สกู๊ปพิเศษ : กสศ.สร้างนวัตกรรมการศึกษาตอบโจทย์ประเทศ  ‘สร้างโอกาส สร้างอาชีพ’หลุดพ้นความยากจน

สกู๊ปพิเศษ : กสศ.สร้างนวัตกรรมการศึกษาตอบโจทย์ประเทศ ‘สร้างโอกาส สร้างอาชีพ’หลุดพ้นความยากจน

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อสร้างคนสร้างโอกาส ให้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาส ยากจนได้เรียนต่อสายอาชีพ ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการแรงงานของประเทศ แต่หากยังช่วยให้นักเรียนที่ยากจนได้มีงานทำงานและสร้างโอกาสในการหลุดพ้นความยากจนได้

ในงานสัมมนา จัดประชุมวิชาการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2565 “สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงานด้วยการศึกษาสายอาชีพ” ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)


ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ. ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักศึกษาผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ที่คัดเลือกโดยสถานศึกษาอย่างมีส่วนร่วม มีจำนวนนักศึกษาทุนสะสมทั้งหมด9,614 คน สำเร็จการศึกษาแล้ว 3,056 คน ปัจจุบัน กสศ.เปิดรับสมัครผู้รับทุนการศึกษา ปีการศึกษา 2566 จำนวน 2,500 ทุน เข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและอื่นๆ ที่เปิดสอนในระดับ ปวช. ปวส. อนุปริญญา และ ประกาศนียบัตร 116 แห่ง ใน44 จังหวัด รวมกว่า 30 สาขา

สอดคล้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานระดับประเทศและท้องถิ่น เช่น สาขาเครื่องกล สาขาการจัดการโลจิสติกส์ สาขาเทคนิคการผลิต สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก สาขาอุตสาหกรรมเกษตรศาสตร์ และมีงานทำทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา

“นอกจากนี้ กสศ.จัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษา พัฒนาระบบดูแลนักศึกษาและการป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา พัฒนาแบบหลักสูตรที่เป็นนวัตกรรม เช่นการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต ดูแลช่วยเหลือนักศึกษาซึ่งร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต เพื่อส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตใจในสถานศึกษา ถือเป็น 1 ในนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตเยาวชน ให้เกิดพฤติกรรมและอารมณ์ที่เหมาะสม พร้อมรับมือต่อปัญหา ผ่านการพัฒนาครูให้มีศักยภาพในการเป็นที่ปรึกษา สร้างทักษะและถ่ายทอดความรู้ ให้ครูสามารถจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิตแก่นักศึกษา และการเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายสุขภาพจิตและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ มีระบบส่งต่อเป็นรายกรณี เป็นการเชื่อมการศึกษาและระบบสุขภาพ” ดร.ไกรยส กล่าว

เรืออากาศโทสมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวถึงต้นแบบการพัฒนานักศึกษาอาชีวะ ว่า การพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาและสายอาชีพ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย โดยยกระดับคุณภาพของหลักสูตร พัฒนาสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 ผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย FirstS-Curve และ New S-Curve ให้ความสำคัญกับสาขา STEM (วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี) รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมที่มีคุณค่าสู่เชิงพาณิชย์เพื่อต่อยอดทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาภาษาต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลและความต้องการตลาดแรงงานของประเทศ

“หลังจากอาชีวะได้ร่วมมือกับ กสศ. ทำให้นักเรียนอาชีวศึกษาไม่ต้องกังวลในการมีงานทำอีกต่อไป และมีทักษะวิชาชีพ ภาษาต่างประเทศ และการดูแลเอาใจใส่
สุขภาพจิต และตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคและขยายโอกาส โดยมีความชัดเจนคือตัวเลขเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาน้อยลง” เรืออากาศโทสมพร กล่าว

บอกด้วยว่า ได้ นำข้อมูลจาก กสศ.มาพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการประเทศเพราะปัจจุบันตลาดแรงงานมีความต้องการกำลังคนที่มีทักษะค่อนข้างมากสิ่งที่ได้ร่วมกับ กสศ. ได้พัฒนาหลักสูตร ให้ทันกับโลกยุคใหม่ คือ ต้องลดเวลาเรียนทฤษฎี และเน้นการเรียนการปฏิบัติ รวมทั้งสร้างความสามารถที่ได้รับรองได้มาตรฐานสากล โดยร่วมกับองค์กรสากลระดับชั้นนำในการพัฒนาอาชีวะให้ได้มาตรฐานการรับรองจากสถาบันการศึกษาที่ได้มาตรฐานสากล

อย่างไรก็ตาม กสศ. และ สอศ.ทำงานเป็นพันธมิตรร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาและสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชนจากทุกสังกัด สอศ. และ อว. ซึ่งถือเป็นสถานศึกษาตัวแบบของการพัฒนาคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับ กสศ. และภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดภาพปลายทางใน 2 ด้านสำคัญ

ประกอบด้วย 1.การขยายทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่กว้างขวางขึ้น เพิ่มเติมจากที่ กสศ. สนับสนุนตัวแบบได้เพียง 1% ต่อรุ่น
หรือจำนวน 2,500 ทุนต่อปี ผ่านความร่วมมือหลายภาคส่วนที่มีทรัพยากร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

2.การส่งเสริมผู้บริหาร ครู และสถานศึกษาอาชีวศึกษาในการดูแลเยาวชนครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ การศึกษา สุขภาพจิตใจ อาชีพ และโอกาสการมีงานทำ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเป็นอีกช่องทางสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่ยากจนและด้อยโอกาส และการผลิตกำลังคนที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางรายได้และในมิติต่างๆ

ไม่เพียงการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาด้านอาชีวะ หาก กสศ. ยังสนับสนุนทุนการศึกษาระยะสั้น 1 ปี หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งทำให้นักศึกษาทุนมีอาชีพและความหลุดพ้นความยากจน

โดย นางสาวนัยนา ปานนอก นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล มหาวิทยาลัยบูรพาบอกว่า ทุนการศึกษา กสศ.ทำให้ชีวิตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง ช่วยแม่ทำงานกับการเรียนต่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะมีทุนในการเรียนต่อและเมื่อจบแล้วมีงานทำ

“แม่ทำงานคนเดียว ตอนนั้นถ้าไม่มีทุนก็คิดหนักเพราะว่าไม่มีเงินเรียนต่อ มีแม่เป็นเสาหลักในการหารายได้คนเดียวเนื่องจากพ่อเสียชีวิต ทุนการศึกษาทำให้มีโอกาสเรียนต่อผู้ช่วยพยาบาลที่มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้ตั้งหลักชีวิตได้ เรียนจบมีงานทำ มีรายได้มาช่วยแม่” นางสาวนัยนากล่าว

ความสำเร็จของ นางสาวนัยนา ที่เรียนจบและมีงานทำ และกำลังจะซื้อบ้านให้กับแม่ ซึ่งเป็นบ้านหลังแรกของครอบครัว และอยู่ระหว่างการสมัครเรียนต่อพยาบาล ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ. สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน ด้วยการศึกษาสายอาชีพ” เพื่อหลุดพ้นความยากจนได้จริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top