‘บริหารจัดการน้ำ’  อีกเรื่องวาระปฏิรูป

‘บริหารจัดการน้ำ’ อีกเรื่องวาระปฏิรูป

วันพุธ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“น้ำคือชีวิต” เพราะสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ไม่ว่าพืช สัตว์ รวมถึงคนเราต่างต้องใช้น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะกับมนุษย์ที่มีสติปัญญาสูงสามารถสร้างอารยธรรมขึ้นมาได้นั้นน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญมาก จากยุคโบราณที่ทำระบบชลประทานเพื่อการเกษตร สู่ยุคปัจจุบันที่การผลิตกระแสไฟฟ้าส่วนหนึ่งใช้พลังงานจากน้ำ ระบบหล่อเย็นของเครื่องจักรในอุตสาหกรรมก็ต้องใช้น้ำและสำหรับประเทศไทยร่วมกับเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างเมียนมา (พม่า) ลาวและกัมพูชา ก็มีเทศกาล “สงกรานต์” นำน้ำมาสาดเล่นกันเพื่อลดอุณหภูมิอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน

อย่างไรก็ตาม ในทุกๆ พื้นที่ก็มีปัญหาด้านทรัพยากรน้ำที่แตกต่างกันออกไป ดังตัวอย่างที่ รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) กล่าวในเวทีสาธารณะนโยบายน้ำ สกว. ครั้งที่ 9 หัวข้อ “กรอบการวิจัยที่สนับสนุนงานยุทธศาสตร์ การปฏิรูป การบริหารจัดการน้ำของประเทศ” ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า


“ภาคกลาง” ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งมีการแย่งน้ำในคลองชลประทาน ไม่ให้ความร่วมมือภาครัฐในการทำนาปรัง การรุกคืบของน้ำเค็ม “ภาคตะวันออก” น้ำขาดแคลนในฤดูแล้ง การรุกคืบของน้ำเค็มกระทบต่อการประมง และการประปา น้ำจากโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) หรือจะเป็น “ภาคใต้” น้ำขาดแคลนและแย่งน้ำในเขตทำนา

ขณะที่ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกรนักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ประเทศไทย “มีปัญหาในการบริหารจัดการข้อมูล” ปัญหาสำคัญที่กระทบงานวิจัยและนโยบายคือ “คุณภาพข้อมูลด้านน้ำโดยเฉพาะปริมาณการใช้น้ำด้านเกษตร” อาทิ ระบบน้ำประปาไม่ได้จำแนกประเภทการใช้งานโดยละเอียดเหมือนการไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานถึง 33 หน่วยงานที่เก็บข้อมูลด้านน้ำและแต่ละหน่วยงานก็ใช้หลักเกณฑ์ในการเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน

“ข้อมูลกระจัดกระจาย แม้ในกรมเดียวกันปัญหานิยาม และวิธีประมาณการที่ไม่ระบุที่ไปที่มาอย่างชัดเจน ทำให้งานวิจัยได้ผลไม่น่าเชื่อถือ และอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายและการลงทุนด้านทรัพยากรน้ำ จึงควรปฏิรูปอย่างเร่งด่วน การใช้น้ำในภาคการเกษตรยังค่อนข้างฟุ่มเฟือย แสดงว่าการขาดแคลนน้ำยังมีโอกาสเกิดสูงขึ้นในอนาคต หากไม่มีการปรับเปลี่ยนการใช้น้ำให้ประหยัดขึ้น” ดร.นิพนธ์ ระบุ

ด้าน ดร.รอยล จิตรดอน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยว่า เป้าหมายการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องแก้ปัญหา 3 เรื่องให้สำเร็จ คือ 1.ให้แต่ละหน่วยงานทำงานร่วมกัน 2.ทำงานเชิงพื้นที่ได้3.เกิดการทำงานจากชุมชนสู่หน่วยงาน (ล่างขึ้นบน) หมายถึง ควรมีการทำงานเชิงพื้นที่ (Area Based) คือ จะปรับพื้นที่อย่างไร-เชื่อมโยงอย่างไร เช่น พื้นที่ 150,000 ตารางกิโลเมตร ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีอ่างเก็บน้ำ 6-7 อ่าง จึงจำเป็นต้องวิจัยว่า จะบริหารอ่างทั้งหมดไปพร้อมๆ กันอย่างไร

“ความต้องการใช้น้ำจะสูงขึ้นถึง130,000-150,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อปี ทั้งการเกษตร ตัวเมืองขยายนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ที่เก็บน้ำมีเพียง 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงมีงานวิจัยเรื่อง น้ำซ้ำ เกิดขึ้น รวมถึงความเชื่อมโยงเรื่องการจัดการที่ดิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่าที่ควร จึงยังจำเป็นต้องทำวิจัย ต้องนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดความคุ้มค่าเพราะปัจจุบันมีระบบเก็บข้อมูลที่ดี แต่ยังขาดการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อย่างมีศักยภาพสูงสุด” ดร.รอยล ระบุ

เช่นเดียวกับ ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ด้านยุทธศาสตร์ที่ 5 ได้วางเป้าไว้หลายเป้าหมาย งานวิจัยที่หนุนมองเรื่องความมั่นคงของน้ำในหลายมิติ คือ บ้านทุกหลังต้องมีน้ำสะอาด เข้าถึงเพียงพอ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งไม่สามารถกักเก็บน้ำได้หมด ต้องดูระบบนิเวศของแต่ละพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการไม่ปล่อยให้น้ำเค็มรุกพื้นที่ การกักเก็บน้ำของเขื่อนขนาดเล็กก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีการกักเก็บมาก อาจเกิดภัยพิบัติ และถ้าเกิดกรณีภัยพิบัติ การยกระดับกระบวนการทัศน์ เรื่อง “ฟลัดเวย์” (Flood Way) หรือร่องน้ำที่ทำการออกแบบไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้น้ำที่หลากมาจะท่วมเมืองเบี่ยงออกไปทางอื่นเพื่อนำสู่ระบบระบายน้ำต่อไป

ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้ายของประเทศ!!!

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top