'ปู จิตกร'คอลัมนิสต์ชื่อดัง วางเรียง'17เหตุผล'สนับสนุนให้'มหาไพรวัลย์'ลาสิกขา

'ปู จิตกร'คอลัมนิสต์ชื่อดัง วางเรียง'17เหตุผล'สนับสนุนให้'มหาไพรวัลย์'ลาสิกขา

วันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.51 น.

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ปู จิตกร บุษบา คอลัมนิสต์ นสพ.แนวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า โดยส่วนตัว ผมสนับสนุนให้ท่านมหาไพรวัลย์ลาสิกขาหรือสึก

1) มิได้จงเกลียดอะไรท่าน แต่เห็นว่าท่านกระสับกระส่ายในผ้าเหลืองมากขึ้นทุกทีๆ และท่านก็มีพฤติกรรมในผ้าเหลืองที่โลกติเตียน แล้วท่านรู้สึกขัดแย้ง ทุ่มเถียง เอาชนะกันไปมา


2.) จริตของท่านเหมาะงามแก่ความเป็นฆราวาส ท่านรักเสรีภาพในการคิด พูด ทำ ขาย ไลฟ์ แซะ ดีดดิ้น มีจริตในภาษา มีลีลาในความเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เป็นแม่ค้า/โค้ชชิ่ง มากกว่าเป็น "ธรรมาจารย์"

3) ท่านถูกโลกติเตียนว่าอาศัยผ้าเหลือง หาลาภ ยศ สรรเสริญ ขณะที่ท่านมองว่า ท่านใช้ผ้าเหลืองแทรกซึมเข้าไปจรรโลงโลกสมัยใหม่ ด้วยท่าทีอย่างใหม่ ซึ่งสิ่งที่ท่านว่านั้น ท่านยังคงทำได้ และทำได้คล่องตัว/สุดติ่ง ยิ่งกว่าเก่า เมื่อละสมณเพศ มาเป็นฆราวาส

4) ท่านจะได้หัวเราะให้สุดเสียง มีส่วนร่วมกับสังคมและการเมืองได้โดยไม่ถูกคนจำนวนหนึ่งไถ่ถามถึงความเหมาะงามตามสถานภาพ

5) คนคนหนึ่ง ควรมีความสุข ได้แสดงความสามารถที่มี ในบทบาทและสถานภาพที่ส่งเสริม มากกว่าเป็นอุปสรรคหรือ 'กรอบจำกัด' อย่าขังท่านไว้ในผ้าเหลือง เพียงเพราะหมายจะเอาชนะกันเลย ให้ท่านเลือกสถานภาพของท่าน อย่าเอาท่านมาเป็น 'เครื่องเล่นทางการเมือง' ของคู่ขัดแย้งเลย

6) ดังนั้น ถ้าท่านจะสึกก็สึกเถอะครับ ให้ใจได้อยู่ในร่าง ในเพศ (คฤหัสถ์/บรรพชิต) ที่สอดรับกัน ไม่ขัดแย้งกันในใจ และนัยน์ตาของศาสนิกชน ออกมาเป็นปัจเจกชนให้สมกับจริตของเรา

7 ) ความเป็นมหา ไม่ได้หายไปกับผ้าเหลือง ดูอย่างอาจารย์วศิน อินทสระ, อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก, อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ เป็นตัวอย่างก็ได้ ท่านสอนธรรม แสดงธรรม นำทาง นำความรู้ นำความไตร่ตรอง ความเข้าใจในธรรมมาสู่คนได้ อยู่ที่ว่า เรามีแค่ 'วุฒิการศึกษา' หรือเรามี 'ภูมิธรรม' ที่แท้จริง

8) การเอาผ้าเหลืองมาต่อรอง เดิมพัน ที่ท่านเรียกว่า 'อาจาริยบูชา' ว่าหากรักษาการเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง มิได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ท่านจะสึกนั้น ขออนุโมทนาในจิตกตัญญูของท่าน แต่ในฐานะพุทธบริษัท เห็นว่ามีรักษาการเจ้าอาวาสมากมายที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส มีบ้างเป็นรักษาการเจ้าอาวาสอยู่นานหลายปี โดยไม่มีการแต่งตั้งเจ้าอาวาส ใน 'สภาพ' ที่ท่านทำ โลกติเตียนว่าเป็นการ 'ต่อรองเอาตำแหน่ง' ซึ่งดูจะไม่เข้ากันกับความเป็นสงฆ์ ที่ควรคลายความติดยึด มีหน้าที่ใดที่ได้รับมอบหมายก็ทำไป เมื่อเขาเลิกมอบหมาย หรือเขาไม่มอบหมายก็วางมันไว้ในที่ของมัน อย่าเอามาแบก มาตีตนให้หม่นหมองใจเลย

9) ท่านมีจริตแห่งการ 'ทึกทัก' และ 'เอาอนาคตมากังวล' ผิดไปจากคำสอนในพระศาสนา อาจเป็นด้วย 'วุฒิภาวะ' และ 'นิสัยส่วนตัว' ที่ธรรมยังไม่สามารถประคองให้ไหว ธรรมยังแพ้อัตตาของท่านอยู่ก็เป็นได้ ท่านจึง 'ปรุงแต่งอารมณ์' ไปสารพัด

10) ท่านคงคิดเอาว่า เพราะ พส. ทั้งสองนี้แน่ๆ ที่ทำให้รักษาการเจ้าอาวาสจะไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส ตามที่ท่าน 'ระแคะระคาย' มา แล้วเอามาปรุงเพิ่ม ทั้งๆ ที่ความจริงยังมิทันปรากฏ ผลยังไม่มี ก็ไปปรุงแต่งเหตุตามความระแวงกังวลของตนเข้าแล้ว เหมือน พส. อีกรูปที่เคยร้องไห้ เพราะปรุงแต่งใจไปตามความระแคะระคายว่าจะถูกจับสึก

11) พอท่าน 'แต่งอารมณ์' ของท่านมากเข้า กิริยาและการแสดงออกของท่านก็ 'ไปใหญ่' ท่านรองพื้นว่า มีการเมืองเข้าแทรกในวงการสงฆ์ สอง พส. โดนเขม่น รักษาการเจ้าอาวาสเลยไม่ได้ขึ้น ดังนั้น ถ้าไม่ได้ขึ้นจริงๆ ท่านจะสึก จากนั้นท่านก็ลงแป้งต่อว่า อย่าห่วงนะ สึกแล้วชีวิตมันก็มีทางไปต่อ แล้วท่านก็ลงอายชาโดว์ว่า อาตมาก็ไม่ได้บวชมาตั้งแต่เกิดหรอกนะ แล้วท่านก็ปัดและดัดขนตา ว่าวันก่อนบวช โยมแม่เรียกไปให้นอนกับแม่ บอกว่านี่จะเป็นกอดครั้งสุดท้าย เพราะเมื่อบวชแล้ว แม่จะกอดลูกไม่ได้อีก จากนั้นความสะเทือนใจของท่าน ก็ขับดันก้อนสะอื้นและน้ำตาให้ไหลซึม ปรากฏแก่ชาวโลก --ท่านเป็นปุถุชนคนหนึ่งในเวลานั้น และสร้างความสะเทือนใจแก่ปุถุชนหน้าจออย่างทั่วถ้วน

12) ทุกข์ของท่าน-ดับธรรม, ท่านไม่ได้ใช้ธรรม-ดับทุกข์

13 ) สุดท้ายสื่อจึงแห่ไปสัมภาษณ์ท่าน และท่านก็ปัดแก้มปิดท้าย ด้วยการแสดงตนปกป้องครูบาอาจารย์ คือ ท่านรักษาการเจ้าอาวาส ที่สงบในตน มิได้ออกมาเรียกร้องต่อรองใดๆ ด้วยเลย ในนามของการ "เรียกร้องความเป็นธรรม" จบลงอย่างสวยเด้ง

14) ผมไม่ได้รังเกียจที่ท่านจะอยู่ในผ้าเหลืองต่อไป เพียงแต่อยากเห็นท่านสุขุมในผ้าเหลืองนั้น มีสติอยู่เหนืออารมณ์ มีสมณสารูปเป็นมารยาท และให้ธรรมมากกว่าให้เสียงหัวเราะ มุกตลก และถ้อยคำคะนองจริต อาทิ จึ้ง ต๊าซ ซึ่งเป็นเรื่องครื้นเครงของเด็กสาวเด็กหนุ่มในทางโลก ให้ได้และใช้ได้ หากใช้เพื่อจูงคนในวิสัยคะนองรสเหล่านั้นสู่การ "พบธรรม" ไม่ใช่ "พบฉัน" และชมชอบในฉัน มิใช่ในธรรม

15) จะสึกหรือไม่สึก ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ อยู่อย่างไรให้เหมาะงามตามสถานภาพต่างหาก ที่สำคัญกว่า

16) ในวงการสงฆ์ มีพระแย่ๆ กว่าท่านอีกกลาดเกลื่อน แต่เราไม่ได้จัดประกวดพระแย่ เราใฝ่หาพระงาม

17) ต่อให้มีพระที่ไม่ศึกษาหาความรู้ เจ้าอารมณ์ ถ่มน้ำมนต์พ่นน้ำหมาก ขายวัตถุมงคล ดูดวง แก้ฮวงจุ้ย บ้าบอไปสารพัด อีกนับล้าน ก็ไม่ได้ทำให้ท่านควรจะย่อหย่อนไปจากความเป็น 'พระงาม' ได้

สุดท้าย ท่านจะตัดสินใจอย่างไรก็เรื่องของท่าน ชีวิตท่านเป็นเรื่องของท่าน แต่สถานภาพทางสังคม เป็นเรื่องที่สังคมมีช่องเข้าไปแส่เสือก หรือ "สาระแน" ดังคำที่สอง พส. เคยใช้ได้ครับ

สุดท้ายกว่า -- ขอร่วมส่งจิตอธิษฐานให้โยมแม่ของท่าน แคล้วคลาดปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ เป็นบุญหนุนส่งให้บุตรชายคนเดียวของท่าน สุขในร่มกาสาวพัตร์ เป็นที่ชุบชูใจของโยมมารดาสืบไป

อนึ่ง ผมเองก็รังเกียจคนที่ด่าทอท่านอย่างสาดเสียเทเสีย ไม่สำแดงเหตุผลด้วยเช่นกัน ทำหน้าที่ของพุทธบริษัท "ติเตือน" (ก่อนติเตียน) แต่พองามกันเถอะนะ

ขอบคุณข้อมูลเฟชบุ๊ก ปู จิตกร บุษบา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top