วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“ถ้าประเทศยังต้องเผชิญกับความยุ่งยาก และประชาชนในท้องถิ่นห่างไกลยังมีความทุกข์ยาก เราก็ไม่สามารถอยู่อย่างสุขสบายแต่ภายในเมืองหลวงได้”
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงมีรับสั่ง ภายหลังเสร็จสิ้นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศที่มีสายสัมพันธ์ยาวนาน ตามธรรมเนียมทางการทูตเป็นที่เรียบร้อย เมื่อต้นรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศทรงมี “ความรู้กว้างขวาง ครอบคลุมและลึกซึ้งเกี่ยวกับประเทศไทยทั้งประเทศ”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะพระบรมราชินีของไทยและฐานะ “คู่พระราชหฤทัย” แห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงติดตามเสด็จฯใกล้ชิด ทรงได้สัมผัสถึงความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ราษฎร ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระตำหนักที่สร้างในภาคต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของ “ศูนย์” ที่จะช่วยเหลือราษฎร ปัดเป่าทุกข์ ทั้งความเป็นอยู่ อาชีพ และการเจ็บไข้ได้ป่วย
ทรงเป็น “พระบรมราชินีนาถ” เป็น “แม่” ของแผ่นดิน ที่ไม่เพียงเอื้อเฟื้อต่อลูกหลานไทย
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุขและการอนามัยแม่และเด็ก มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการฯยืนยันหลักการทรงงานของพระองค์ว่า “พระองค์ท่านทรงละเอียดอ่อนและรอบคอบ ทรงนึกถึงจิตใจของคนเจ็บป่วย หากคนไหนต้องจากบ้านและครอบครัวมา จะทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ญาติหรือพี่น้องเดินทางมาด้วย เพื่อเป็นกำลังใจไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกว้าเหว่...”
พระราชดำรัสที่พระราชทานต่อผู้ปฏิบัติงานใน “หน่วยแพทย์พระราชทาน” “เรารัก เป็นห่วงและปฏิบัติต่อญาติพี่น้องของเรายามป่วยไข้อย่างไร ก็ขอให้รักและเป็นห่วงคนไข้เหล่านี้เช่นกัน”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงเป็น“แม่สากล” ด้วยทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย พระองค์ท่านได้ทรงแสดงทั้งพระราชหฤทัยต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่เลือกชาติพันธุ์ วรรณะหรือศาสนาใดๆ
ศูนย์พักพิงที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภากาชาดไทยจัดตั้งเพื่อให้ความช่วยเหลือ“ผู้ลี้ภัย” (ในสงครามกัมพูชา พ.ศ.2522) นอกจากเสด็จฯไปทรงเยี่ยม และพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์ ยังพระราชทานความช่วยเหลือระยะยาว เช่น ส่งครูไปสอนหนังสือ ฝึกอาชีพ ฯลฯ
ทรงแสดงพระราชปณิธาน
“ฉันตัดสินที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้ เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะมี”
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าพระราชทาน “เหตุการณ์” ครั้งนั้นว่า
“สมเด็จแม่ทรงคิดเรื่องสุขภาพอนามัยกับเรื่องการศึกษาของเด็กเขมรเป็นข้อสำคัญ เขากลับประเทศไม่ได้ ต้องเลี้ยงดูอยู่ก่อน ขณะนี้ต้องให้การศึกษาที่ว่าต่อไปจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ จะไปอยู่ประเทศไหนก็ต้องมีความรู้ ไปอยู่ต่างประเทศก็ต้องประกอบอาชีพได้กลับเขมรก็ต้องสร้างชาติได้”
หลายครอบครัวที่ได้ไปต่ออยู่ประเทศที่สาม (สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ฯลฯ) ต่อมาได้สร้างฐานะร่ำรวย ไม่ว่าจะเป็น เขมร ลาว ญวนอพยพ ทุกคนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย Queen of Thailand ราชินีผู้พระราชทาน “ชีวิตใหม่” ให้กับพวกเขา
ทุกคนไม่ลืม “ศูนย์พักพิง” ในประเทศไทยแต่หลายคนไม่รู้ว่า การช่วยเหลือ “ผู้ลี้ภัย” เข้าประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ขั้นตอนมากมาย สำเร็จได้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และความขยันขันแข็ง กล้าหาญของข้าราชบริพารในราชสำนักแห่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ
เหตุการณ์โศกนาฏกรรม “สึนามิ” ทางภาคใต้เมื่อหลายปีก่อน น้อยคนจะทราบว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีรับสั่งกับ “ท่านผู้หญิง” ในราชสำนักของพระองค์ให้นำ “เด็กกำพร้า” ไร้พ่อแม่ไปเลี้ยงเหมือน “ลูก” ครอบครัวละ 1 คน
“ท่านผู้หญิง” สูงวัยต้องเป็นธุระเลี้ยงดู “เด็กอ่อน” จนบัดนี้เติบโตเป็น “หนุ่มสาว” ที่มีอนาคต
น้ำพระราชหฤทัยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเคยรับสั่งว่า “ฉันรักที่จะเป็นแม่มากที่สุด” แผ่ไพศาล
และ “แม่แห่งแผ่นดิน” พระองค์นี้ทรงตั้งความหวังไว้ว่า
“...เยาวชนในปัจจุบันคือ ผู้ที่จะทำให้การพัฒนาประเทศเจริญเป็นผลสำเร็จ ข้าพเจ้าเป็นแม่ผู้หนึ่งที่ต้องการเห็นเด็กทุกคนเจริญเติบโต และได้รับการดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่ยังเล็กๆ
เมื่อโตขึ้นจะได้สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศบ้านเมือง และโลกเป็นส่วนรวม”
ทรงพระเจริญ
(ที่มาส่วนหนึ่ง “ด้วยพลังแห่งรักและเมตตา” สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี)
กฤษณ์ ศิรประภาศิริ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี