วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
งานที่เราทำกันทางโลกนี้ งานหาเงินหาทอง หาทรัพย์สมบัติ หาสิ่งนั้นสิ่งนี้ หาคนนั้นคนนี้ หามาได้มากได้น้อยเพียงไร พอตายไปก็เอาไปไม่ได้ ไม่มีใครเอาไปได้เลย แต่งานทางจิตใจ งานจิตตภาวนานี้เอาไปได้ ทำได้มากน้อยเท่าไหร่เอาไปได้หมด นี่แหละความสำคัญ จึงไม่มีงานอะไรที่จะสำคัญกว่างานจิตตภาวนา เพราะผลประโยชน์ที่จะได้รับจากงานจิตตภาวนานี้ มันให้ความสุขแก่จิตใจ มันช่วยกำจัดความทุกข์ยากลำบากของจิตใจให้หมดไปได้
แต่งานทางโลกนี้ ต่อให้ทำได้มากน้อยเพียงไรก็ตาม ก็อาจจะกำจัดความทุกข์ยากลำบากทางใจได้เป็นพักๆ ให้ความสุขทางใจก็ได้เป็นพักๆ ชั่วขณะที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น พอตายไปความสุขที่ได้จากสิ่งต่างๆ ก็จะหมดไป และแทนที่จะไปแบบสบาย กลับจะไปแบบวุ่นวายใจ เพราะจะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่หามาได้แทบเป็นแทบตายไปอย่างน่าเสียดาย ยิ่งหามามากเท่าไหร่ก็ต้องเสียมากเท่านั้น มีมากก็เสียมาก มีน้อยก็เสียน้อย คนที่มีน้อยเวลาตายจึงเสียน้อยกว่าคนที่มีเงินมาก
คนรวยนี้เสียค่าตายมากกว่าคนจน คนมีเงิน ๑๐๐ ล้านก็ต้องเสียค่าตาย ๑๐๐ ล้าน คนจนมี ๑๐๐ บาท ก็เสียค่าตายแค่ ๑๐๐ บาท ค่าทำศพ เขาเรียกว่าเป็นค่าทำศพก็ได้ เวลาตายนี่เขาริบหมดเลย ใช่ไหม เอาไปเป็นค่าทำศพหมด มีเท่าไหร่ แสนล้านเก็บหมด ตายไปเอาไปทำศพหมด ค่าทำศพหรือค่าตาย ค่าออกจากโลกนี้ เวลามาอยู่ในโลกนี้ มีค่าบริการที่ต้องจ่ายเวลาตาย คุณหาเงินมาได้เท่าไหร่ มากน้อยเพียงไร เวลาตายนี่เขาริบไปหมดเลย เขาไม่ให้เอาติดตัวไปแม้แต่บาทเดียว
ดังนั้น คนจนคนขอทานนี้ ตายแบบสบาย เสียค่าตายน้อยกว่าคนรวย คนรวยนี้เสียค่าตายมากกว่าคนจน คนจนได้เปรียบตอนนี้ ตอนตาย เวลาตายนี้ไม่เสียค่าตาย อย่างพระตายนี่เห็นไหม เสียแค่อัฐบริขารเท่านั้นเอง สมบัติของพระมีแค่ ๘ ชิ้น เสียบาตรไปใบหนึ่ง เสียจีวรไป ๓ ผืน เสียเข็มขัดรัดเอวไปหนึ่งเส้น เสียเข็มกับด้ายไปหนึ่งชุด เสียใบมีดโกน มีดโกนไปอันหนึ่ง แล้วก็เสียที่กรองน้ำไปหนึ่งอัน นี่คือสมบัติของนักบวช ของคนจน เสียค่าตาย เสียแค่ ๘ ชิ้น แต่สิ่งที่นักบวชเอาไปได้นี้ เป็นสมบัติ ถ้าเปรียบเทียบด้วยเงินทองนี้เป็นแสนล้าน เป็นหมื่นล้านเป็นแสนล้าน เพราะสิ่งที่ได้จากจิตตภาวนานี้มันให้ความสุขในระดับนั้น ให้ความสุขในระดับหมื่นล้านแสนล้าน
เวลาจิตใจสงบนี้ พระพุทธเจ้าก็ทรงบอกแล้วว่า “ไม่มีสุขอันใดที่จะเหนือกว่าความสุขที่เกิดจากความสงบ” งานภาวนาจึงสำคัญอย่างนี้ อยากจะได้ความสุขระดับแสนล้าน ต้องมาภาวนา ถ้ามีเงินแสนล้าน จะไม่ได้ความสุขในระดับแสนล้าน เพราะเงินแสนล้านนี้ไม่ได้ให้ความสุขอย่างเดียว ให้ความทุกข์มาด้วย ให้ความกังวล ให้ความห่วงใย ให้ความหวาดกลัวมาด้วย เวลาที่มีอะไรมากระทบกับเงินแสนล้านนี้ ใจหวั่นไหวขึ้นมาทันที ภาษีขึ้นหรือเปล่า หรือว่าดอกเบี้ยตกหรือเปล่า ตลาดหุ้นตกหรือเปล่า ราคาที่ดินตกหรือเปล่า อะไรต่างๆ เหล่านี้
ทรัพย์ที่มีอยู่ข้างนอกนี้มันไม่ได้ให้ความสุขมาก แล้วยังแถมมาให้ความทุกข์ด้วย แต่ทรัพย์ภายในนี้ คือความสุขภายในใจนี้ ที่ได้จากการบำเพ็ญจิตตภาวนานี้ จะไม่มีความทุกข์ความกังวลใจเข้ามาเกี่ยวข้องเลย เพราะมั่นคง ถ้าเป็นเงินฝากธนาคาร ก็รัฐบาลรับรองรับประกัน ธนาคารล้มก็รัฐบาลจ่ายให้ เดี๋ยวน้ำไม่มีแล้วนะ ธนาคารต่างๆ ถ้าล้มก็หมดนะ มีเงินฝากไว้เท่าไหร่ ธนาคารเจ้งก็เจ้งไปกับธนาคาร รัฐบาลไม่รับประกันเหมือนสมัยก่อน แต่ความสุขที่เราได้จากการภาวนานี้ มันมั่นคง ไม่มีวันสูญสลาย ไม่มีใครริบไปได้ยึดไปได้ขโมยไปได้ ไม่มีวันล้มละลาย ความสุขที่ได้จากจิตตภาวนา เมื่อรู้จักภาวนา เมื่อรู้จักวิธีทำใจให้สงบได้ ก็สามารถทำให้มันสงบได้ไปตลอด
.jpg)
นี่แหละคือความวิเศษ ความสำคัญของงานจิตตภาวนา ที่พวกเราอาจจะไม่รู้กัน เพราะไม่มีใครมาโฆษณากัน มีแต่โฆษณาคอนโดกัน โฆษณารถเบนซ์กัน โฆษณารถเฟอรารี่ ลัมโบร์กินี ปอร์เช่ โฆษณากระเป๋าเวอซาเช่ ดูค่าของนี่ โอ้โฮ ดูราคามัน ใบละกี่หมื่นกี่แสนรู้หมด นาฬิกานี่รู้หมด นาฬิกายี่ห้อนี้ราคาเท่าไหร่ เพชรร้านนี้ขายราคาเท่าไหร่ สร้อยกำไลแหวน อะไร ราคาพวกนี้มันมีคนโฆษณาให้ พวกคนที่เขาซื้อมาไปโฆษณาให้ ฉันมีแหวนอย่างนี้ ฉันมีสร้อยอย่างนี้ ฉันมีรถอย่างนี้ มีคอนโดอย่างนี้ มีบ้านอย่างนี้ มีคนคอยโฆษณาของพวกนี้ให้ พวกเราได้ยินก็เลยน้ำลายไหลกัน
แต่ไม่มีใครโฆษณาเรื่องคุณค่าของจิตตภาวนาว่า มันวิเศษวิโสขนาดไหน ว่ามันดีมันเลิศกว่าสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ เพราะคนที่ได้สัมผัสกับความสุขที่มันเกิดจากความสงบนี้มันมีน้อย และบางทีก็ไม่เก่งทางด้านการตลาด โฆษณาไม่ค่อยเป็น คนก็เลยไม่ค่อยเห็นคุณค่า ไม่เห็นความสำคัญของการบำเพ็ญจิตตภาวนากัน ไม่รู้ว่านี่แหละคือความสุขที่เหนือกว่าความสุขทั้งปวง ไม่รู้ว่านี่แหละคือ “นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง” สุขอื่นที่เหนือกว่าความสงบไม่มี ต่อให้คุณได้กระเป๋าเวอซาเช่มาร้อยใบพันใบ ได้รถปอร์เช่มาร้อยคันพันคัน ความสุขที่ได้จากของเหล่านี้ก็สู้ความสุขที่ได้จาก “นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง” ไม่ได้ เพราะความสุขอันนี้มันเหนือกว่าความสุขทั้งปวง
ต่อให้คุณได้อะไรมากน้อยเพียงไร ได้เงินมาหมื่นล้านแสนล้าน ได้คอนโดมากี่คอนโด ได้ตึกมากี่ตึก เป็นเจ้าของตึกกี่ตึก มีที่กี่ร้อยไร่กี่พันไร่ มีสนามกอล์ฟกี่สนาม มีเครื่องบินกี่เครื่องกี่ลำ ของพวกนี้เมื่อมารวมกันแล้วนี้ สู้ความสุขที่ได้จากความสงบไม่ได้ “นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง” อันนี้แหละ ขอให้พวกเราจำไว้แล้วพยายามพิจารณากัน อย่าให้ความหลงความโง่มันมาคอยหลอกเราให้ไปหาความสุขที่เป็นความสุขชั่วคราว แล้วก็เป็นความสุขที่จะมีความทุกข์มาให้ เวลาที่ต้องสูญเสีย เวลาที่ต้องพลัดพรากจากสิ่งต่างๆ ที่ให้ความสุขกับเราไป นี่แหละเปรียบเทียบกันดู
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ - 003
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี