การทำนาถือว่าเป็นวิถีของคนไทยมีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะชาวนาไทยในอีสาน ที่หลายคนบอกว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้กำลังแรงกาย เอาหลังสู้ฟ้า หน้าสู่ดิน กว่าจะได้ข้าวมาให้กินแต่เมล็ดต้องลำบากตรากตรำ ทนแดด ทนฝน อย่างแสนสาหัส ทำให้มาระยะหลังๆ การทำนาดำผู้คนเริ่มทำกันน้อยลง เพราะมองว่าสิ้นเปลืองและมีขั้นตอนมากมาย

ทั้งนี้ ในช่วงนี้มีร่องมรสุมเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง ลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดฝนตกชุกตลอดทั้งปี 2566 น้ำฝนมามากได้ส่งผลกระทบต่อการทำข้าวนาหว่านในหลายพื้นที่ ข้าวเจริญเติบโตไม่ทันน้ำท่วมตาย หว่านเมล็ดข้าวน้ำมาท่วม ปัญหาเหล่านี้ชาวนาที่ประสบปัญหาจึงต้องหันมาใช้วิธีการจ้างทำนาดำแทน

นายศรีอัมพร พิกุล อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ม.5 บ้านครสวรรค์ ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เล่าให้ฟังว่า ปีนี้ที่รัตนบุรีมีฝนตกชุกตลอดมา คนส่วนใหญ่จึงหันกลับมาใช้วิธีการจ้างคนดำนนาแทน ส่วนนาดำกับนาหว่าน จะมีความแตกต่างกันมาก ขณะที่ช่วงพักเที่ยงทุกคนก็นำข้าปลาอาหาร ที่ห่อมานั่งรับประทานร่วมกันอย่างสนุกสนาน

นายศรีอัมพร เล่าให้ฟังอีกว่า กลุ่มผู้รับจ้างดำนาหลานเจ้าพ่อบ้านครสวรรค์ มีสมาชิก 10 คน โดยกำหนดค่าแรงไว้วันละ 300 บาทต่อคน และจะเริ่มลงดำนาตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. แต่ส่วนใหญ่ก็ยืดหยุ่นช่วยกันไปตามสถานการณ์ ขณะที่อาหารการกินผู้รับจ้างจะห่อไปกินเอง โดยเริ่มรับงานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ขณะนี้ ก็มีการมาจองคิวล่วงหน้าไว้หลายรายการรับจ้างดำนา ทำให้ตนและสมาชิกพอมีรายได้จากการรับจ้างใช้จ่ายในครอบครัวได้อย่างไม่ขัดสน.-008
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี