เมื่อโลกไม่เชื่อใจ กระดาษ เจาะลึก 10 ประเทศที่มีทองคำมากที่สุดในโลก

เมื่อโลกไม่เชื่อใจ กระดาษ เจาะลึก 10 ประเทศที่มีทองคำมากที่สุดในโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

เมื่อปี 2569 ทองคำไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอมือถือหรือตามหน้าร้านทองอีกต่อไป หลังจากที่ราคาทองคำโลกพุ่งทะลุ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ราคาทองคำในประเทศไทยทำนิวไฮด์ตามไปด้วย และกลายเป็น "อาวุธลับทางการเงิน" ที่แต่ละประเทศใช้ค้ำประกันอำนาจตัวเอง ในขณะที่เงินดอลลาร์เริ่มถูกตั้งคำถาม และนี่คือ 10 อันดับประเทศที่กอดทองคำไว้แน่นที่สุด พร้อมเบื้องหลังที่คุณอาจไม่เคยอ่านจากที่ไหน จาก แนวหน้าออนไลน์ ที่รวบรวมข้อมูลมา

ทองคำ คือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่ามาตั้งแต่สมัยโบราณมาอย่างยาวนานเปลี่ยนผ่านกาลเวลาตามยุคสมัย อย่างในช่วงสงครามโลกหลังจากเกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ระหว่างหลายชาติที่เข้าร่วมสงครามโดยตรงหรือทางอ้อม ทำให้ ทองคำ ถูกผลักดันใช้เป็นรากฐานของความเชื่อมั่นของชาติ และประเทศที่สะสมทองคำมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลก 


ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

อันดับ 1. สหรัฐอเมริกา มีทองคำมากถึง  8,133 ตัน ครองแชมป์โลกมาอย่างยาวนาน แม้จะไม่มีการซื้อเพิ่มมานานมากแล้ว แต่การที่สหรัฐฯ ถือทองคำเป็นสัดส่วนสูงถึง 78% ของทุนสำรองทั้งหมด คือการประกาศว่า "ถึงดอลลาร์จะแกว่ง แต่ฐานรากเรายังเป็นทองคำ"

อันดับ 2.เยอรมนี มีทองคำมากถึง 3,350 ตัน เยอรมนีใช้นโยบาย "ทองคำต้องอยู่บ้าน" โดยทยอยขนทองคำกลับจากนิวยอร์กและปารีสมาไว้ที่แฟรงก์เฟิร์ต เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าในยามวิกฤต พวกเขามีทรัพย์สินที่จับต้องได้จริงคอยหนุนหลังเงินยูโรอยู่

อันดับ 3 อิตาลี มีทองคำมากถึง 2,452 ตัน อิตาลีคือข้อยกเว้นที่น่าสนใจ แม้ประเทศจะมีหนี้สาธารณะสูง แต่กลับไม่ยอมขายทองคำเลยแม้แต่ตันเดียว เพราะทองคำคือ "สายสิญจน์" เส้นสุดท้ายที่ทำให้เจ้าหนี้ทั่วโลกยังเชื่อมั่นในเสถียรภาพของอิตาลี

อันดับ 4 ฝรั่งเศส มีทองคำมากถึง 2,437 ตัน เมืองน้ำหอมเลิกขายทองคำมาตั้งแต่ปี 2009 และเปลี่ยนมาเป็นสาย "สะสม" เพื่อเตรียมรับมือกับระเบียบโลกใหม่ที่ลดการพึ่งพิงดอลลาร์ (De-dollarization)

อันดับ 5. รัสเซีย มีทองคำมากถึง 2,333 ตัน รัสเซียคือประเทศที่เปลี่ยน "ดินเป็นทอง" โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ขุดได้ แปลงเป็นทองคำแท็บเก็บเข้าคลังเพื่อหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ทองคำของรัสเซียในวันนี้ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่คือ "โล่ป้องกัน" ทางเศรษฐกิจ

ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

อันดับ 6. จีน มีทองคำมากถึง 2,304 ตัน ตัวเลขนี้เป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่าจีนยังมีทองคำที่ไม่ได้รายงาน (Unofficial) อีกมหาศาล จีนสะสมทองคำเพื่อเตรียมพร้อมให้เงินหยวนก้าวขึ้นมาเป็นสกุลเงินหลักของโลกอย่างเต็มตัว

อันดับ 7. สวิตเซอร์แลนด์ มีทองคำมากถึง 1,040 ตัน แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่คือโรงกลั่นทองคำของโลก ทองคำในคลังของสวิสคือเครื่องหมายการค้าของความ "เป็นกลาง" และความปลอดภัยสูงสุด

อันดับ 8. อินเดีย มีทองคำมากถึง 880 ตัน อินเดียไม่ได้ซื้อทองคำแค่ในระดับรัฐบาล แต่ "ความรักในทองคำ" อยู่ในสายเลือดคนอินเดีย ธนาคารกลางอินเดียเร่งเก็บทองเพิ่มเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่โตวันโตคืน

อันดับ 9. ญี่ปุ่น มีทองคำมากถึง 846 ตัน ญี่ปุ่นสะสมทองคำเพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เริ่มร้อนแรงขึ้น

อันดับ 10. ตุรกี มีทองคำมากถึง 617 ตัน ตุรกีคือม้าแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะต้องสู้กับวิกฤตเงินเฟ้อในประเทศอย่างหนัก ทองคำจึงกลายเป็น "เครื่องช่วยหายใจ" เดียวที่เหลืออยู่ของเศรษฐกิจตุรกี

ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

และทำไมเราต้องสนว่าเขาถือทองเท่าไหร่ หลายคนอาจจะสงสัยและเคยตั้งคำถาม หรือบางคนก็เก็บข้อสงสัยนี้เอาไว้ในใจมากเนิ่นนาน นั่นก็เพราะว่า ในวันที่โลกไม่เชื่อใจกระดาษ (เงินตรา) ทุกคนจะวิ่งกลับไปหาโลหะ (ทองคำ) ดังเช่นสถานการณ์ปัจจุบันในหลายประเทศบนโลกใบนี้ ที่กำลังเกิดความขัดแย้งกัน เริ่มตั้งแต่ระดับเบาจนลุกลามบานปลายกลายเป็นสงคราม

การที่ประเทศไทยเรามีทองคำสำรองอยู่อันดับที่ 22 ของโลก หรือประมาณ 240 ตัน สะท้อนให้เห็น ว่า เราเองก็กำลังปรับตัวเพื่อไม่ให้ตกขบวนความมั่นคงนี้เช่นกัน "ทองคำไม่ใช่แค่ของสะสมของคนรวย แต่มันคือประกันชีวิตของคนทั้งชาติ"

ทองคำ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก YLG Group, เพจเฟซบุ๊ก KIM Property Live, reddit.com, bloomberg.com, เพจเฟซบุ๊ก แม่เฒ่า เล่าเรื่อง, สมาคมค้าทองคำ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top