‘หมอธีระวัฒน์’เลคเชอร์ จากท้อง ถึงหัว ตัดสินชะตา‘สมองเสื่อม’

‘หมอธีระวัฒน์’เลคเชอร์ จากท้อง ถึงหัว ตัดสินชะตา‘สมองเสื่อม’

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.37 น.

‘หมอธีระวัฒน์’เลคเชอร์ จากท้อง ถึงหัว ตัดสินชะตา‘สมองเสื่อม’

26 พฤศจิกายน 2566 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” ดังนี้...


จากท้อง ถึงหัว...ตัดสินชะตาสมองเสื่อม

คนเราเกิดมามีชะตาชีวิตกำหนดไว้แล้วด้วยรหัสพันธุกรรม และผลของชะตาจะปรากฏออก มาได้ชัดเจน เห็นได้ชัดและเกิดได้เร็วเพียงใดในช่วงชีวิต ยังมีตัวการที่สำคัญ ที่เราสามารถควบคุมได้

โรคสมองเสื่อมที่พูดในขณะนี้ ไม่ว่าจะเสื่อมในด้านความจำแบบอัลไซเมอร์ และคณะ (ที่มีชื่ออื่นๆอีก) โรคพาร์กินสันและคณะ และความเสื่อมในระบบประสาทอื่น ๆ เช่นในไขสันหลัง ขณะนี้ถือว่าเกิดจากต้นตอเดียวกัน คือการที่มีโปรตีนบิดเกลียว จึงเรียกว่า misfolded protein และเกิดจากความไม่เสถียรสมดุลของการควบคุมการสร้าง การบริหารจัดการ และการขับถ่ายหมุนเวียนโปรตีน เลยทำให้เกิดความผิดปกติของระบบ proteostasis และแน่นอน มีการอักเสบมาเป็นตัวแปรที่สำคัญทำให้โรคสมองเสื่อมทั้งหลายเหล่านี้ ถือเป็น neuroinflammatory disease

การที่เราจะปฏิเสธไม่รับมรดก คงทำไม่ได้แต่อาจจะเปิดพินัยกรรมช้าหน่อยหรือแม้ใครที่มีโรคโผล่ออก มาแล้ว ก็สามารถชะลอโรคได้จาก คำกล่าวที่ว่า “เรากินอะไรก็ได้อย่างนั้น”

และในปัจจุบันคงต้องควบรวมไปถึงว่า “เราหายใจอะไรเข้าไปก็ได้เช่นนั้น” นั้นคือ มลภาวะสารเคมีทั้งหลายในอาหาร ในน้ำดื่ม ในอากาศที่มีสารเคมี มีสารที่มาจากขยะปนเปื้อน ล้วนเป็นตัวร้ายที่ทำให้เกิดการอักเสบ

การอยู่ในช่วงที่มีอากาศที่มีมลพิษขนาดจิ๋ว 2.5 ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อให้เกิดการสะสมตัวของโปรตีนบิดเกลียวเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและการอักเสบเป็นตัวนำให้เกิดเส้นเลือดในหัวใจและสมองตัน และมะเร็งอีกด้วย

อาหารการกินที่ก่อให้เกิดการอักเสบคือ อาหารแป้งมากน้ำตาล อาหารหวาน เนื้อแดงจากสัตว์ที่เดินบนบก ทั้งนี้เนื้อที่มีการหมักปรุงรสหรือทำให้เก็บได้นานและแม้กระทั่งเนื้อไก่ก็ยังอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย และนำไปสู่การที่ต้องเข้าใกล้มังสวิรัติที่หนักผักผลไม้ กากใย ที่กินทั้งชิ้น และปลอดสารเคมี หนักถั่ว แต่ถั่วเหลืองได้ในปริมาณที่ไม่มากนัก กุ้ง ปู ปลา ได้ หอยไม่ควรมากนัก บุหรี่ห้ามขาด เหล้าในปริมาณเพื่อสุขภาพ แต่ถ้าเข้าใกล้มังสวิรัติก็สามารถกินไข่แดงได้หลายลูกต่อวัน

อาหารเหล่านี้ที่ต้องห้าม ถูกปรับเปลี่ยนโดยแบคทีเรียในลำไส้ ก่อให้เกิดการอักเสบเข้าไปในกระแสเลือดและซึมผ่านเข้าเส้นเลือดสมองและเข้าในเซลล์สมอง เกิดการประทุอักเสบครั้งที่สองในเซลล์สมองและกระตุ้นให้มีการสร้างโปรตีนบิดเกลียวเหล่านี้มากขึ้นไปอีก นอกจากนั้นการอักเสบ ยังกระตุ้นเซลล์ในลำไส้ ให้มีการสร้างโปรตีนบิดเกลียวเหล่านี้ ขึ้นไปตามเส้นประสาท เบอร์ 10 และเข้าสู่สมอง และมลพิษในอากาศอาจจะเป็นเครื่องอธิบายที่พบโปรตีนผิดปกติเหล่านี้ในเส้นประสาทสมองเส้นที่หนึ่ง ที่กระจายในเนื้อเยื่อของโพรงจมูก และในที่สุดก็ขึ้นไปในสมองในที่สุด

เมื่อโรคปรากฏตัวขึ้นแล้ว ส่วนประกอบในอาหารที่มีประโยชน์ เช่น น้ำมันปลา ที่มี EPA DHA จะเริ่มหมดสภาพ ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำมันปลาที่ได้จากอาหารจะต้องถูกเปลี่ยนโดยตับ เป็นน้ำมันปลาจิ๋ว ที่เรียกว่า plasmalogen และจากนั้น น้ำมันจิ๋วนี้จะส่งผ่านเข้าเส้นเลือดในสมองเข้าไปในเนื้อสมองและเข้าไปที่ผิวเซลล์และในเซลล์ชนิดต่าง ๆ ในสมอง แต่เมื่อโรคปรากฏให้เห็นแล้ว กระบวนการทำให้เป็นตัวจิ๋วและกระบวนการนำส่งผ่านต่าง ๆ เหล่านี้ชำรุดทั้งหมด ทำให้เป็นเครื่องอธิบายได้ว่า น้ำมันปลาจะช่วยป้องกันได้ในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่แสดงอาการ ทั้งนี้โรคสมองเสื่อมทั้งหลายจะมีระยะเพาะบ่มตัวเองอยู่อย่างน้อย 10 ถึง 15 ปีก่อนที่จะแสดงอาการ

ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในวันที่ 20 ตุลาคม 2020 ในวารสาร cellPress Cell Reports Medicine ได้ชี้ให้เห็นความสำคัญถึงการมองภาพสมองเสื่อม ไม่ใช่ดูที่สมองอย่างเดียวแต่จะเป็นการมองภาพรวม เนื่องจากฮอร์โมนในเลือดที่มาจากลำไส้ที่เรียกว่า gut hormones เช่น ตัวที่ชื่อ กลีรลิน (ghrelin) มีบทบาทในการควบคุมการสร้างเซลล์ใหม่หรือเซลล์ต้นกำเนิดในสมองมนุษย์ที่แม้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และแม้ว่าจะมีอายุมากแล้วก็ตามที่เรียกว่า neurogenesis

ฮอร์โมนดังกล่าวมีสองฟอร์ม คือ acyl-ghrelin (AG) และ unacylated- ghrelin (UAG)

โดยที่พบว่า ตัว UAG กลับเป็นตัวร้ายลดหรือขัดขวาง การสร้างเซลล์ใหม่และพิสูจน์แล้วว่าทำให้ความจำปัจจุบันหรือการเก็บความจำระยะสั้นผิดปกติและการทำงานเชื่อมโยงประสานกันของเซลล์ประสาทในระบบเดียวกันและต่างระบบ (neuroplasticity) ไม่ปกติ

โดยเฉพาะในคนป่วยที่มีอาการของโรคพาร์กินสันส์ ร่วมกับความจำเสื่อม พบมีความผิดปกติของสัดส่วนระหว่าง AG และ UAG นี้ และยืนยันโดยไม่ว่าจะทำการทดสอบในหลอดทดลองหรือในสัตว์ทดลองที่ปรับแต่งพันธุกรรมให้ไม่มี ghrelin-O-acyltransferase และทำให้ไม่มี AG ก็จะมีความผิดปกติของการทำงานในระบบความจำ เมื่อให้ AG เข้าไปก็กลับเป็นปกติ และพบหลักฐานชัดเจนว่า AG ที่ช่วยกันสร้างเซลล์ใหม่ถูกขัดขวางจาก UAG

การค้นพบนี้ของ AG และ UAG ยังทดสอบในคนป่วยที่เป็นพาร์กินสันส์โดยมีความจำเสื่อมด้วย (parkinson -dementia ) แต่จะอธิบายปรากฏการณ์ของโรคสมองเสื่อมที่มีชื่ออื่น ๆ ได้หรือไม่อย่างไร อาจจะต้องมีการทดสอบกันต่อ แต่ข้อสำคัญก็คือเป็นการปูลู่ทาง ทั้งในการวินิจฉัยในคนที่อาจจะยังไม่มีอาการหรืออาการยังไม่ชัดเจนจนกระทั่งถึงวางแผนในการพัฒนานวัตกรรม และยาใหม่

ทั้งนี้ มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AG โดยมีการรายงานก่อนหน้าในวารสาร Current Biology วันที่ 17 กันยายน 2020 พบว่า ฮอร์โมนนี้เป็นตัวบอกสมองให้รู้สึกว่ามีความหิว โดยผ่านทางเส้นประสาทเบอร์ 10 ซึ่งเป็นเส้นเดียว กับที่โปรตีนบิดเกลียวและก่อให้เกิดโรคสมองเสื่อมใช้เป็นทางผ่านจากลำไส้ขึ้นไปยังสมอง

และในสัตว์ทดลองที่การส่งผ่านสัญญาณนี้ผิดปกติ จะเสมือนกับว่าลืมไปแล้วว่ากินไปแล้ว ทำให้กินแล้วกินอีก เหมือนกับกินไม่อิ่ม และอาจจะอธิบายสิ่งที่เราเห็นในคนป่วยสมองเสื่อมหลาย ๆ รายที่ลืมไปแล้วว่ากินแล้วยังกินอยู่เรื่อย (ท่าทางพวกเราหลายคนคงจะใช้ข้ออ้างนี้ว่าฮอร์โมนน้อยแต่ความจริงตะกละ) ซึ่งเป็นส่วนของความจำปัจจุบัน (episodic memory) และในสัตว์ทดลองนั้น อาจมีความเกี่ยวข้องกับความมืด -สว่าง หรือเทียบกับกลางวันกลางคืนด้วย

กล่าวโดยรวมการมีสุขภาพดีสามารถควบคุมกระทำได้จากตัวเราเองทั้งนี้โดยที่ต้องมีการส่งเสริมให้มีความตระหนักรู้ในการปฏิบัติตัว การใช้ชีวิต ในเรื่องของอาหารการกินและร่วมใจกันส่งเสริมอากาศสะอาดอาหารปลอดภัย คนไทยจะอยู่รอดได้ด้วยบัตรทองก็ต่อเมื่อเราไม่ได้มีโรคเต็มขั้นรายล้อมและเต็มโรงพยาบาล จนกระทั่งไม่ว่าจะมีหมอพยาบาลเครื่องไม้เครื่องมือ นวัตกรรมสมัยใหม่ยามะเร็ง จนถึงยามุ่งเป้าเข็มละ 230,000 บาท ฉีดชุดละสี่เข็ม ยืดเยื้อชีวิตไปได้ครึ่งปีหรือหนึ่งปีก็คงไม่รอด ต้องคิดแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ใช่วิ่งตามปัญหาแล้วครับ   /////////-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top