546.jpg
บทเรียนคนอยากสวย! ลัดฟ้าไปเกาหลีตามฝัน 'สวยเปลี่ยนชีวิตได้'

บทเรียนคนอยากสวย! ลัดฟ้าไปเกาหลีตามฝัน 'สวยเปลี่ยนชีวิตได้'

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 15.52 น.

"สวยเปลี่ยนชีวิตได้" เป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ ในวงการความงาม วงการบันเทิง และอีกหลากหลายกลุ่มอาชีพ เมื่อบวกกับกระแสโซเซียลมาแรงแฝงในทุกอณูชีวิตเพราะโลกวันนี้มือถือเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตไปแล้ว ทุกอย่างเกิดและดับได้ทุกวินาทีขอเพียงปรากฏผ่านโซเซียลเท่านั้น ดังนั้น การโชว์หน้าตาและเรือนร่างที่สวยงาม จึงเป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่มีการนำมาใช้เพื่อหวังจะดึงดูดให้ได้รับความสนใจและความนิยมติดตามอยู่ในอันดับต้นๆ จากคนในโลกโซเซียล

ช่นเดียวกับ "สาวเมย์-จีระนันท์ กิจประสาน" อดีตนักร้องสาวร่างเล็กที่เคยโด่งดังในยุค 90 เจ้าของเพลง "นอนไม่หลับ (ถ้าไม่กลับพร้อมเธอ)" ก็มีความฝันเหมือนกับสาวๆ และคนในวงการบันเทิงหลายๆ คนจึงตัดสินใจบินลัดฟ้าไปถึงเกาหลี หวังเปลี่ยนชีวิตใหม่ แต่ความฝันของเธอก็ต้องสลายลงในชั่วพริบตาเดียว


สาวเมย์ เผยถึงที่มาตัวเองบินไปไกลถึงประเทศเกาหลีเพื่อทำศัลยกรรมครั้งแรกในชีวิต ว่าตัวเองทำธุรกิจขายเสื้อผ้าและเป็นนางแบบด้วยตัวเอง แต่รูปร่างสัดส่วนที่เล็กดูเหมือนเด็ก จึงอยากเสริมหน้าอกเพื่อให้ใส่เสื้อผ้าสวย ประกอบกับอายุมากขึ้น ทำให้หนังตาเริ่มหย่อนคล้อย ที่สำคัญ มีแพลนที่จะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง จึงอยากทำศัลยกรรมเพื่อเสริมบุคลิกและความมั่นใจ

สาว "เมย์-จีระนันท์" ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า "เมย์ทำอะไรไม่ถูก ช็อก!! ไม่นึกเลยว่าเราแค่อยากทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตเรา หลังจากวันนั้นเหมือนเราตกอยู่ในฝันร้าย เมย์กับแม่เหมือนศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตจริงๆ"

"ศัลยกรรม" ได้เปลี่ยนชีวิตคนจำนวนหนึ่ง ในทางที่ดีขึ้น และเมย์ขอบอกเลยว่า คนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ คุณคือคนที่โชคดีมาก แต่ในทางกลับกัน "ศัลยกรรม" ก็ได้เปลี่ยนชีวิตคนจำนวนไม่น้อย ในทางที่เลวร้าย บางคนเสียโฉม ทุพพลภาพ ถึงแก่ความตาย บางคนแม้ไม่ตาย แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น และเมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่เกือบต้องเสียชีวิตจากการทำศัลยกรรม !!

เมย์ เล่าว่าหลังการทำศัลยกรรมเพิ่มขนาดเต้านม เมย์ ต้องหอบเอาถุงระบายเลือดขึ้นเครื่องกลับมารักษาตัวที่เมืองไทย และต้องช็อกหนักมากเมื่อแพทย์บอกว่ามีโอกาสรอดชีวิตแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ตอนที่ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หมอบอกว่าเมย์ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งเชื้อตัวนี้เกิดหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกที่โรงพยาบาลดัง ประเทศเกาหลี (รพ. Grand Plastic Surgery) เป็นเชื้อที่ชื่อ Pseudomonas Aeruginosa พบได้ในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเท่านั้น ที่สำคัญมันเป็นเชื้อที่ดื้อยามาก

แต่ปรากฏว่าทางโรงพยาบาลที่ทำศัลยกรรม ปกปิดข้อมูล และให้เมหิ้วถุงระบายเลือดขึ้นเครื่องบินกลับมาไทย ตอนอยู่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สภาพเหมือนคนทุพพลภาพ แขนเป็นพังผืด ขยับไม่ได้ แถมยังเจ็บปวดแผลหน้าอกมากมายจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นก็ต้องทำกายภาพบำบัดอยู่นานกว่า 5 เดือนและเพิ่งจะหายดีเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

เธอเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนตัดสินใจรับการผ่าตัดทำศัลยกรรมเพิ่มขนาดเต้าว่า บทเรียนครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดพลาดของตัวเองที่คิดว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว โดยดูจากการโฆษณารีวิวลูกค้า มีทั้งดารา เซเล็ป เน็ตไอดอล หลังจากนั้นเลือกเอเจนท์ชื่อดังคุณ อุ้ม รัสรินทร์ กับ โรงพยาบาลแกรนด์ (Grand Plastic Surgery) เป็นโรงพยาบาลใหญ่ มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ตามคำบอกของคุณอุ้มบอกกับเมว่า ลูกค้าเค้ามีทั้ง นักการเมือง ไฮโซ ดารา คนไทยที่เค้าพามาทำศัลยกรรมที่นี่ เดือนละกว่า 50-60 คน

 

 

กลางเดือน พ.ย.60 เป็นการ Consult ครั้งแรกกับคุณหมอยุน เจ้าของโรงพยาบาล เมย์ต้องการทำ 2 อย่าง คือ ตาและหน้าอก แต่หมอบอกว่าปัญหาบนใบหน้าของเมย์ คือโหนกแก้มและคาง แนะนำให้เมย์จัดโครงหน้า ทุบโหนก ดึงคางลงมาให้ยาวขึ้น เมย์ ตกใจและปฏิเสธทันที เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำเลย แต่เค้าก็พูดโน้มน้าวว่าทำไปพร้อมๆ กันกับการทำหน้าอกและตา เพราะต้องวางยาสลบอยู่แล้ว เจ็บครั้งเดียว ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางยาอีก และจะได้ส่วนลดมากกว่า ที่สำคัญคือ หน้าจะหวานขึ้น ดูเด็กลงไป 10 ปี

"สุดท้ายสรุปวันนั้นว่าจะเมย์ผ่าทางรักแร้ ซิลิโคนขนาดเล็ก 230-250 CC (แต่ไม่ได้แจ้งยี่ห้อของซิลิโคนให้ทราบ ไม่มีการ์ดที่ระบุยี่ห้อและ serial number เหมือนที่อื่นๆ ซึ่งเมก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามันต้องมี) ซึ่งคุณอุ้ม ขอให้วางเงินมัดจำทันที เพื่อจะนัดคิวคุณหมอ โดยคุณอุ้ม บอกว่าคุณหมอคิวค่อนข้างแน่น ต้องจ่ายเงินมัดจำก่อน จึงจะนัดคิวได้ กำหนดวันผ่าตัด คือวันที่ 21 ธันวาคม 2560 เมย์ จ่ายเป็นงินสด 800,000 กว่าบาท โดยที่โรงพยาบาลไม่ได้ออกใบกำกับภาษีให้ เพราะเค้าจะให้ส่วนลดเมเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ค่ะ"

วันผ่าตัด 21 ธ.ค.60 ช่วงเช้าระหว่างที่คุณหมอลี ซึ่งเป็นหมอที่ทำหน้าอกและตาให้เมย์ จะทำการดีไซน์รูปทรงหน้าอกและตานั้น เมก็หน้ามืด เป็นลม ตอนนั้นคุณแม่ตกใจมาก และขอให้เลื่อนผ่าตัดออกไปก่อน แต่คุณหมอเอาผลตรวจสุขภาพเมย์ มายืนยัน ว่าเป็นปกติ แข็งแรงดี สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ อาการเป็นลม น่าจะเกิดจากความกลัว ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าการผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง แต่การผ่าตัดจริงใช้เวลา 7-8 ชั่วโมง และมีถุงระบายเลือดที่รักแร้ทั้งสองข้าง ซึ่งเมย์เริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนภายในทรวงอก คล้ายมีน้ำกรดไหลแสบซ่านอยู่ภายในหน้าอก เมื่อถามอาการผิดปกตินี้ คุณหมอบอกว่า เป็นอาการเจ็บปวดตามปกติหลังการผ่าตัด และมันจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง

แต่หลังผ่าตัดเลือดออกมากผิดปกติทุกวัน แต่คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไร เขาบอกว่าจะมาถอดสายระบายเลือดให้ด้วยตัวเองที่คลินิก ซึ่งเป็นสาขาโรงพยาบาลเขาในเมืองไทย เมย์เลยเบาใจ ซึ่งนาน 2 สัปดาห์ เราไม่เคยรู้เลยว่านี่คือสิ่งผิดปกติ แต่ที่รู้สึกว่าไม่ปกติก็คือ อาการเจ็บแสบในหน้าอก คล้ายมีน้ำกรดไหลไปทั่ว และเมื่อสอบถามไปก็ได้รับคำตอบว่าเป็นอาการปกติของคนทำศัลยกรรมหน้าอก พอกลับเมืองไทยถอดสายระบายเลือด ซึ่งคุณหมอเป็นคนถอดให้ด้วยตัวเองที่คลินิกที่เมืองไทยก็ทรุดเลย

คุณแม่รายงานอาการไปที่เอเจนท์ เขาให้มาฉีดยาที่คลินิกของเขาที่ย่านทองหล่อทุกวัน แต่พอกลับบ้านตกดึกก็ปวด ไข้ขึ้นสูงอีกจนกระทั่งคุณหมอเกาหลีได้บอกให้ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลใกล้บ้านให้ตรวจค่า CBC และค่าความสมบูรณ์ของตับ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็เรียกเข้าพบ เพราะผลมันผิดปกติ ตับอักเสบ เม็ดเลือดขาวในเลือดสูงมาก น่าจะมีการติดเชื้อจากการทำศัลยกรรม แต่คุณหมอเกาหลีบอกว่าไม่ได้ติดเชื้อ ค่าเม็ดเลือดขาวที่สูงมากไม่ได้สูงเกินปกติ ของคนทำศัลยกรรม ต้องสูงประมาณนี้อยู่แล้ว

จนวันที่ 17 อาการเมย์หนักมากไข้ขึ้นสูงถึง 40 กว่าเลย ตัวเมย์เปียกไปด้วยน้ำ เหมือนใครเอาน้ำมาราดทั้งตัวเลย นมเหมือนจะแตก ข้างในร้อนระอุมากทีนี้รุ่งเช้าหนองทะลักออกมาทั้งสองข้างที่รักแร้ ออกมาเป็นน้ำพุเลย น้ำไหลเปียกเต็มหมอน เมย์สภาพคล้ายศพ ผอมดำ เป็นซี่โครง เขาก็ให้รีบกลับไปคลินิก คุณหมอที่คลินิกสาขาเขาก็บีบหนองออกให้ ระหว่างนั้นคุณแม่ก็ติดต่อเอเจนท์และคุณหมอท่านนี้ เขาก็ให้เมย์ไปที่เกาหลีคืนนั้น ให้กลับไปรักษา

"จนคุณหมออีกท่านนึงซึ่งเป็นหมอศัลยกรรมคลินิกนั้น ก็พรวดพราดเข้ามาจับชีพจรและบอกว่าเมย์คงไปไม่ได้ เพราะมีโอกาสช็อกเสียชีวิตบนเครื่อง และต้องเอาซิลิโคนออกทันที ผมไม่ให้คุณไป คุณต้องเอาซิลิโคนออกทันที แค่จากทองหล่อไปพระราม 2 ยังไกลกับคุณเลย ก็เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกความจริงกับเมย์ เขาก็ไปเช่าห้องผ่าตัดที่รพ.ย่านพระราม 2 เอาซิลิโคนออก เข้าไอซียู ผ่าตัดอีก 3 ครั้ง สองครั้งที่นั่นเอาหนองออก คือโคม่าอยู่ตลอด มีอาการแทรกซ้อน" เมย์ว่า

ล่าสุด "สาวเมย์-จีระนันท์" ได้ติดต่อให้ทนายวันชัย สอนศิริ เป็นผู้ดำเนินการเรียกค่าเสียหายจาก "อุ้ม- รัสรินทร์" กับโรงพยาบาลแกรนด์ (Grand Plastic Surgery) เป็นจำนวนเงิน 60 ล้านบาทในขณะที่ทางโรงพยาบาลแจ้งมาก่อนหน้านี้ บอกจะคืนเงินทำหน้าอกให้ 441,000 บาท ค่าเสียโอกาสในการทำงานให้อีก 1,200,000 บาท และจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้ง 2 โรงพยาบาลในไทย รวม 1,400,000 บาท ซึ่งสาวเมย์-จีระนันท์ ประกาศไม่ยอมรับจำนวนเงินดังกล่าว เพราะเห็นว่าตัวเองมีสภาพทุพพลภาพระหว่างนอนรักษาตัวได้รับความทุกข์ทรมานนาน 5 เดือน จากผลการทำศัลยกรรมกับโรงพยาบาลดังกล่าว

นี่คืออุทาหรณ์หนึ่งที่สาวๆ ทุกคนที่อยากจะ "สวยเปลี่ยนชีวิต" แต่ควรจะคิดตรึกตรองหาข้อมูลให้ชัดเจนให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปกับร่างกายของตนเอง เพราะถ้าหากพลาดขึ้นมาจาก "สวยเปลี่ยนชีวิตได้" ก็อาจจะกลายเป็น "ซวยเปลี่ยนชีวิต" ได้เช่นกัน!!!
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top