วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“หากเป็นสัตว์ทะเลหายากที่เหลือจำนวนไม่มากนัก เราคงต้องทำทุกวิถีทางที่จะรักษาไว้ให้ได้ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเล
หายากสิรีธาร จ.ภูเก็ต จึงถูกดำริขึ้น นับเป็นศูนย์รักษาและอนุบาลสัตว์ทะเลหายากที่เจ็บป่วย หรือได้รับอันตรายจากเหตุต่างๆ โดยมีเครื่องมือ อุปกรณ์ที่จำเป็น ในการรักษา รวมถึงทีมสัตวแพทย์และสถานพักรักษาสัตว์ทะเลหายากต่างๆ”
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวถึงการเปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยยังมี
โรงพยาบาลหรือศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ไม่มากนักอีกทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นในการช่วยเหลือสัตว์แต่ละชนิดก็มีความเฉพาะ สัตว์หลายชนิดไม่สามารถรักษาได้ หรืออาจจะรักษาได้ไม่ทันท่วงที
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นประธาน เปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2562
ซึ่งนับเป็นความโชคดีที่ทางกระทรวงได้รับพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสนพระทัยและทรงห่วงใยสัตว์ทะเลหายากทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเต่าทะเล และพะยูน เป็นต้น ทรงรับ“น้องมาเรียม” ไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา และพระราชทานชื่อ “ยามีล” พะยูนน้อยเพศผู้ ที่ถูกพบในพื้นที่ จ.กระบี่ และได้รับการอนุบาลไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต
“กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานของศูนย์ให้มีความสมบูรณ์และสามารถช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งขยายผลการดำเนินงานภายในศูนย์แห่งนี้ และหากเป็นไปได้จะให้เปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่อื่นๆ เพื่อจะได้รักษาทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศให้สมบูรณ์และยั่งยืนต่อไป”นายวราวุธ กล่าวย้ำ
ขณะที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร เริ่มก่อสร้างในปี 2561 สมัยตนยังดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยชีวิตสัตว์ทะเลทุกชนิดรวมถึงสัตว์ทะเลหายาก จากนั้นในวันที่11 ก.พ. 2561 ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ในการเสด็จเป็นประธานทรงวางศิลาฤกษ์ และพระราชทานนามอาคารว่า “ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร”
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ตนได้สั่งการไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เตรียมนำแนวนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปต่อยอดในการเสริมสร้างศักยภาพของศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากแห่งนี้ ให้สามารถช่วยชีวิตสัตว์ทะเลได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และให้สามารถรองรับการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากได้มากยิ่งขึ้น
ด้าน นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร
ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 2,359 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารหลัก 2 อาคาร ได้แก่ อาคารแรก เป็นส่วนรับและพักฟื้นสัตว์ทะเลที่ป่วย ประกอบด้วยบ่อสำหรับรักษาพยาบาลสัตว์ทะเลหายากที่เลี้ยงลูกด้วยนม บ่อสำหรับการรักษาพยาบาลสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นและสัตว์ป่วยบ่อสำหรับฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ทะเลหายากที่ยังไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้
และอาคารปฏิบัติการ ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยโรค ตรวจเลือดเนื้อเยื่อ และฉายรังสี การจัดทำระบบจัดการน้ำ และพื้นที่ผ่าชันสูตรซากสัตว์ทะเลหายากพร้อมระบบฆ่าเชื้อและจัดการปฏิกูล ห้องสำนักงาน และห้องอเนกประสงค์ ซึ่งหลังจากนี้จะเริ่มย้ายสัตว์มารักษาและอนุบาลภายในศูนย์ รวมถึงเปิดให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้ รวมทั้งจะขยายเพิ่มส่วนแสดงนิทรรศการและส่วนช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อให้ได้มาตรฐานและให้ประโยชน์แก่ผู้สนใจ คาดว่าจะสามารถรองรับผู้มาเยือนได้กว่า 150,000 คนต่อปี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี