546.jpg
เปิดใจสาวไทย! กลับจากแดน 'กิมจิ' ชี้ไวรัสร้าย 'โควิด-19' ไม่น่ากลัว

เปิดใจสาวไทย! กลับจากแดน 'กิมจิ' ชี้ไวรัสร้าย 'โควิด-19' ไม่น่ากลัว

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2563, 17.33 น.

ผู้ว่าฯนครพนม นำเจ้าหน้าที่เยี่ยมแรงงานไทยที่กลับจากเกาหลีใต้ ขณะที่สาวขายแรงแดนกิมจิชี้ไวรัสร้าย "โควิด-19" ไม่น่ากลัวหากปฏิบัติตนตามคำแนะนำ

วันที่ 16 มีนาคม 2563 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในจังหวัดนครพนม พบผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามเฝ้าระวังโรคสะสมทั้งหมด 16 รายและทั้ง 16 รายตรวจไม่พบเชื้อ ส่วนการคัดกรองผู้เดินทางเข้า-ออกจังหวัดนครพนม ณ ท่าอากาศยาน ด่านท่าเรือ ด่านสะพานมิตรภาพ 3 นครพนม-คำม่วน และจุดผ่อนปรนทั้ง 4 อำเภอ คือ บ้านแพง ท่าอุเทน เมืองนครพนม และธาตุพนม มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสม จำนวน 128,560 คน ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามเฝ้าระวังโรค


นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง (ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐ สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ ญี่ปุ่น เยอรมัน เดนมาร์ก) จำนวน 45 คน ซึ่งผู้เดินทางทุกคนถูกคุมไว้สังเกตอาการในที่พักอาศัย 14 วัน (Self-quarantine) ไม่พบผู้มีอาการป่วย โดยรายสุดท้ายจะครบกำหนดการติดตามในวันที่ 27 มีนาคมนี้

 

 

ส่วนการติดตามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย (จีน เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน) จนถึงปัจจุบันมีจำนวนผู้ที่ได้รับการติดตามจำนวน 65 ราย เป็นสัญชาติไทยทั้งหมด ซึ่งผู้เดินทางทุกคนต้องกักตัวเองในบ้านพักอาศัย 14 วัน (Home-quarantine) ยังไม่พบผู้มีอาการป่วย ในจำนวน 65 รายนี้เป็นกลุ่มแรงงานที่เดินทางระหว่างวันที่ 1-6 มีนาคม 2563 จำนวน 37 ราย กลุ่มแรงงานที่เดินทางมาระหว่างวันที่ 7-13 มีนาคม จำนวน 18 ราย และกลุ่มอื่นๆอีก 10 คน โดยทุกรายให้ความร่วมมือกับทางการเป็นอย่างดี โดยกักตัวเองดังนี้ 1.อยู่บ้านคนเดียว 8 ราย 2.ในพื้นที่ทางราชการจัดให้ 3 ราย 3.อยู่ร่วมกับครอบครัว(แยกห้อง) 5 ราย และ 4.แยกกักตัวที่กระท่อมกลางนา 2 ราย

กลุ่มแรงงานทุกรายได้ปฏิบัติตนตามข้อกำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ออกให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว เช่น การรับประทานอาหาร และการใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น การกำจัดขยะติดเชื้อ โดยมีสาธารณสุขในพื้นที่นำไปทำลายอย่างถูกวิธี พร้อมสังเกตอาการและวัดไข้อย่างใกล้ชิดวันละ 2 ครั้ง รายสุดท้ายจะสิ้นสุดการติดตามในวันที่ 27 มีนาคม 2563 จำนวน 2 ราย

 

 

เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนครพนม และกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เดินทางมาจากประเทศแพร่เชื้อโรคโควิด-19 มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฯ วันนี้ (16 มี.ค.) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นพ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม (สสจ.นครพนม) นพ.ธราพงษ์ กัปโก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังหมู่บ้านในพื้นที่หมู่ 6 ต.นางาม อ.เรณูนคร เพื่อไปเยี่ยม น.ส.รัตน์ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พบว่าได้ปฏิบัติตนด้วยการกักตัวเองตามคำแนะนำทุกประการ

โดย น.ส.รัตน์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ในโรงงานผลิตเนื้อ การเป็นอยู่มีอาหารครบ 3 มื้อ ที่พักแยกนอนห้องละคน และก่อนจะหมดสัญญาเพียงไม่กี่วัน เกิดโรคโควิด 19 ระบาดอย่างหนัก ทางโรงงานสั่งห้ามทุกคนออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด เมื่อตนครบสัญญาจะต้องเดินทางกลับประเทศไทย ทางการเกาหลีเข้มงวดในการตรวจหาเชื้อโควิด 19 มาก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีไข้ ไม่มีการติดเชื้อ จึงซื้อตั๋วเครื่องบินให้กลับ พอมาถึงแผ่นดินไทยก็มีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น และทางการไทยส่งข้อมูลเบื้องต้นมายังจังหวัดปลายทางเรียบร้อย เมื่อตนมาถึงท่าอากาศยานนครพนม มีเจ้าหน้าที่รับตัวไปตรวจคัดกรองอีก ก่อนจะพามาส่งบ้านเพื่อกักตัวเองตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

 

 

น.ส.รัตน์เล่าต่อว่า ครอบครัวได้แยกไปอยู่บ้านญาติ ตนจะพักอยู่เพียงคนเดียว เวลาส่งอาหารใช้วิธีแขวนไว้ที่หน้าบ้าน ตนจะมาเอาไปทาน จากนั้นก็ไปล้างจาน ชาม ช้อมส้อมทำความสะอาด 

"เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะมาตรวจทุกวัน วันละ 2 ครั้งตอนกลางคืนจะโทรสอบถามถึงอาการต่างๆ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลหนูเป็นอย่างดี" น.ส.รัตน์กล่าว

นอกจากนี้ น.ส.รัตน์ ยังฝากถึงเพื่อนที่ไปขายแรงงานในประเทศเสี่ยง ควรให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะการปฏิบัติตัวกักบริเวณในบ้านพัก ไม่มีความว้าเหว่หรือถูกทอดทิ้ง สามารถยืนคุยกับญาติหรือเพื่อนบ้านได้ตลอดเวลา และตนได้กักตัวเองมาถึงวันนี้ 9 วันแล้ว ขณะเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียงก็บอกว่า โรคโควิด 19 ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดกัน แค่ผู้มีความเสี่ยงปฏิบัติตัวเองตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

 

 

"เรามากักตัวอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปไหน แต่ไม่อึดอัด เพราะว่าเป็นบ้านของตัวเอง ซึ่งพ่อแม่ ญาติ ลูก ยอมย้ายไปอยู่ที่อื่นให้เราได้อยู่ที่บ้าน เพื่อให้เราได้อยู่อย่างสบาย และเพื่อความปลอดภัยด้วย คิดว่าทำแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ดี ส่วนเพื่อนบ้านและคนในหมู่บ้าน ก็มีมาถามข่าวบ้าง แต่ก็ไม่มีใครที่จะมาตั้งแง่รังเกียจ เพราะว่าเขาเข้าใจว่า เชื้อมันก็ไม่ได้ติดกันง่าย ส่วนตอนกลางวันกักตัวอยู่บ้าน ก็จะดูหนัง ฟังเพลง เล่นโทรศัพท์คุยกับเพื่อนไปก็ทำให้เราที่กักตัวอยู่คนเดียวไม่เหงา ไม่คิดมาก"

น.ส.รัตน์กล่าวต่อว่า หลังครบ 14 วันที่กักตัวเอง สิ่งแรกที่จะทำคือ จะไปกราบเท้าผู้บังเกิดเกล้าและครอบครัว ขอฝากไปถึงแรงงานที่กลับบ้านกักตัวเอง อย่าไปซีเรียสไม่ต้องคิดมาก ที่เขาให้ทำแบบนี้มันก็ดีแล้ว เป็นผลดีกับคนในครอบครัวของเรา กับคนที่เรารักด้วย เพราะตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าจะติดโรคนี้มาหรือไม่ รวมทั้งคนรอบข้างคนในหมู่บ้านได้สบายใจ แต่ก็มีบางที่คนเขาไม่พอใจโวยวายว่า ทำไมต้องมากักตัวด้วย ทำไมต้องเรื่องมาก ก็อยากให้เขาคิดถึงคนในครอบครัวให้มากด้วย ว่าทำอย่างนี้ก็ดีแล้ว เพื่อความปลอดภัยของทุกคน 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top