สกู๊ปพิเศษ : ปลุกพลังเยาวชนไทย  ป้องกันปัจจัยเสี่ยง‘เหล้า บุหรี่’ในสถานศึกษา

สกู๊ปพิเศษ : ปลุกพลังเยาวชนไทย ป้องกันปัจจัยเสี่ยง‘เหล้า บุหรี่’ในสถานศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัญหาสิ่งเสพติดกับวัยรุ่นเป็นปัญหาใหญ่ที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในสังคมไทย และเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในสถานศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีความพยายามแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด

เมื่อไม่นานมานี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ได้มีการจัดแถลงข่าวโครงการพัฒนาเครือข่ายและหนุนเสริมศักยภาพครูแกนนำ นักศึกษาอาชีวป้องกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) ในสถานศึกษา ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น


งานนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยถึงข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นในหลายด้าน เพื่อเป็นข้อมูลที่จะใช้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติดในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม รวมทั้งกลุ่มพลังอาชีวะ เท่าทัน ป้องกัน ปัจจัยเสี่ยง โดยนักศึกษาจากหลายสถาบัน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย วิทยาลัยเทคนิคพังงา
และวิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว

โดยน้องๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้เล่าถึงการทำงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด และสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวไว้ดังนี้

ธณภัทร เกศกัณฑ์ นักศึกษาจากวิทยาลัยพณิชยการบางนา กล่าวถึงการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถาบันที่ตนศึกษาอยู่ว่า ตั้งใจที่จะช่วยให้นักศึกษาพณิชยการบางนา ลด ละ เลิก บุหรี่ โดยการเปิดเฟซบุ๊คขึ้นมาให้มีการประกวดคลิป ต่างๆ นานา ส่งเสริมให้ทุกคนที่สูบบุหรี่ได้เข้ามารับชมเพื่อให้ทราบถึงพิษภัยของบุหรี่และจูงใจให้เลิกสูบบุหรี่ โดยมีรางวัลให้กับคนที่ทำคลิปได้ดีที่สุด รวมทั้งมีรางวัลมอบให้กับคนที่เข้ามาชมคลิปด้วย และตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ จะจัดให้มีการเดินขบวนรณรงค์งดเหล้า บุหรี่

ธนภัทรยอมรับว่า มีปัญหาในเรื่องของนักศึกษาบางคนที่สูบบุหรี่แล้วไม่กล้าเปิดเผยตัวตน ซึ่งเราก็ใช้ระบบตัวแทนเครือข่ายในการตามหาคนในกลุ่มนี้ โดยมุ่งเน้นในระดับ ปวช.2 มาเป็นตัวแทน ช่วยกันหาข้อมูลว่ามีใครสูบบุหรี่ตรงไหน แล้วก็ลงพื้นที่ไปสอบถามเพื่อหาทางช่วยกันแก้ไขปัญหา เท่าที่ทำมาก็เห็นว่าได้ผลดี น่าจะเข้าถึงรุ่นน้องได้ง่ายขึ้น ปัญหาแบบนี้ มองว่า การใช้เด็กด้วยกัน มีวัยเท่าๆ กัน จะมีจุดแข็งที่ดีกว่า เพราะบางครั้งนักศึกษาอาจไม่ค่อยเชื่อฟังครูบาอาจารย์เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นรุ่นเดียวกัน มาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ หรือว่าพูดคุยกันก็น่าจะชักโยงให้เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ได้

พงษ์ศักดิ์ ถวิลวิวัฒน์ อีกหนึ่งนักศึกษาจากวิทยาลัยพณิชยการบางนา กล่าวเสริมว่า การพูดคุยดังกล่าวไม่ได้เป็นการสั่งสอนแต่เป็นการพูดเชิงแนะนำ ก็อาจจะฟังง่ายกว่า มานั่งฟังผู้ใหญ่พูดให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะว่าเป็นรุ่นเดียวกันด้วย ก็เลยน่าจะเข้าได้กันได้ง่ายกว่า และเด็กจะมีความคลุกคลีกับเพื่อนๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ไปไหนมาไหนด้วยกัน ก็น่าจะมีความใกล้ชิด สนิทสนมกันมากกว่า ฉะนั้นตรงนี้ก็น่าจะเป็นการเข้าถึงจิตใจของคนในรุ่นเดียวกันได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ มีความมุ่งหวังให้นักศึกษาทั้งสถาบันเลิกบุหรี่ได้จริง แต่ไม่ได้เป็นการหักดิบ เป็นการลด ละ เลิก จนหายไปในที่สุด

สองเยาวชนจากวิทยาลัยพณิชยการบางนา กล่าวตรงกันว่า ถ้าหลายๆ สถาบันการศึกษาตั้งใจทำพร้อมกัน ผลักดันโครงการผ่านสื่อออนไลน์จะทำให้เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่าย เพราะวัยรุ่นใช้สื่อออนไลน์เยอะมาก ทั้งนี้ กลุ่มที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นพี่ ซึ่งแม้ว่าทางสถาบันการศึกษาจะสั่งห้ามเขาก็ไม่ฟังอยู่แล้ว มันเป็นกฎการบังคับ ยังไงก็ต้องแอบสูบในห้องน้ำอยู่ดี ฉะนั้น เราจึงจับเครือข่ายกลุ่มนักศึกษาที่เข้าถึงกัน มาช่วยกันจับตามองว่ามีรุ่นพี่คนไหนบ้างที่สูบบุหรี่ แล้วไปบอกอาจารย์ ให้เรียกมาตักเตือน เพื่อให้ห่างไกลจากสูบบุหรี่และเห็นว่า รุ่นพี่เป็นคนที่ทำให้รุ่นน้องอยากทำตาม ถ้าเปลี่ยนที่รุ่นพี่ได้ก็จะเป็นการช่วยรุ่นน้องได้ด้วย

สุดท้าย อยากฝากว่า บุหรี่มีแต่ข้อเสีย ไม่ได้มีข้อดีอะไรเลยการสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นพิษกับตัวเราเองแล้ว ก็ยังเป็นพิษกับคนรอบข้าง จึงอยากให้เอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย

นาถวัฒน์ ลิ้มสกุล นักศึกษาในโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์พังงา วิทยาลัยเทคนิคพังงา กล่าวถึงโครงการ“เล่าเหล้าเรียน” ที่ตนได้เข้าร่วมว่า เกิดจากการที่เห็นว่า ปัจจุบันเยาวชนส่วนใหญ่เสพติดสื่อโซเชียลมีเดีย เราเลยอยากใช้ช่องทางนี้เป็นเครื่องมือในการทำโครงการเพื่อที่จะไม่ต้องลงทุนเยอะ และสะดวกสบายใช้งานง่าย โดยเน้นการสร้างสื่อเกี่ยวกับการเลิกเหล้า โทษของเหล้า เนื่องจากมีหลากหลายคนที่พยายามจะเลิกเหล้าแต่ก็คว้าน้ำเหลวในหลายๆ ครั้งเนื่องจากการปฏิบัติที่ผิดขั้นตอน หรือไม่ถูกวิธีเท่าที่ควร โดยสื่อที่จะทำจะเน้นรูปแบบใหม่ๆ ไม่น่าเบื่อ จะมีการสำรวจก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายนิยมใช้แพลตฟอร์มใดมากที่สุด

และอีกหนึ่งช่องทางที่เราจะทำก็คือการทำสื่อลงในติ๊กต็อก เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันครับ สาเหตุที่ตั้งชื่อของ โครงการว่า เล่าเหล้าเรียน เพราะเราจะมีการใช้กรณีตัวอย่างของคนที่เลิกเหล้าได้แล้วมาแชร์กัน เพื่อเป็นบทเรียนให้แก่ผู้อื่น

สำหรับเหตุผลที่เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะเห็นคนรอบข้างหลายๆ คนที่เจอกับความล้มเหลวในชีวิตหรือมีเรื่องเหล้าเข้ามาทำลายชีวิต จึงไม่อยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องเจอกับปัญหาดังกล่าว และไม่อยากให้คนจำภาพของเด็กอาชีวะว่าเป็นพวกขี้เหล้าเมายา เท่านั้น จุดมุ่งหมายคือ ทำให้คนที่ต้องการเลิกเหล้า หรือพยายามเลิกเหล้า รู้สึกไม่โดดเดี่ยว มีคนคอยแนะนำตลอดการเดินทางของพวกเขา และสุดท้ายหวังว่าคนรุ่นใหม่จะตระหนักได้ถึงโทษของเหล้า และลด ละ เลิกมันได้

นาถวัฒน์ ยอมรับว่า แอบกังวลว่า เราจะทำตามเป้าหมายได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านๆ มาก็เคยเห็นโครงการแนวๆ นี้เยอะ แต่ก็เป็นเหมือนกับแค่การรณรงค์พอจบกิจกรรมปัญหาก็กลับมาอีก เราเลยตั้งเป้าหมายกันว่าเราจะไม่ทำให้เป็นเพียงแค่การรณรงค์แบบเก่าๆ

สำหรับจุดแข็งของโครงการนี้ เมื่อได้ทำงานกับกลุ่มเพื่อนๆ เยาวชนด้วยกัน เราจะค่อนข้างที่จะเข้าใจปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย รู้สึกที่เขาชอบ หรือไม่ชอบให้ทำ รู้ว่าเขาชอบให้พูดหรือไม่ชอบให้พูดแบบไหน ดังนั้น การทำงานค่อนข้างที่จะดำเนินการไปได้ตามแผน

“อยากฝากถึงสังคม เราไม่อยากให้สังคมตีตราว่าเด็กอาชีวะเป็นกลุ่มขี้เหล้าเมายา หรือ เป็นกลุ่มเด็กเกเร เพราะเอาจริงๆ ปัญหานี้มีทุกที่และกับคนทุกกลุ่ม เราอยากให้สังคมให้กำลังใจ ไม่ซ้ำเติม และอยากให้มองนักเรียนกลุ่มนี้ในด้านอื่นๆ อย่างน้อยขณะที่คุณกำลังมองเด็กอาชีวะในแง่ลบ แต่ขณะเดียวกันยังมีนักเรียนอาชีวะอีกกลุ่มหนึ่งนี่แหละที่กำลังช่วยกันคิดค้นหาวิธีที่จะพัฒนา แก้ไขปัญหาสังคม ในหลายๆ ด้านเพื่อคุณภาพชีวิต คุณภาพสังคมที่ดีขึ้นเช่นเดียวกับพวกเรากำลังทำ ดังนั้นเป็นกำลังใจให้กันซึ่งกันเถอะครับ” นาถวัฒน์ กล่าว

อรัตธิดา ฤาชา นักศึกษาจากวิทยาลัยสมุทรสงคราม กล่าวว่า วิทยาลัยสมุทรสงคราม มีโครงการลดละเลิกการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เล่นการพนัน ที่เชื่อมโยงกับ สสส. หลายโครงการมาก ไม่ว่าจะเป็น“ศูนย์เพื่อนใจ” ที่เอาเพื่อนๆ ที่สูบบุหรี่มาเข้าโครงการเพื่อเลิกบุหรี่ หรือกิจกรรม “ล้อมรั้ว ล้อมรัก” ที่ทุกคนจะช่วยดึงเพื่อนๆ ให้ออกห่างจากสิ่งเสพติด การพนัน วิทยาลัยของเราเป็นกลุ่มช่างที่จะมีปัญหาเรื่องบุหรี่และการพนันมากกว่าเด็กพาณิชย์ เราก็ช่วยกันคัดกรอง ว่าใครเป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเขาก็เปิดใจไม่ยาก แต่เขาจะไม่กล้าไปคุยกับผู้ใหญ่ จะกล้าคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รุ่นราวคราวเดียวกันที่สนิทกันมากกว่า และจากนั้นก็จะเห็นว่าไม่ต้องสูบแล้วก็ได้ หันมาทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน เช่นการเล่นกีฬา

สำหรับปัญหาที่เจอ ก็คือกลุ่มเสี่ยงมากๆ ติดยาเสพติดไปแล้ว ระแวงว่าเด็กอื่นเป็นสายสืบ ไม่เปิดใจให้เรา เราจึงอยากได้การสนับสนุนจากทางโรงพยาบาลมาช่วยคัดกรองเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะมีฝ่ายจิตเวช ที่จะมีการพูดคุยให้แนะนำที่ดีกับเด็ก และอยากให้ทุกคนสนับสนุนโครงการนี้มากๆ เพราะถ้าสังคมเรามีแต่ยาเสพติดมันจะทำให้เด็กหดหู่ และรู้สึกว่า ถ้าเครียดก็จะหันเข้าหายาเสพติด แต่ถ้าเครียดแล้วมีอะไรทำที่มากกว่าเหล้า ก็จะทำให้ดึงความสนใจให้เด็กได้มากกว่า และฝากถึง สสส. ว่า อยากให้ผลักดันโครงการต่อไปเรื่อยๆ ไม่ให้มีเหล้า บุหรี่ แล้วเด็กๆ จะได้ไม่ต้องไปยุ่ง หรือเห็นสภาพแบบนั้นอีก

ภัทรวีร์ ประจิตต์ นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม กล่าวเสริมว่า อยากให้ทางผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก ไม่ว่าจะเป็นคณะครู หรือผู้ปกครองพยายามเข้าใจหรือมองในมุมมองของเด็กบ้าง เพราะบางครั้งผู้ใหญ่อาจจะมองในมุมมองของผู้ใหญ่มากเกินไปว่า เหล้า บุหรี่ มันไม่ดีต่อสุขภาพ มันส่งผลเสียต่างๆ แต่ในมุมมองของเด็ก มันเท่นะ ทำไมถึงทำไม่ได้ ผู้ใหญ่ควรมองในมุมมองนี้บ้าง ลองมองกลับกันดู ผู้ใหญ่ต้องทำความเข้าใจในความเป็นเด็ก ความเป็นวัยรุ่นบ้าง และอยากให้คนรอบข้างลองให้โอกาสคนที่เคยผิดพลาดมาแล้วสักครั้งหนึ่งว่า ต้องให้เวลา ให้โอกาสเขา เพราะว่า ถึงเขาจะปรับปรุงตัวได้ แต่ถ้าเราไม่ให้โอกาสเขาเลย ไม่ยอมเปิดใจให้เขา ยังไงแล้ว สุดท้ายเขาก็ต้องย้อนกลับไปที่จุดเดิมอยู่ดี

ภัทรวีร์กล่าวต่อว่า นอกจากป้องกันคนหน้าใหม่เข้าไปสู่วังวนของยาเสพติดและการพนันแล้ว ก็ต้องดึงคนที่เคยทำผิดพลาดให้กลับออกมาด้วย โดยต้องไม่ไปตอกย้ำหรือว่าซ้ำเติมเขา เพราะเขาจะคิดได้ว่า ในเมื่อผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเขา เขาก็จะกลับไปหาสิ่งเดิมๆ ที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจ รู้สึกดี เพราะว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ข้างเขา ถ้าในอนาคตเราสามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้จริงๆ และเราสามารถปรับจูนกันได้ระหว่างเส้นแบ่งระยะวัย ผู้ใหญ่กับเด็กและวัยรุ่น สังคมจะน่าอยู่กว่านี้ เราจะไม่เจอปัญหาต่างๆ อย่างที่พบในทุกวันนี้

“การปัญหาเหล้า บุหรี่ในสถานศึกษา เป็นเรื่องยาก เพราะอยู่กับเรามานาน ตั้งแต่สมัยปู่ ยา ตา ยาย เราเลย ตั้งแต่พวกหนูยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ แต่ถามว่ามันสามารถหายไปได้มั้ย หนูเชื่อว่ามันหายไปได้ ถ้าเราทุกคนร่วมมือกันที่จะแก้ไขปัญหานี้ ต้องร่วมมือทุกองค์กรทุกภาคส่วน และตัวบุคคลเอง ต้องประสานความร่วมมือกันไม่อย่างนั้นก็จะไม่เกิดอนาคตที่ดี” ภัทรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย

ถึงแม้ว่าปัญหาสิ่งเสพติดกับเยาวชน จะฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมายาวนาน และเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขและทำให้หายไปจากสังคมไทยไม่ได้ หากทุกภาคส่วนหันหน้ามาร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้หลายฝ่ายมองเห็นปัญหาและหนทางแก้ไข รวมทั้งพยายามลงมือทำอย่างจริงจัง

ที่น่าชื่นใจก็คือ พลังเยาวชนที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าพร้อมจะต่อสู้กับปัญหายาเสพติดเพื่ออนาคตที่สดใสของประเทศชาติต่อไป

ธณภัทร เกศกัณฑ์
ธณภัทร เกศกัณฑ์
นาถวัฒน์ ลิ้มสกุล
นาถวัฒน์ ลิ้มสกุล
พงษ์ศักดิ์ ถวิลวิวัฒน์
พงษ์ศักดิ์ ถวิลวิวัฒน์
ภัทรวีร์ ประจิตต์
ภัทรวีร์ ประจิตต์
อรัตธิดา ฤาชา
อรัตธิดา ฤาชา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top