546.jpg
'แซวหญิง'กับดราม่า'คุกคามทางเพศ' ย้อนมองวิวาทะต่างแดน...หรือแค่'เจ้าชู้'ก็ต้องหมดที่ยืน

'แซวหญิง'กับดราม่า'คุกคามทางเพศ' ย้อนมองวิวาทะต่างแดน...หรือแค่'เจ้าชู้'ก็ต้องหมดที่ยืน

วันศุกร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 18.31 น.

มีประเด็น “ดราม่า” อยู่เรื่อยๆ จริงๆ สำหรับ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 25 ก.ค. 2562 ในการแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภา เมื่อโฆษกของพรรค “น้องช่อ” พรรณิการ์ วานิช ลุกขึ้นอภิปราย แล้ว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจง โดยเริ่มด้วยการ “แซว” โฆษกพรรคอนาคตใหม่ว่า “คนสวย” เท่านั้นก็ “เป็นเรื่อง” ทันที เพราะบรรดา “นักเคลื่อนไหวแนวสตรีนิยม (Feminist)” ออกมาบอกว่านี่คือการ “คุกคามทางเพศ” และตำหนิ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างรุนแรง

ซึ่งต้องบอกว่ากรณีที่เกิดขึ้นอาจดูเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย แต่หากย้อนไปเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ตอนที่กระแสแฮชแท็ก “มีทู (#MeToo)” ที่ปลุกกระแสให้ผู้หญิงทั่วโลกกล้าลุกขึ้นมาเล่าว่า “ทั้งชีวิตของพวกเธอเคยพานพบบรรดา ‘ผู้ชายสายหื่น’ ในรูปแบบใดกันมาบ้าง” ที่มากกว่าประเด็นรุนแรงอย่างการข่มขืนหรือการลวนลามแบบถึงเนื้อถึงตัว ทั้งการแอบเหล่มอง ชักชวนมีเพศสัมพันธ์ หรือแม้แต่การพูดจาแซว-หยอก นำไปสู่การ “ประจาน” บรรดาผู้ชายที่มีพฤติกรรมเหล่านี้อย่างกว้างขวางในหลายประเทศโดยเฉพาะในโลกตะวันตก


“แต่ก็ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะเห็นด้วยกับกระแส #MeToo แบบเต็มตัวไปเสียทั้งหมด” ในเวลาต่อมาก็เริ่มมีการตั้งคำถามว่า “กระแส #MeToo ที่เป็นอยู่นั้น ‘สุดโต่ง’ เกินไปหรือไม่” ดังที่สำนักข่าว CNN ของสหรัฐอเมริกา เสนอข่าว “Catherine Deneuve denounces #MeToo in open letter” เมื่อ 11 ม.ค. 2561 เล่าถึงดรามา #MeToo ในฝรั่งเศส กรณีนักแสดงหญิงชื่อดังของเมืองน้ำหอม กาทรีน เดอเนิฟว์ (Catherine Deneuve) ออกมาพูดถึงการรณรงค์ยุติการคุกคามทางเพศ หรือ #MeToo ที่กำลังแพร่หลายไปทั่วโลก

โดยใจความสำคัญคือ “ผู้ชายควรมีสิทธิที่จะเกี้ยวพาราสีผู้หญิงบ้าง” ซึ่งเป็นการตอบโต้กลุ่มนักกิจกรรมแนวสตรีนิยมที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน ผ่านจดหมายเปิดผนึกที่เธอร่วมกับผู้หญิงที่มีบทบาทนำทางสังคมของฝรั่งเศสจำนวน 100 คน ทั้งนักเขียน นักแสดง นักวิชาการ และนักธุรกิจ กล่าวตำหนิความพยายาม “ปั่นกระแส” ที่จะทำให้พฤติกรรมทางเพศของผู้ชายเข้าข่ายการคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) ต่อผู้หญิงไปเสียทั้งหมด

“แน่นอนการข่มขืนคืออาชญากรรม แต่พฤติกรรมเจ้าชู้ของหนุ่มๆ ที่พยายามจะจีบสาวๆ นั้นยังไม่ใช่ความผิด (Rape is a crime, but insistent or clumsy flirting is not an offense, nor is gallantry macho aggression)” นี่คือถ้อยแถลงของ กาทรีน เดอเนิฟว์ ในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว แต่สำหรับผู้นำกลุ่มนักกิจกรรมสตรีนิยม แคโรไลน์ เดอ แฮส (Caroline De Haas) เมื่อเห็นแถลงการณ์ของ 100 สตรีฝรั่งเศสข้างต้นก็ไม่พอใจและออกมาตอบโต้ทันที

“เมื่อไหร่จะตั้งคำถามกับผู้ชายถึงความรับผิดชอบที่จะไม่ข่มขืนหรือรังแกผู้หญิงเสียที (When will we ask the question about men's responsibility to not rape or abuse?)” เป็นคำตอบโต้ของ แคโรไลน์ เดอ แฮส นอกจากนี้เธอยังเปรียบเปรยผู้ที่ท้วงติงด้วยว่า “เหมือนกับ ‘ลุงแก่ๆ หรือเพื่อนร่วมงานที่น่ารำคาญ’ ผู้ซึ่งไม่ยอมเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเอาเสียเลย (a bit like the annoying colleague or the tiring uncle who doesn't really understand what's going on around him)” และย้ำว่านี่ไม่ใช่การห้ามผู้ชายทำตัวเจ้าชู้ แต่อยากให้เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับ ซานดรา มุลเลอร์ (Sandra Muller) นักกิจกรรมผู้เปิดหัวข้อรณรงค์ “#BalanceTonPorc” หรือหมายถึง #MeToo ในสังคมฝรั่งเศส กล่าวกับผู้สื่อข่าว CNN ว่า “หลักการสตรีนิยมไม่เกี่ยวกับการปกป้องเสรีภาพทางเพศ แต่เพื่อปกป้องผู้หญิงเท่านั้น (Feminism is not about protecting sexual liberation , but about protecting women)” และมองว่ากลุ่มสตรีทั้ง 100 คนนั้นกำลังบ่อนทำลายขวัญกำลังใจของเหยื่อคุกคามทางเพศจำนวนมากที่พยายามแสดงความกล้าหาญ

รายงานของ CNN ได้บรรยายสถานการณ์ในเวลานั้นว่า ความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีหัวข้อการรณรงค์ MeToo ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้หญิงกล้าเปิดเผยประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศ แต่ต่อมาเริ่มลุกลามไปสู่การสนับสนุน “ศาลเตี้ย” ให้ผู้คนในสังคมสามารถใช้ความรุนแรงกับใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศต่อผู้หญิงอย่างชอบธรรม อาทิ ในประเทศอังกฤษเคยมีกรณี “ผู้ชายถูกกดดันให้ต้องออกจากงาน เพียงเพราะการสัมผัสที่บริเวณเข่าของผู้หญิง” เป็นต้น

จากฝรั่งเศสกลับมาที่เมืองไทย..ในสังคมไทยเองก็มีคำกล่าวติดตลกว่า “ผู้ชายไม่เจ้าชู้ก็เหมือนงูไม่มีพิษ” และชายไทยไม่ว่าจะมีฐานะทางสังคมแบบไหน ก็มีข่าวให้ได้ยินอยู่เนืองๆ ถึงพฤติกรรม“บ้านเล็กบ้านน้อย” ยิ่งถ้ามีเงินมีทองพอสมควรก็นิยม “ทาบทาม” สาวงามไปเลี้ยงดูแบบลับๆ โดยหากไม่ถึงขั้น “ถ้าฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วยแล้วยังตามตื๊อจนน่ารำคาญ” ฝ่ายชายก็ยังไม่ถึงกับถูกก่นด่าประณามจากสังคมว่าเป็นคนเลวคนร้ายอะไร

ทว่าเมื่อค่านิยมเดิมต้องปะทะกับกระแสต่อต้านการคุกคามทางเพศ บวกกับทุกคนสามารถบอกเล่าเรื่องราวผ่านสื่อออนไลน์ นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์หรือล่วงไปถึงขั้นตำหนิประณาม สังคมไทยอาจถึงเวลาต้อง “ทำให้ชัด” กันเสียทีว่าจะเอาอย่างไร? จะยึดนิยามเดิมตามบทบัญญัติกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งความผิดจะสมบูรณ์อย่างน้อยๆ ต้องถึงขั้นถูกเนื้อต้องตัว หรือจะเปลี่ยนไปตามกระแสที่รณรงค์อย่างหนักในต่างแดน นั่นหมายความว่า “ความเจ้าชู้อันเป็นสิ่งชายไทยไม่ว่าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เคยชินมาช้านานก็ต้องถึงคราวยุติลง” ด้วยค่านิยมใหม่ข้างต้นที่มาแทน
สังคมไทยจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ดี?

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

ขอบคุณเรื่องจาก : https://edition.cnn.com/2018/01/10/europe/catherine-deneuve-france-letter-metoo-intl/index.html

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top