546.jpg
วิจารณ์ยับ! ครูสารคามวัยเกษียณประกาศเบี้ยวหนี้ช.พ.ค. ลั่นเบี้ยบำนาญไม่พอรายจ่าย

วิจารณ์ยับ! ครูสารคามวัยเกษียณประกาศเบี้ยวหนี้ช.พ.ค. ลั่นเบี้ยบำนาญไม่พอรายจ่าย

วันอังคาร ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 16.30 น.

วันนี้ (17 ก.ค.2561)  ภายหลังจากที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวีดีโอ  ที่มีการประกาศปฏิญญามหาสารคาม  ความว่า  ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ข้อ 2 ลูกหนี้ ช.พ.ค.จำนวน 450,000 คน  จะดำเนินการยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป  สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง  ถึงความไม่เหมาะสม

 


 

ล่าสุด ดร.ครรชิต  วรรณชา  ศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม  เปิดเผยว่า  กรณีครูที่ออกมาประกาศปฏิญญาขอยุติการชำระหนี้ ช.พ.ค. ให้กับธนาคารออมสิน  ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561  เป็นต้นไป  ตนเองมองว่า  การที่กลุ่มครูออกมาเคลื่อนไหวนั้นถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้  แต่ส่วนตัวตนมองว่าไม่เหมาะสม  ซึ่งกลุ่มครูที่ออกมาเคลื่อนไหวส่วนใหญ่พบว่าเป็นข้าราชการเกษียณ ซึ่งรายได้จากเงินบำนาญอาจจะไม่พอกับค่าใช้จ่าย  ซึ่งตนเองเป็นแค่ผู้รับผิดชอบพื้นที่ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา  แต่ภายหลังจากทราบข่าวตนเองได้มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบ ทั้ง ผอ.กลุ่ม และนิติกร ได้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและจะได้รายงานผู้บังคับบัญชาได้ทราบ

 

 

ดร.ครรชิต กล่าวอีกว่า ตนเคยรับตำแหน่ง ผอ.เขตการศึกษามาก่อนที่จะมารับตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด  ที่ผ่านมาเคยได้ทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOU กับทางธนาคารออมสิน และ สกสค. ในแต่ละจังหวัดว่า  หลังจากที่ได้ยื่นกู้และได้รับเงินตามสิทธิ์แล้ว  พันธะที่ต้องดำเนินการคือเรื่องหนี้สิน  ซึ่งก่อนหน้านั้นพี่น้องครูอาจจะยังไม่เดือดร้อน  แต่หลังจากที่เกษียณแล้วเงินที่หักจ่ายในแต่ละเดือน  อาจจะมากจนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย  แต่ทราบมาว่าทางผู้บังคับบัญชาในระดับสูงสุดของแต่ละกระทรวง  แต่ละกรม  ได้ช่วยประนีประนอมไกล่เกลี่ยเรื่องนี้มาโดยตลอด  ที่ผ่านมาเคยมีการพูดคุยกันทราบว่า  1.จะมีการคืนส่วนต่างที่เคยให้กับหน่วยงานที่หัก  ให้กับสมาชิกที่มีประวัติการส่งเงินดี  2.เรื่องดอกเบี้ยก็ได้มีการพูดคุยกัน  มีการปรับโครงสร้างหนี้  แต่รายละเอียดต่าง ๆ ก็ออกมาเป็นข่าวได้ไม่นานก็เงียบหายไป

 

 

สำหรับในส่วนของจังหวัดมหาสารคาม ถือว่าพี่น้องเพื่อนครูให้ความร่วมมือดี  ยินยอมให้หักเงิน   ปัญหาเช่นนี้ถามว่าผิดวินัยหรือไม่  ในเชิงกฎหมายถือว่ายังไม่ผิด  เพราะจากข่าวที่ปรากฏออกไปถือว่าเป็นปฏิญญาเฉย ๆ แต่หากไม่ส่งเงิน ซึ่งทางธนาคารออมสิน หรือ สกสค. มีข้อกฎหมายระบุไว้ในสัญญาอยู่แล้ว  หากผู้กู้ไม่ส่งเงินต่อ  จนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย  จนศาลสูงสุดพิพากษาว่าเป็นบุคคลล้มละลาย  ตรงนั้นถือจะเข้าสู่กระบวนการทางวินับ  ว่าด้วย พรบ.ระเบียบครู ฉบับปัจจุบัน แก้ไขเพิ่มเติม  คือ  คุณสมบัติของครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น  จะต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  ตรงนั้นถือจะเข้าสู่กระบวนการทางวินัย ซึ่งมาถึงจุดนี้เราจะต้องช่วยกันหาทางออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพลักษณ์ของครูที่ออกไป  เราเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ  ตนมองว่ายังมีอีกหลายทางออก  ในส่วนของจังหวัดมหาสารคาม  หากดูจากข้อมูลข้าราชการครูที่มีหนี้อยู่ในภาวะวิกฤต  ถือว่ามีไม่มาก ประมาณ 5เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณ  เพราะเงินบำนาญอาจไม่พอค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน 

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top