ในปี ค.ศ.1950 องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อทำงานในการปกป้อง ยุติการทารุณกรรมต่อสัตว์ทุกรูปแบบทั่วโลก ปัจจุบันมีสำนักงานอยู่ใน 12 ประเทศ ครอบคลุมการทำงานใน 74 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางการทำงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย มีผลงานความสำเร็จที่นำไปสู่การยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ที่โดดเด่น ในโอกาสครอบรอบ 75 ปี องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จึงได้เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในสถานที่เฉลิมฉลองความสำเร็จในโอกาสดังกล่าวนี้ ทำให้เรามีโอกาสได้สนทนากับ ทริเซีย โครสดอล (Tricia Croasdell) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กับการก้าวสู่ทศวรรษที่ 8 ขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก
ทริเซีย โครสดอล เริ่มทำงานกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกในปี ค.ศ.2022 ในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศสหราชอาณาจักร ผู้มีบทบาทในการสื่อสารและสร้างกลยุทธ์แคมเปญระดับโลก และเพียง 2 ปีต่อมา ทริเซียก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอหญิงคนแรกขององค์กร เธอได้ย้อนให้ฟังถึงบทบาทและงานขององค์กรพิทักษ์แห่งโลกตลอด 75 ปีว่า
“ในช่วงทศวรรษแรกๆ งานของเรามุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือโดยตรงและการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน เช่น สัตว์ที่ประสบภัยพิบัติ หรือสัตว์ที่ถูกใช้แรงงาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราตระหนักว่าปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ลดน้อยลง เพราะเราอาจจะยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ดังนั้นแนวทางการทำงานของเราเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและยั่งยืน คือการจัดการที่ต้นตอของปัญหาความโหดร้ายที่มีต่อสัตว์ เราจึงมุ่งเป้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เปลี่ยนแปลงวิธีที่รัฐบาลออกกฎหมาย วิธีการดำเนินงานของบริษัท และวิธีที่สังคมให้คุณค่ากับสัตว์ หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ไปที่สัตว์ที่อยู่ในสองหลักระบบทั่วโลก ได้แก่ การแสวงหาประโยชน์จากสัตว์ป่าเพื่อความบันเทิง และระบบสัตว์ในฟาร์มที่มีสัตว์กว่า 9 หมื่นล้านตัวได้รับความทุกข์ทรมาน และนำไปสู่ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย ซึ่งภารกิจเร่งด่วนของเราคือการยุติการทารุณกรรมสัตว์และสร้างโลกที่สัตว์ทุกตัวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปราศจากความทุกข์ทรมานให้ได้มากที่สุด”
ประธานฯ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ยังได้พูดถึงความร่วมมือระหว่าง องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก และองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้จดทะเบียนเป็น มูลนิธิพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) มีบทบาทสำคัญและเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จในการนำมาซึ่งสวัสดิภาพสัตว์ที่เป็นรูปธรรมมากอย่างน่าชื่นชม โดยได้ยกตัวอย่างความสำเร็จ เช่น โครงการ “การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นธรรม” เพื่อยุติอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่นำสัตว์ป่ามาใช้งานเพื่อความบันเทิง
“Elephant Forest Phitsanulok ปางช้างในภาคเหนือตอนล่างของไทย คือตัวอย่างความสำเร็จที่เรามีส่วนร่วมสนับสนุนให้ปางช้างเป็นสถานที่ที่เป็นมิตรกับช้าง (Elephant Friendly Venue) เป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับช้างสำหรับคนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ในการอยู่ร่วมกับสัตว์ด้วยความเคารพภายใต้แนวคิด ‘พาช้างมาให้คนดู’ สู่ ‘พาคนไปดูช้างในป่า’ ปางช้างแห่งนี้ไม่มีกิจกรรมขี่ช้าง ให้อาหารช้าง อาบน้ำช้าง นักท่องเที่ยวสามารถชมวิถีชีวิตของช้างด้วยการสังเกตการณ์ รวมถึงลดระยะเวลาการผูกโซ่ เปลี่ยนจากโซ่เหล็กเป็นโซ่น้ำหนักเบา การสร้างคอกล้อมรั้วที่ปลอดภัยสำหรับใช้เวลาพัก จัดกิจกรรมเสริมอุปกรณ์ Enrichment กระตุ้นพฤติกรรมตามธรรมชาติ การฟื้นฟูสภาพป่าให้เป็นบ้านที่แท้จริงสำหรับช้าง ตลอดจนการดูแลช้างสูงอายุให้พักในโรงเรือนมีอาหารเฉพาะที่ย่อยง่ายและช่วยระบบขับถ่าย ที่สำคัญยังยกระดับคุณภาพชีวิตของควาญช้าง ปรับบทบาทจากผู้ควบคุมบังคับ เป็นผู้ดูแล ทำงานร่วมกับช้างด้วยความเคารพและเข้าใจ เพื่อลดความเครียดของทั้งสองฝ่าย เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่แท้จริง”
นอกจากนี้ยังร่วมกันการสร้างเครือข่าย FANSEA ที่ขยายผลงานสู่ระดับภูมิภาค สนับสนุน 8 องค์กรใน 4 ประเทศ เพื่อยุติความทุกข์ทรมานของฟาร์มแบบโรงงาน ตลอดจนช่วยเหลือสัตว์เมื่อภัยพิบัติมาเยือน ดังเช่นมหาอุทกภัยทางภาคเหนือและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเมียนมาร์ที่มีสัตว์ได้รับความเดือนร้อน ทุกข์ทรมานนับล้านตัว ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผลักดันการปกป้องและยกระดับสวัสดิภาพสัตว์สู่ระดับภูมิภาค
“75 ปีแห่งประวัติศาสตร์ที่นำเรามาถึงจุดนี้ แต่งานของเราก็ยังต้องดำเนินต่อไป เพราะสิ่งที่เราต้องจัดการอย่างเร่งด่วนคือการสร้างโลกที่สัตว์เป็นอิสระจากความทุกข์ มีสวัสดิภาพอย่างแท้จริง สามารถส่งต่อโลกที่มนุษย์และสัตว์สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินนโยบายในทุกมิติขององค์กร การยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของโลก เราอยากให้พวกเขาเหล่านั้นได้เข้ามาเรียนรู้ ร่วมสนับสนุนแคมเปญต่างๆ ของเรา เช่น แคมเปญ ‘อย่าลืมพวกเขา – Don’t Forget Them’ เป็นแคมเปญช่วยเหลือสัตว์ 4 กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ สัตว์ในชุมชน สัตว์ในฟาร์มอุตสาหกรรม สัตว์ในภัยพิบัติ และสัตว์ที่ถูกเอาเปรียบในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งการสนับสนุนแคมเปญต่างๆ ของทุกคนนนับเป็นกำลังสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้ไปด้วยกันกับเรา”
“เราจะไม่หยุด จนกว่าสัตว์ทุกตัวจะได้รับการปกป้อง” ทริเซีย โครสดอล (Tricia Croasdell) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กล่าวทิ้งท้าย
เรียนรู้และมีส่วนร่วมสนับสนุนการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ไปกับ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้ที่ https://www.worldanimalprotection.or.th Facebook: WorldAnimalProtictionThailand
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี