546.jpg
ส่องแนวทางกำจัดหมูเถื่อน...หลังเกษตรกรรวมตัวลงถนน

ส่องแนวทางกำจัดหมูเถื่อน...หลังเกษตรกรรวมตัวลงถนน

วันเสาร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.16 น.

ส่องแนวทางกำจัดหมูเถื่อน...หลังเกษตรกรรวมตัวลงถนน  โดย ปิติ ปัฐวิกรณ์ 

เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูของไทยต้องเผชิญกับปัญหาหมูเถื่อน กระจายอยู่ในท้องตลาดอย่างเปิดเผยมาตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นความเดือดร้อนอย่างหนักจนเกินจะรับได้ ในที่สุดก็เกิดการรวมตัวของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ จำนวนเกือบ 2,000 คน เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกร้องให้เร่งปราบปรามทุจริตในวงราชการ และกำจัดขบวนการหมูเถื่อนอย่างเด็ดขาด พร้อมนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้  ขณะเดียวกันก็เรียกร้องไปยังกรมศุลกากรให้ดำเนินการจัดการกับขบวนการนี้อย่างโปร่งใสและเร่งด่วน 


ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของเกษตรกรดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจ กระทั่งต้องรวมตัวลงถนนแบบนี้ จึงได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากกรมศุลกากร ที่สั่งการให้อุดช่องโหว่การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนทันที โดยปรับปรุง ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าสินค้าทางเรือ จากปกติการตรวจปล่อยสินค้าจะมีกลุ่มใบขนสินค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ ให้เปิดตรวจ (Red Line) หรือให้ยกเว้นการตรวจ (Green Line) ซึ่งคาดว่าหมูเถื่อนทะลักเข้าไทยได้เป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา เพราะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Green Line ครั้งนี้กรมศุลกากรจึงเสนอที่จะจัดกลุ่มอาหารแช่แข็งที่จะผ่านพิธีศุลกากร เข้าอยู่ในกลุ่ม Red Line หรือ ต้องเปิดตรวจทั้งหมด เพื่อลดโอกาสหลุดรอด หรือทุจริต

คำถามคือ วิธีการแก้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนให้กลุ่มอาหารแช่แข็งเป็นกลุ่ม  Red Line ทั้งหมด  เรื่องแค่นี้ทำไมไม่ทำตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่เกษตรกรส่งสัญญาณถามถึงทุจริตขบวนการหมูเถื่อนมาตลอดทั้งปี ปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง จนเกษตรกรจำต้องลงถนนเพราะทนหมูเถื่อนเกลื่อนเมืองไม่ไหว 

น่าแปลกที่กรมฯ ยังมีหมายเหตุไว้อีกว่า อาจยกเว้นผู้นำเข้าที่มีประวัตินำเข้าดีมายาวนาน ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียให้เข้าในกลุ่มที่ยกเว้นการตรวจได้ (Green Line) ทั้งๆ ข้อเท็จจริงคือมีการจับกุมและดำเนินคดีนำเข้าหมูเถื่อน กับห้องเย็นแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องเย็นที่มีประวัติดี ไม่มีความด่างพร้อยมาก่อน!! ... กรณีนี้คงชัดเจนแล้วว่าประวัติดี ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นผู้อยู่ในกรอบระเบียบชองทางการเสมอไป จึงไม่มีเหตุผลที่กรมจะนำมาใช้ในการปล่อยอาหารแช่แข็งบางส่วนให้ผ่าน Green Line 

เมื่อได้ยินนโยบายใหม่ที่ว่า ทุกการกระทำความผิดเกี่ยวกับหมูเถื่อนและมีตู้ตกค้าง “คดีจะไม่จบที่ศุลกากร” แต่จะส่งต่อไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บช.ก. โดยกรมทำหนังสือ “ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดรวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในฐานะนิติบุคคลและในฐานะส่วนตัวในความผิดฐานนำเข้าซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต” และเข้ายื่นต่อผู้บัญชาการ บช.ก. ในปลายสัปดาห์เดียวกัน  

น่าแปลกที่ กรมฯ ดูจะเจาะจงให้ตำรวจเอาผิดเฉพาะฐานความผิดนำเข้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษเบากว่า พรบ.ศุลกากร ทั้งๆที่สามารถทำได้ และความผิดนี้มีโทษทั้งจำและปรับที่หนักหนาสาสมกว่า ... หรือกังวลว่าอาจกระทบใครในแวดวงใกล้ชิด  

การที่กรมศุลกากร ออกมารับลูกรีบแก้ไขรวดเร็วนับเป็นสิ่งที่ดี  แต่การแก้ไขแบบมีข้อจำกัดและไม่หนักแน่นเช่นนี้ อาจทำให้หลายคนกังขาและไม่อาจไว้วางใจได้  เพราะผู้เล่นทุกคนในเส้นทางนี้ไม่ควรได้รับการยกเว้นทั้งสิ้น ไม่ว่าคนๆนั้นจะอยู่ในชุดอะไร อย่าลืมว่าข้อเรียกร้องหลักในครั้งนี้ของเกษตรกรคือ “ปราบโกงหมูเถื่อน” ซึ่งน่าจะหมายถึงเจ้าหน้าที่รัฐด้วย 

ทางออกที่ดูจะเข้าท่าที่สุดเห็นจะเป็นการยกระดับคณะทำงานการแก้ปัญหาหมูเถื่อน ขึ้นเป็นระดับ “กรมต่อกรม”  โดยมีตัวแทนจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ตัวแทนกรมศุลกากร ตัวแทนกรมปศุสัตว์ ตัวแทนกรมการค้าภายใน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า การประสานงาน จะได้รับการตอบสนองจากแต่ละกรมกองรวดเร็วแม่นยำเพียงใด 

แอ็คชั่นจากกรมศุลฯ ครั้งนี้จะบรรเทาความรู้สึกของเกษตรกรลงได้มาก หากแสดงความจริงใจโปร่งใส และควรใช้โอกาสนี้ “ประกาศนโยบายปราบทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการ” ทำความสะอาดกรมกองทุกแห่งให้สะอาดหมดจด เป็นของขวัญปลอบใจเกษตรกรที่แทบหมดลมหายใจในช่วงกว่าปีที่ผ่านมา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top