วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
วันที่ 12 เม.ย.64 ที่วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ช่วงวันหยุดยาว มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด เดินทางมาอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมบริจาคเงินสมทุบทุนสร้างโบสถ์และเช่าวัตถุมงคล โดยเฉพาะหัวนะโมและแหวนหัวนะโม วัดเขาพระทอง และรุ่นพระบรมธาตุมรดกโลกที่ประกอบพิธีพุทธา-เทวาภิเษกที่วัดเขาพระทอง รวมทั้งวัตถุมงคลอื่นๆ ของวัด อาทิ ไอ้ไข่ ผ้ายันต์ไอ้ไข่ วัดเขาพระทอง สุดยอดกุมารเทพแห่งดินแดนทักษิณ หลวงพ่อเกศแหลม พร้อมกราบไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่ พระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 800 ปี มีพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสและหัวหน้าคณะธุดงค์ธรรมยาตรา "กรุงเทพ มาหานคร" รวมระยะทาง 810.4 กม.คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตาม เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางขึ้นไปกราบนมัสการหลวงพ่อองค์ใหญ่และพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาส เตรียมสวดมนต์ไหว้พระ มีสองสามีภรรยานักธุรกิจไทยในกรุงเวียงจันทร์ อายุประมาณ 65 ปี ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ ก่อนเดินขึ้นไปบนอาคารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมาก รวมทั้งพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดเล็ก 8 องค์ ที่เคยโดนคนร้ายบุกโจรกรรม แต่ที่สุดแล้วคนร้ายต้องนำคืนวัดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่สองสามีภรรยานักธุรกิจใหญ่ เข้าในอาคาร เมื่อภรรยา เห็นพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดเล็กที่เคยถูกคนร้ายโจรกรรม แต่โดนอาถรรพ์เร้นลับจนต้องนำมาคืน สาวนักธุรกิจรีบเข้ากราบไหว้บูชาอย่างเสื่อมใสศรัทธา ก่อนที่อากัปกิริยาเปลี่ยนเป็นคนละคน เหมือนมีสิงเร้นลับเข้าสิงร่าง และเริ่มร้องห่มร้องให้พร้อมกล่าวเสียงดังว่า พระพุทธรูปดังกล่าวเป็นของบรรพบุรุษของตนเมื่อครั้งโบราณนำคณะขนพระพุทธรูปขนาดต่าง ๆ รวมทั้งทรัพย์สิน เงินทองจำนวนมากเดินทางจากประเทศจีน เพื่อร่วมก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช เมื่อกว่า 1,000 ปี ก่อน แต่เมื่อมาถึงบริเวณภูเขาแห่งนี้ ทราบว่าพระบรมธาตุเจดีย์สร้างเสร็จแล้ว จึงขนพระพุทธรูป และทรัพย์สินเงินทองขึ้นมาไว้ในถ้ำ และช่วยกันสร้างวัดเขาพระทอง
โดยหญิงสาวคนเดียวกันได้ลุกขึ้นยืนร่ายรำพร้อมเดินย่างสามขุนคล้ายขุนนางสมัยโบราณ พร้อมกล่าวระบุว่า ตนเป็นลูกหลานเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช สืบทอดตั้งแต่รุ่นปู่ของปู่ ดีใจมากที่มาพบพระพุทธรูปของต้นตระกูลที่วัดแห่งนี้ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยกันเก็บรักษาไว้ให้ดี รวมทั้งเอ็งด้วยพูดพร้อมหันไปชี้ที่สามี เพราะยังมีทรัพย์สมบัติในเขาพระทองของบรรพบุรุษอีกจำนวนมาก ต่อไปวัดแห่งนี้จะเจริญรุ่งเรือง โด่งดัง มีผู้คนโดยเฉพาะชาวพุทธจากทิศทั้ง 4 เดินทางมากราบไหว้พระพุทธรูปโบราณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก ไม่นานวัดแห่งนี้จะโด่งดังมีชื่อเสียงลือกระฉ่อนก้องโลกอย่างแน่นอน ก่อนที่สาวนักธุรกิจคนเดิมจะเดินไปก้มกราบพระมหาอารยนันต์ โดยสามีได้ตามไปก้มกราบพร้อมๆ กัน ทาง พระมหาอารยนันต์ จึงสวดเจริญพระพุทธมนต์พร้อมประพรหมน้ำพระพุทธมนต์ให้สองสามีภรรยา อากัปกริยาของหญิงสาวนักธุรกิจ จึงกลับมาเป็นปกติดังเดิม

ก่อนสอบถามหญิงสาวคนดังกล่าว เล่าว่า ตนและสามีเป็นชาวนครศรีธรรมราช แต่สามีตนเคยรับราชการตำรวจ ตำแหน่งล่าสุดเป็น ผกก.หลายโรงพักในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ขณะที่ตนเดินทางไปทำธุรกิจในกรุงเวียงจันทร์ ประเทศลาว หลังเกษียณอายุราชการสามีจึงตามไปอยู่ที่เสียงจันทร์ด้วย แต่ระยะหลังมีสิ่งเร้นลับบางอย่างคอยย้ำเตือนตนอยู่ตลอดเวลาว่าให้เดินทางมาที่วัดเขาพระทอง แม้ขณะหลับก็ฝันเห็นบรรพบุรุษมากมายที่เดินทางมาจากประเทศจีน เพื่อร่วมสร้างองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เมื่อพันปีก่อน กระทั้งช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ขับรถยนต์มาจังหวัดนครศรีธรรมราชมาวัดเขาพระทอง ยอมรับว่าตนรู้สึกมีความรัก ความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างมาก หลังจากนี้จะกลับมาช่วยเหลือสนับสนุนการสร้างโบสถ์ และพัฒนาวัดเขาพระทอง อย่างต่อเนื่อง
ด้านพระมหาอารยนันต์ ได้มอบพระพุทธรูป "หลวงพ่อเกศแหลม" หัวนะโม แหวนหัวนะโม รูปเหมือนและผ้ายันต์ไอ้ไข่ วัดเขาพระทอง ให้กับสองสามีภรรยา ไว้กราบไหว้บูชาเพี่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่สองสามีภรรยาจะเดินทางกลับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี