546.jpg
นับถอยหลังอีก8วัน! ลุ้นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฯคดี 'เจ้าสัวเปรมชัย-สมุนล่าเสือดำ'

นับถอยหลังอีก8วัน! ลุ้นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฯคดี 'เจ้าสัวเปรมชัย-สมุนล่าเสือดำ'

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.11 น.

นับถอยหลังจากวันนี้ (4 ธ.ค.) เหลืออีก 8 วันลุ้นฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิในคดี" เจ้าสัวเปรมชัย" พร้อมสมุนล่าเสือดำป่าทุ่งใหญ่นเรศร 12 ธันวาคมนี้รู้ผล  

วันที่ 4 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คนเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมของกลางเป็นซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 4-6 ก.พ.61 โดยอัยการจังหวัดทองผาภูมิเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กับพวก ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2561 ใน 6 ข้อหา 


 

 

ประกอบด้วย 1.ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย 6.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังจากผ่านการสอบพยานโจทก์และจำเลยไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.61 ทั้งฝ่ายโจทก์ และจำเลยได้ยื่นแถลงการณ์ปิดคดีนี้ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ไปเมื่อวันที่ 25 ม.ค.62 จากนั้นศาลจังหวัดทองผาภูมิได้พิพากษาคดีไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค.62

 

 

ดังนี้ จำเลยที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูต รวมโทษจำคุก 16 เดือน ไม่รอลงอาญา ถูกสั่งฟ้อง 6 ข้อหา ยกฟ้อง 1 ข้อหา ดังนี้ 1.ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษา จำคุก 6 เดือน 2.ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และ 3.ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ (กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด) จำคุก 8 เดือน 4.ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 5.ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด) จำคุก 2 เดือน

จำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ รวมโทษจำคุก 13 เดือน ถูกสั่งฟ้อง 7 ข้อหา ยกฟ้อง 3 ข้อหา ดังนี้ 1.ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน 2.ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน 3.ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 4.ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 4 เดือน

 

 

จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน จำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอรอลงอาญา มีกำหนด 2 ปี ถูกสั่งฟ้อง 5 ข้อหา ยกฟ้อง 3 ข้อหา คือ 1.ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 2.ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท)

จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ รวมโทษจำคุก 2 ปี 17 เดือนถูกสั่งฟ้อง 8 ข้อหา โดยไม่มีข้อหาใดถูกยกฟ้อง ประกอบด้วย 1.ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน 2.ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน 3.ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และ 4.ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 1 ปี 

5.ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับ ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย(กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท) จำคุก 4 เดือน 6.ข้อหาพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ จำคุก 4 เดือน 7.ข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ จำคุก 1 ปี

 

 

ค่าเสียหายให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 2 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 4 ก.พ.61 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ต่อมาวันที่ 24 พ.ค.62 อัยการศาลสูงจังหวัดกาญจนบุรียื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

นายเปรมชัย กรรณสูตร จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานเป็นตัวการให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่า (เสือดำ) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ศาลจังหวัดทองผาภูมิวินิจฉัยว่าเป็นผู้สนับสนุนอุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันเก็บหาของป่าภายในเขตป่าสงวน, อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษายกฟ้อง, อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า (ไก่ฟ้าหลังเทา) เป็นการกระทำหลายกรรม ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว, อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่า เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน

 

 

นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยขอไม่ให้ลดโทษ เนื่องจากจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ, อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษายกฟ้องข้อหานี้, อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าและมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอ ง(เสือดำ) ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษายกฟ้องข้อหานี้, อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว และอุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน

นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าและมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) ไว้ในครอบครอง ศาลจังหวัดทองผาภูมิยกฟ้อง, อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำและซากไก่ป่า (ไก่ฟ้าหลังเทา) เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4, อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองและร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่ลดโทษ เนื่องจากจำเลยให้การปฏิเสธ 

 

 

แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมและรับสารภาพ, อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว อุทธรณ์ให้ลงโทษสูงขึ้น ฐานความผิดพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ฯ ศาลจังหวัดทองผาภูมิลงโทษจำคุก 4 เดือน โจทก์เห็นว่าน้อยไป, อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน และอุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,012,000 บาท เต็มตามฟ้องโจทก์ นอกจากนี้ยังอุทธรณ์ขอให้ริบเกลือป่น ถุงเกลือป่น (ถุงเปล่า) ถุงดำ และรถยนต์ แบบนั่งสองตอนของกลางเนื่องจากเห็นว่าเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำผิด (ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาให้คืน)

ล่าสุดศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.219/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.63/2562 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ (โจทก์) นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน (จำเลย) ในเวลา 09.00 น.ของวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ที่จะถึงนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 8 วันเท่านั้นเอง คนไทยก็จะทราบแล้วว่าผลคดีจะออกมาในรูปแบบใด

**ภาพจากแฟ้ม**

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top