกร กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top