วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายของ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงเสวนา หัวข้อ “อนาคตประเทศไทย Thailand Growth” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลอง “ปฐมฤกษ์สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย” โดยสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ณ ห้องประชุม ชั้น 4 รร.อัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ
ข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า จากประชากรโลกทั้งหมด 7,000 ล้านคน ส่งผลให้โลกนี้ต้องการอาหารสำหรับมนุษย์ 9,400 ล้านตัน/ปี และอาหารเลี้ยงสัตว์อีก 1,000 ล้านตัน/ปี นอกจากนั้น เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยของสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มีประชากรโลกจำนวนมากประสบปัญหาอดอยาก ซ้ำร้ายยังเกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตอาหาร (ปุ๋ย พลังงาน) ยังไม่ต้องกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ(Climate Change) ที่ผลกระทบต่อระบบการผลิตนั้นยากจะคาดเดา
“ปี 2560 ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 14 ของโลก แม้ว่าจะเผชิญโควิด-19 ปีที่ผ่านมา (2564) เราก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 13 ของโลก ด้วยรายได้การส่งออกกว่า 1 ล้านล้าน ด้วยอัตราการเติบโต 11.8% และยิ่งเกิดโควิด-19 การส่งออกด้านเกษตร-อาหาร กลายเป็นแชมป์การส่งออกเหนือกว่าหลายคลัสเตอร์ทั้งหมด แต่สิ่งเหล่านี้จะปล่อยให้โอกาสผ่านไปแล้วไม่ไขว่คว้า ไม่มีวันที่จะเกิดความยั่งยืนต่ออนาคตประเทศไทย” อลงกรณ์ ระบุ
ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 5 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปภาคเกษตร ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 3.ยุทธศาสตร์ 3S (เกษตรปลอดภัย-Safety เกษตรมั่นคง-Security เกษตรยั่งยืน- Sustainable) 4.ยุทธศาสตร์เกษตรยั่งยืนบนฐานศาสตร์พระราชา และ 5.ยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วนในรูปแบบหุ้นส่วน (Partnership Model) โดยมี “12 คานงัด”ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนภาคเกษตรไทย ได้แก่
1.ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ปัจจุบันมีครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และมีศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะด้านอีก 23 แห่ง ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มทยอยตั้งศูนย์นี้ในเดือน มิ.ย. 2563 เป็นต้นมา มีนวัตกรรมแล้วเกือบ 800 นวัตกรรม โดยร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านกลไกมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปแล้วกว่า 10,000 ฟาร์ม
2.ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NABC) ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกระทรวง รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการศึกษา โดยคาดหวังให้เกษตรกรสามารถใช้งานข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์และวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 3.เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ตั้งเป้า 22 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องใช้ระบบดิจิทัลในการบริหารและบริการประชาชน ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะครบวาระ
“การทำ Digital Signature (ลายเซ็นดิจิทัล) การอนุมัติออนไลน์ วันนี้เกิน 60% ของข้าราชการที่มีอำนาจตามกฎหมายในการให้ใบอนุญาต ในการออกอนุมัติ ให้เกิด Good Governance (ธรรมาภิบาล) ไม่ต้องผ่านโต๊ะ รวมทั้งระบบ NSW (National Single Window - ระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ) ซึ่งพูดกันมา 30 ปี ตั้งแต่ผมลงผู้แทนครั้งแรก วันนี้ 90% ทั้งของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับระบบ National Single Window ทำธุรกรรมระหว่างประเทศ วันนี้ 90% ของระบบ” อลงกรณ์ ยกตัวอย่าง
4.เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เดินหน้าภายใต้ยุทธศาสตร์เกษตร 4.0 โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จับคู่ได้ 2 ล้านไร่ ระหว่างเกษตรแปลงใหญ่กับภาคธุรกิจ อีกทั้งส่งเสริมการทำการตลาดออนไลน์ มีผู้เชี่ยวชาญ 60 คนเข้ามาสนับสนุน ซึ่งจะเห็นว่าในสถานการณ์โควิด-19 มูลค่าการซื้อ-ขายสินค้าทางออนไลน์(E-Commerce) เพิ่มขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค
5.เกษตรกรรมยั่งยืน โดยเฉพาะ “เกษตรในเมือง” สืบเนื่องจากชุมชนเมืองนั้นไม่มีความมั่นคงด้านอาหาร หากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด เมืองจะเป็นสถานที่ที่คนที่จะประสบภาวะอดอยากและโกลาหลถึงขั้นจลาจล ในส่วนนี้ที่ดำเนินการ เช่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมพื้นที่เกษตรในมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันยังส่งเสริม “เกษตรอินทรีย์” ปัจจุบันมีพื้นที่แล้ว 1.5 ล้านไร่ เกษตรกรที่เข้าร่วมอีกเกือบ 1 แสนราย
6.อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ปัจจุบันมี 2 สิ่งที่กำลังมาแรงอย่าง “เนื้อสัตว์จากพืช (Plant Base)” อาหารเจที่ตอบสนองผู้หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์จริง (Vegan)กับ “โปรตีนจากแมลง (Insect Protein)”ที่สามารถใช้เป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์ 7.ระบบโลจิสติกส์เพื่อการเกษตร เช่น Low Cost Air Cargo เชื่อมไทย-เชื่อมโลก , อีสาน Gateway เส้นทางรถไฟเชื่อมไปยัง สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศจีน และต่อเนื่องเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางผ่านประเทศคาซัคสถาน ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังทวีปยุโรปได้
8.เกษตรแปลงใหญ่ ปัจจุบันเกิดแล้วกว่า 8,000 แปลง และในปี 2564 ที่ผ่านมา มีกว่า 3,000 แปลง ยกระดับสู่การผลิตและบริหารจัดการแบบใหม่ซึ่งใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์การลดลงของแรงงานภาคเกษตร และอายุเฉลี่ยของเกษตรกรที่มากขึ้น 9.ยกระดับเกษตรก้าวใหม่ โดยร่วมมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)จัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในภาคเกษตร ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 100 มาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีอนาคต
10.เกษตรสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่า (The Brand Project) โดยให้แต่ละจังหวัดดำเนินการ ใช้เทคโนโลยีสนับสนุน ใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ทำผลผลิตให้ได้มาตรฐาน (เช่น GAP , GMP) เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 11.พัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Base) จากกลุ่มจังหวัดสู่ระดับจังหวัด และก้าวต่อไปคือลงถึงระดับตำบล และ 12.ร่วมมือกับทุกภาคส่วน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
“วันนี้ผมจะมาร่วมแบ่งปันฝันที่พยายามทำให้เป็นจริง เพื่อตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย นั่นคือการฝันและวางเป้าหมาย-หมุดหมายใหม่ให้ประเทศไทยเป็นประเทศมหาอำนาจอาหารของโลก”ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี