สกู๊ปพิเศษ : ทำไม‘หมอ’ต้องเอา‘บุหรี่ไฟฟ้า’ออกไปจากสังคมไทย

สกู๊ปพิเศษ : ทำไม‘หมอ’ต้องเอา‘บุหรี่ไฟฟ้า’ออกไปจากสังคมไทย

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

จากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญกับการควบคุมยาสูบอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือการสนับสนุนบุคลากรด้านสาธารณสุขกับการควบคุมยาสูบ โดยเฉพาะบทบาทของบุคลากรทางการแพทย์ในการเป็นแบบอย่างที่ดีและให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนในเรื่องของการเลิกบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า

ช่วงที่ผ่านมา ราชวิทยาลัยวิชาชีพแพทย์แห่งประเทศไทย 14 แห่ง ประกอบด้วย 1) ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย 2) ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย 3) ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 4) ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย 5) ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย 6) ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย 7) ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย 8) ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย 9) ราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย 10) ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย 11) ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย 12) ราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย 13) ราชวิทยาลัยประสาทศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย 14) ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย รวมพลังออกมาแสดงจุดยืน “หมอไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” ในโอกาสวันแพทย์ไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน ของทุกปี


และจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ นี่คือเหตุผล….ทำไม หมอไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า

จิตแพทย์ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ด้วยเห็นชัดว่า นิโคตินเป็นสารเสพติด มีฤทธิ์เสพติดสูงสุด หมายความว่า เสพแล้วติดเลิกไม่ได้ บุหรี่ไฟฟ้าจึงเป็นประตูนำสู่การสูบบุหรี่มวน และสารเสพติดชนิดอื่นด้วย ที่สำคัญกระทบสารสื่อประสาททำให้การควบคุมอารมณ์ไม่ดีและเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า

อายุรแพทย์ ระบุว่า นิโคตินทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายหดตัว โดยเฉพาะอวัยวะที่สำคัญ คือ ปอด หัวใจ และสมอง นอกจากนี้ยังกระทบ ฮอร์โมน ทำให้เป็นโรคเบาหวานไขมันในเลือดสูง และเซ็กซ์เสื่อม ที่สำคัญนิโคตินกระตุ้นอนุมูลอิสระทำให้เป็นมะเร็งได้ ผลของนิโคตินในเด็กเหมือนกับในผู้ใหญ่ทุกประการ แตกต่างกันที่สมองเด็กกำลังพัฒนา นิโคตินจึงทำลายสมองส่วน EF (Executive Functions) ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง 3-5 เท่า

ขณะที่หมอสูติ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า เพราะมีผลต่อการตั้งครรภ์ อาจแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด รกลอกตัวก่อนกำหนด รกเกาะต่ำ ครรภ์เป็นพิษได้

หมอดมยา หรือราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์ฯ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า หากคนไข้ก่อนผ่าตัด สูบบุหรี่ไฟฟ้า คนไข้คนนั้นต้องไปงดบุหรี่ไฟฟ้าให้ได้ก่อน เพราะการสูบบุหรี่ไฟฟ้า มีผลกระทบต่อการดมยาสลบและการผ่าตัด รวมทั้งการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

ส่วนราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ระบุนอกจากผลต่อสุขภาพผู้สูบโดยตรงแล้ว ยังเกิดผลกระทบบุหรี่มือสอง มือสาม ที่กระทบต่อสุขภาพของคนที่ไม่สูบที่เป็นคนหนุ่มสาวถึง 84% ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 3 ประการ คือ 1.เสียเงินซื้อบุหรี่ 2. เสียเงินรักษาสุขภาพ ทั้งบุหรี่มือหนึ่ง มือสอง และมือสาม และ 3.เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผลกระทบต่อสังคม สารเสพติดกับความรุนแรงในครอบครัว ทำลายสมองเด็กทำให้ศักยภาพของเด็กไทยด้อยลงมา รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

เอาบุหรี่ไฟฟ้า…ออกจากสังคมไทย

สำหรับสถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทยนั้น ศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิงสุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีให้ข้อมูลว่า แม้ภาพรวมจะมีคนไทยสูบบุหรี่ลดลงถึง 51% เมื่อเทียบกับในอดีตก็ตาม แต่ก็พบว่า ยังมีคนไทยสูบบุหรี่อยู่ถึง 9.8 ล้านคน

นี่จึงเป็นภาระของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำหน้าที่ ประกอบกับตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งถือเป็นปีที่มีการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้ กราฟสถิติการสูบบุหรี่ของคนไทยที่ควรจะดิ่งลง กลับผงกหัวขึ้น

“ผลของการทำตลาดล่าเหยื่อของบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า15 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 3.3% เป็น 17.6% หรือเพิ่มถึง 5 เท่า ที่น่าตกใจ คือ เด็กผู้หญิงสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 2 เท่า”

รอง ผอ.ศจย. ยังชี้ให้เห็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ผลกระทบบุหรี่ไฟฟ้ากับสมองของเด็ก และเด็กจะติดบุหรี่ไฟฟ้าง่ายกว่าผู้ใหญ่

“นิโคตินเป็นสารเสพติด โดยเฉพาะในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนิโคตินสังเคราะห์ ทำมาพิเศษทำให้ไม่ระคายคอ ดูดซึมเร็วกว่าบุหรี่มวน ซึ่งภายใน 7 วินาทีนิโคตินจะไปที่สมอง กระตุ้นสมองให้หลั่งสารสื่อประสาทโดปามีนทำให้มีความสุข ทำให้อยากสูบอีก” ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา ระบุ พร้อมแสดงความเห็นห่วง น้ำยาในบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบ (EVALI) ปอดทำงานไม่ได้ เรียกง่ายๆ ว่า “ปอดหาย” ซึ่งศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC) ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์พบยอดผู้ป่วยปอดอักเสบชนิดรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า สะสม ณ 18 กันยายน 2563 พุ่งเป็น 2,807 ราย เสียชีวิต 68 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนอายุน้อย ปัจจุบันในประเทศไทยพบผู้ป่วย EVALI จากบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว โดยเร็วๆ นี้ เกิดที่บุรีรัมย์ เด็ก ป.4,ป.6 และ ม.2 เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ขณะที่ นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งคำถามย้อนกลับ ทำไมหมอต้องเอาบุหรี่ไฟฟ้า? ที่หมอต้องเอาบุหรี่ไฟฟ้าออกไปจากสังคมไทย เพราะเห็นว่า มีหลายกระบวนการอยากให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และทำให้การบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอลง

“หมอมีบทบาทมากกว่าการรักษา หรือดูแค่ปลายน้ำ ต้นน้ำหมอก็มีบทบาทเช่นกัน วันนี้มาตรการต่างๆ ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะภาคธุรกิจหากลยุทธ์ต่างๆ สร้างวาทกรรม แทรกซึม แทรกแซงนโยบายยาสูบของประเทศไทย เราต้องการสร้างการมีส่วนร่วมทั้งระดับนิติบัญญัติและบริหาร เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า” นพ.ชยนันท์ ยืนยันว่า สุขภาพคนไทยไม่ใช่ตัวทดลองเพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ของการปลดล็อกให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย

เด็ก 14 สูบบุหรี่ไฟฟ้า คู่น้ำกระท่อม

ในฐานะหมอเด็ก นพ.เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมพิเศษและวิเทศสัมพันธ์ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เล่าว่า ตลอด 20 ปีที่เป็นหมอเด็กไม่มีปีไหนที่พ่อแม่พาลูกมาแล้วบอกว่า ลูกสูบบุหรี่ไฟฟ้า จนปี 2567 มีพ่อแม่หอบลูกมาหาหมอด้วยอาการที่ลูกหอบ เหนื่อยมากๆ ซึ่งจากการเอกซเรย์ปอดพบมีฝ้าขาวเกิดขึ้น (ปอดหายหรือEVALI) และเมื่อซักประวัติเด็กอายุ 14 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้ามาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เริ่มจากการที่เพื่อนชวน จากนั้นก็ชวนเพื่อน และมีการใช้น้ำกระท่อมร่วมกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

“หมอขอยืนยันว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ปอดเด็กพังจริงๆ การรักษาเด็กคนนี้ต้องนอนอยู่ในห้อง ICU ใส่เครื่องช่วยหายใจ เพราะหายใจเองไม่ได้ รวมทั้งยังพบ ภาวะผิดปกติ ฮอร์โมนไทรอยด์สูงมากกว่าปกติฉะนั้น บุหรี่ไฟฟ้าจึงกระตุ้นให้เกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษได้ 3-5 เท่า เด็ก 1 คนใช้เวลารักษาในห้อง ICU เป็นเวลา 14 วัน ใช้งบประมาณ 5 แสนบาท รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 1 เดือน กลับบ้านไปแล้ว 6 เดือน ทุกวันนี้เด็กคนนั้นยังมีอาการหอบเหนื่อย รักษาไม่หาย เข้าสู่ภาวะปอดเรื้อรังไปเรียบร้อยแล้ว”

นี่จึงเป็นหลักฐานผลที่เกิดขึ้นจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ที่นพ.เพียรศักดิ์ เห็นว่า เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าทำลายสุขภาพเด็ก หมอต้องไม่อ้อมค้อม และในฐานะหมอเด็กไม่สามารถทนตรวจเด็กทีละคนๆ ได้อีกแล้ว

ปี 2567 ระหว่างเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2567 ขณะที่มีเด็ก 1 คนป่วยจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้านอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาล มีเด็กอีก 4 คนเข้ามารักษา และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจทั้งหมด

ฉะนั้น บุคลากรทางการแพทย์ไม่สามารถนั่งรอเด็กป่วยมาหาหมอได้อีกแล้ว นพ.เพียรศักดิ์ ย้ำชัดว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นโรคระบาดชนิดหนึ่ง โควิดยังหาวัคซีนป้องกัน แล้วกรณีบุหรี่ไฟฟ้า อะไรคือวัคซีนที่จะฉีดให้เด็ก

“การออกไปให้ความรู้เด็ก และเยาวชนให้เร็วที่สุด การเดินสายบรรยายเพื่อกระจายวัคซีนแห่งองค์ความรู้ หมอต้องออกไปบอก “มีเพื่อนเขาป่วยแล้วนะ” คือสิ่งที่หมอเดินออกไปทำงาน จนทำให้ถึงปัจจุบันยังไม่มีเด็กต้องเข้าโรงพยาบาลและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอีกเลย” นพ.เพียรศักดิ์ หมอเด็กโรคปอดคนเดียวในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ UB MOVE คนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า เล่าถึงการทำงานด้วยการสร้างเครือข่าย อบรม และกระจายความรู้ โทษและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

สุดท้าย นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ให้คำมั่นไว้ในเวทีประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ”ครั้งที่ 23 ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ศจย. ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตราบใดที่ยังอยู่รัฐสภา กฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าเสรี หรือถูกกฎหมายจะไม่มีทางเกิดขึ้น พร้อมกับเชื่อมั่นเสียงสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ เกิน 80% ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top