546.jpg
หากินยาก 'ขนมม่อฉี' แป้งนุ่ม ไส้หวาน มีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

หากินยาก 'ขนมม่อฉี' แป้งนุ่ม ไส้หวาน มีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.08 น.

รู้จักกับ 'ขนมม่อฉี' ขนมโบราณที่ จ.ตรัง ที่ทำสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ จนถึงรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน โดยมี น.ส.นิฐินาฏ พจนตันติ หรือป้าหน้อง อายุ 63 ปี ชาว ต.กันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง ยังคงสืบทอดการทำ ‘ขนมม่อฉี‘ อยู่ในปัจจุบัน

โดย ‘ป้าหน้อง’ ได้เล่าถึงประวัติของ ‘ขนมม่อฉี’ ให้ฟังว่า ตามประวัติของอาจารย์วันดี ณ สงขลา ได้บันทึกไว้ว่า เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวญี่ปุ่น ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยมาขึ้นฝั่งที่ จ.สงขลา ทำให้ชาวญี่ปุ่นซึ่งจากบ้านมานาน ก็เลยอยากจะกินขนมของประเทศญี่ปุ่น เช่น ‘ขนมไดฟุกุ’ ที่เคยได้กินมา ประกอบกับในยุคนั้น ข้าวของแพง และหากินได้น้อย ก็เลยได้ให้คนไทยไปหาวัตถุดิบมา ซึ่งก็จะได้แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลแว่น งา และเกลือ เมื่อได้วัตถุดิบมาแล้วจึงได้เอามาทำเป็นขนม จึงมีลักษณะคล้ายคลึงกับ ‘ขนมไดฟุกุ’ ในอดีตชาว จ.สงขลา เรียกว่า ‘ขนมม่อสี้’ ซึ่งเมื่อระยะเวลาผ่านไป จึงเพี้ยนมาเป็นคำว่า ‘ขนมม่อฉี’ โดยในแถบฝั่งทะเลอันดามันจะมีชาวจีนฮกเกี้ยนนำ ‘ขนมม่อฉี’ ได้นำเอาขนมดังกล่าวมาทำอยู่ด้วยเช่นกันจนถึงทุกวันนี้   


 

 

โดย ‘ป้าหน้อง’ บอกว่า ในสมัยเด็กๆ ก็ได้เห็น ‘ขนมม่อฉี’ แล้ว แต่ไม่ได้ทำขาย ซึ่งก็ได้ห่างหายไปจาก อ.กันตัง จ.ตรัง นานมาก บังเอิญวันหนึ่งจึงได้ไปอ่านหนังสือของอาจารย์วันดี ณ สงขลา จึงได้นำสูตรจากหนังสือเล่มนั้นมาเริ่มทำ ‘ขนมม่อฉี’ กินตั้งแต่นั้นมา และได้เริ่มมาทำเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีคนสืบทอดทำ ‘ขนมม่อฉี’ น้อยมากๆ แต่ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง และเป็นขนมที่หากินยากแล้ว

 

 

การทำ ‘ขนมม่อฉี’ ขั้นตอนแรก ต้องเตรียมไส้ ซึ่งวัตถุดิบของไส้ประกอบด้วย งาขาว งาดำ ถั่วลิสง โดยการนำทั้งหมดไปคั่วให้สุก และให้หอมด้วยไฟอ่อนๆ หลังจากคั่วเสร็จแล้ว จึงนำทุกอย่างมาตำรวมกัน พร้อมทั้งใส่น้ำตาล เกลือ ก็จะได้เป็นไส้ของขนม ในขั้นตอนต่อมาคือการทำแป้ง ซึ่งใช้แป้ง 2 แบบ ขั้นตอนแรกมีชื่อเรียกว่า ‘แป้งนวล’ โดยการนำแป้งข้าวเหนียวมาคั่วด้วยไฟอ่อนๆ เพื่อให้แป้งหอม ก็สามารถใช้ได้ ก่อนที่จะทำแป้งอีกชนิด คือการนำแป้งมาละลายกับน้ำต้มใบเตย และพักแป้งไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก่อนจะนำแป้งมาต้ม เมื่อเสร็จจึงนำมากวน แต่ในปัจจุบันขั้นตอนนี้จะใช้เป็นเครื่องตีแป้งมาช่วยแทนการกวน จนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จึงสามารถนำมาปั้น ก่อนจะใส่ไส้ และห่อให้เป็นทรงกลม ก่อนจะนำมาคลุกกับแป้งนวล ก็สามารถรับประทานได้ทันที

 

 

ที่สำคัญขนมนี้ มีวิธีกินเป็นเอกลักษณะเฉพาะ คือต้องใช้นิ้วกดตัวขนมให้เป็นทรงรีๆ ยาวๆ ใส่เข้าปากและกัดให้ขาดในครั้งเดียว เพื่อที่ตัวแป้งจะได้มาห่อหุ้มไส้ไว้ โดยห้ามยืดตัวขนมเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นใส่จะทะลักออกมา  

 

 

ปัจจุบันนี้ ‘ป้าหน้อง’ ได้ขายอยู่ที่ร้านถ่ายเอกสาร ‘คุณหน้อง’ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง พิกัดอยู่ระหว่างโรงเรียนจุ๋งฮัวโซะเซียวกับสหมิตร โดยบรรจุขายในกล่อง 2 ชิ้น ราคากล่องละ 10 บาท เริ่มขายตั้งแต่ 06.30 น. จนกว่าจะหมด โดยใช้แป้งประมาณ 2 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งในแต่ละวันจะขายหมดเร็วมาก ประมาณ 10.00 น.ก็ขายหมดแล้ว ซึ่งหากมีคนสนใจสั่งซื้อสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 081-326-6856

.-008

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top