วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
งาน “Sustainability Expo 2022” หรือ “SX 2022” ครั้งที่ 3 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ โดยในงานนี้มีหัวเรือใหญ่คือ “นายฐาปน สิริวัฒนภักดี” ประธานอำนวยการ “Sustainability Expo 2022” ซึ่งขนทัพภาคธุรกิจอันแข็งแกร่งในไทยมาจัดงานนี้อย่างเต็มศักยภาพและสร้างความรู้สึกที่อิ่มอุ่นให้กับผู้มาร่วมงานจำนวนมาก โดยผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เป็นภาคราชการที่เข้าร่วมโครงการประชารัฐทั่วประเทศ , ภาคเอกชน และ สื่อสารมวลชน
พิธีเปิดงานดังกล่าวเริ่มขึ้นในวันที่ 26 กันยายน 2565 โดยนายฐาปนกล่าวบนเวทีว่า งานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ในเวทีระดับโลกและกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมารวมตัวกัน โดยภายในงานยึดโมเดล “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้นำไปประยุกต์ใช้เพื่อเกิดความยั่งยืนในบริบทของสังคมไทย
งานมหกรรมดังกล่าว เป็นการผนึกกำลัง “ความสามัคคี” ของ 5 องค์กรธุรกิจภาคเอกชนของไทย ได้แก่ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), หรือ GC, บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัทเอสซีจี จำกัด (มหาชน), และ บริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด โดยนำเสนอเป็นรูปแบบ “แพลตฟอร์ม” ที่มีหน้าตาล้ำสมัยผ่านงานมหการรมด้านความยั่งยืนระดับภูมิภาค ภายใต้ชื่อ “SX 2022” เพื่อนำเสนอโมเดลธุรกิจแบบ B2C2B (Business-to-Consumer-to-Business) เป็นแกนกลางเชื่อมระหว่างองค์กรธุรกิจและผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อมโยงกลับสู่ภาคธุรกิจ

ขณะที่ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ ในฐานะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งขับเคลื่อน “Sustainability Expo 2022” มองว่า ด้วยนโยบายของบริษัทให้ความสำคัญบนหลักการแห่งความยั่งยืนด้วย ESG (Environment,Social,Governance) เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ
ส่วน บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานใช้ผลิตภัณธ์รักษ์โลก เช่น ระบบหลังคาโซลาร์, แพกเก็จจิ้งรักษ์โลกที่ยืดอายุผักและผลไม้ เพื่อลดปริมาณขยะที่มาจากอาหาร ,สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ และ นวัตกรรมปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5
ส่วนอีกไฮไลต์หนึ่งที่งานนี้จัดได้อย่างครบรส คือ เวทีเสวนา “Perspectives on Sustainable Development” โดยมีบุคคลสำคัญขึ้นเวทีให้มุมมองด้านความยั่งยืน ได้แก่ ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์, Mr.Renaud Meyer UNDP Resident Resident Representative to Thailand, นางต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน “SX 2022” และ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และ นาวสาวอมินตา เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้แทนเยาวชนไทยเข้าร่วม UN Youth4Climate2021 และ 2022 โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น ดำเนินรายการ
ภายในงานยังครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคตด้านสุขภาพ เช่น น้องดินสอ ซึ่งเคยเป็นหุ่นยนต์อัจริยะที่สร้างชื่อในแวดวงพาณิชย์ ล่าสุดผู้พัฒนาซอฟท์แวร์พัฒนาน้องดินสอให้มีความเป็นอัจฉริยะด้านการแพทย์ โดยสามารถตรวจวิเคราะห์วัดค่ามะเร็งในร่างกายมนุษย ์ด้วยวิธีเป่าลมหายใจ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที ผลการวิเคราะห์จะส่งมาให้ทราบทันทีว่า ท่านป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด และ มะเร็งเต้านมหรือไม่ รวมไปถึงนวัตกรรมความยั่งยืนด้านพระพุทธศาสนา ที่นำหนังสือ “ศานากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (SDGs) โดยหนังสือเล่มนี้เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ “พระพรหมบัณฑิต” เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร เป็นประธานคณะที่ปรึกษา และ คณะที่ปรึกษาโดย “มองซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ และ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี มาแจกให้กับผู้ชมงาน

เนื้อหาที่น่าสนใจคือ “การพัฒนาชาติให้เริ่มที่ประชาชน พัฒนาคนให้เริ่มที่ใจ จะพัฒนาอะไรให้เริ่มที่ตัวเราเองก่อน” โดยพระพุทธศาสนาเรียก “การพัฒนา” ว่า “ภาวนา” หมายถึงการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวมเช่นกัน คือ ไม่มีส่วนในการแยกการพัฒนามนุษย์ นั่นคือ มนุษย์ต้องได้รับการพัฒนาให้ครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ กายภาวนา, ศีลภาวนา, จิตตภาวนา และ ปัญญาภาวนา
บู๊ธต่างๆที่มาร่วมแสดงในงานนี้ เรียกว่า เดินวันเดียวไม่หมด ซึ่งยังไม่รวมการบรรยายบนเวทีที่รวบรวมเนื้อหาสาระความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ยั่งยืน พอเพียง พอดี” โดยงาน "SX 2022" นั้นจัดขึ้นเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม พ.ศ.2565 บนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีบริษัทชั้นนำและองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 100 แห่งมาร่วมงาน และ ผู้เชี่ยวชาญของผู้นำองค์กรธุรกิจกว่า 150 ราย ที่มาร่วมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนทัศนคติบนเวทีเสวนา
ส่วนบรรยากาศโซน 5 ซึ่งเป็น Food Festival และ เป็น 1 ใน 7 โซนหลักของงานนั้นก็จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ เพราะ “อาหาร” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ 4 อันสำคัญ และ เป็นหัวข้อหนึ่งที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา ได้กล่าวบนเวทีของการเปิดงาน ทำให้โซน 5 นั้น แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยนำร้านอาหารนานาชาติชื่อดังในโลกออนไลน์และออฟไลน์มาร่วมงาน รวมไปถึงยังมีการนำเสนอแนวคิดใหม่ที่ร่วมสมัย เช่น ร้านน้ำผึ้ง “บำรุงสุขฟาร์ม” ของชาวอำเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ มาแสดง โดยเจ้าของฟาร์มนั้น ทำฟาร์มน้ำผึ้ง และ สะสมน้ำผึ้งทั่วประเทศซึ่งมีถึงร่วมร้อยกว่าชนิดมาให้ชิมฟรี และ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นขวดละ 350 บาท
ปิดท้ายด้วยคำกล่าวของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนาโดยสรุปที่ว่า คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มีด้วยกัน 13 ข้อ ให้ไปหาอ่านกัน ซึ่งในข้อนี้ ทาง ดร.สุเมธบอกว่า หากทางคุณฐาปนจะตีพิมพ์แจกในงานนี้ ก็ยินดี โดย 3 ข้อใหญ่ใน 13 ข้อ คือ 1.การพัฒนา , 2.ระวังความเปลี่ยนแปลง และ 3.ระวังความเปลี่ยนแปลงมาเร็ว ที่เรียกว่า ดิสรัปชั่น (Disruption) ซึ่งหากถูกดิสรัปชั่นก็คือ ความพ่ายแพ้ ความพินาศอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันคำว่าปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูกนั้น ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะยกตัวอย่างตัวท่าน ท่านก็อายุมากแล้ว จะให้ไปปลูกอะไรอีกก็ไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจพอเพียงมีหัวข้อใหญ่อีก 3 ข้อ ที่เป็นหลักการในการดำเนินชีวิตทั้งหมด ได้แก่ พอประมาณ, มีเหตุมีผล และ มีภูมิคุ้มกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี