ปชป.ต้องเลิกขายอดีต? อ.อุ๋ย ตีโจทย์ใหม่กรุงเทพฯ คือผลลัพธ์ ไม่ใช่คำพูด

ปชป.ต้องเลิกขายอดีต? อ.อุ๋ย ตีโจทย์ใหม่กรุงเทพฯ คือผลลัพธ์ ไม่ใช่คำพูด

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.07 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรือ อ.อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมาย และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ถ้าจะกลับมา ต้องทำให้เห็น ไม่ใช่แค่พูด” : ทางรอดประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ 2569

กรุงเทพฯ วันนี้ไม่ใช่กรุงเทพฯ เมื่อยี่สิบปีก่อน โครงสร้างประชากรเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ คนกรุงเทพฯ ดั้งเดิมลดสัดส่วนลง ขณะที่แรงงาน คนทำงานรุ่นใหม่ ฟรีแลนซ์ และผู้ย้ายทะเบียนบ้านจากต่างจังหวัดเข้ามาตั้งหลัก กลายเป็นฐานเสียงหลักของเมือง พวกเขาไม่ได้มีความผูกพันทางอารมณ์กับพรรคใดพรรคหนึ่ง และตัดสินการเมืองจาก “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” มากกว่า “ภาพจำในอดีต”


ในอดีต พรรคประชาธิปัตย์ เคยถูกมองว่าเป็นตัวแทนชนชั้นกลาง ปัญญาชน และระบบคุณธรรม ขณะที่พรรคอื่นถูกติดภาพบ้านใหญ่หรือการเมืองแบบอุปถัมภ์ แต่ปัจจุบันทุกพรรคมีทั้งนักธุรกิจ บ้านใหญ่ คนรุ่นใหม่ และนักวิชาการปะปนกัน ความได้เปรียบเชิงภาพลักษณ์ของประชาธิปัตย์จึงไม่ชัดเหมือนเดิม

โจทย์จึงไม่ใช่ “จะทวงอดีตกลับมา” แต่คือ “จะนิยามตัวเองใหม่ให้ตรงกับกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนไปอย่างไร”

กลับสู่ราก แต่แปลงให้ร่วมสมัย

จุดแข็งดั้งเดิมของพรรคคือหลักนิติรัฐ ความสุจริต เสรีภาพ และการบริหารแบบสถาบัน ปัญหาไม่ใช่การไม่มีหลักการ หากแต่คือการสื่อสารและแปลงหลักการเหล่านั้นให้เชื่อมกับชีวิตรายวันของคนเมือง

คนกรุงเทพฯ วันนี้จำนวนมากคือ “ผู้เช่าเมือง” ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง แบกรับค่าเช่า ค่าครองชีพ ค่าขนส่ง และเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 กับน้ำท่วมซ้ำซาก หากประชาธิปัตย์จะกลับมา ต้องเสนอภาพ “เมืองที่อยู่ได้จริง” เช่น นโยบายควบคุมค่าโดยสารแบบเชื่อมต่อทั้งระบบ การบริหารจัดการฝุ่นเชิงโครงสร้าง และการเปิดเผยงบประมาณเมืองแบบตรวจสอบได้ทันที

วาทกรรม “ดีแต่พูด” : บทเรียนที่ต้องยอมรับ

หนึ่งในข้อกล่าวหาที่พรรคเผชิญคือ “ดีแต่พูด” มีหลักการ มีเหตุผล แต่ไม่สร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนรู้สึกได้ ต้องยอมรับว่าคำวิจารณ์นี้มีรากจากความจริงบางส่วน พรรคมักเน้นการอภิปรายเชิงหลักการและโครงสร้างระยะยาว ขณะที่ประชาชนดูว่าพรรคใดมี “ผลงาน” หรือไม่ จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพที่ลดลง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปัญหาจึงไม่ใช่พรรคไม่มีผลงาน คือจริงๆ แล้วมี แต่ “ผลงานไม่ถูกทำให้เห็น” และ “คำพูดไม่ถูกแปลงเป็นตัวเลขวัดผล”

ทางออกมีอย่างน้อยสามประการ

1. ทุกนโยบายต้องมีตัวชี้วัดชัดเจน เช่น ลดค่าใช้จ่ายขนส่งเฉลี่ยต่อเดือนกี่บาท ลดจุดน้ำท่วมกี่จุดในกี่ปี

2. ทำงานพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะฤดูกาลเลือกตั้ง สร้างทีมประจำเขตที่สื่อสารผลลัพธ์เป็นรายเดือน

3. สร้างภาพลักษณ์ผู้บริหารมืออาชีพ มากกว่านักอภิปราย

ยุทธศาสตร์สนามผู้ว่าฯ กทม. กลางปี 2569

ศึกผู้ว่าฯ ไม่ใช่การแข่งขันคำขวัญ แต่คือการแข่งขันความเชื่อมั่น พรรคควรเปิดตัว “ทีมเงา กทม.” ล่วงหน้า แสดงวิสัยทัศน์ครบวงจร ทั้งผังเมือง ขนส่ง สิ่งแวดล้อม และการคลังท้องถิ่น พร้อม dashboard งบประมาณที่ประชาชนตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์

ยุทธศาสตร์ควรยึด 3 แกนหลัก

(1) เมืองโปร่งใส ตรวจสอบได้

(2) เมืองที่โอกาสทางเศรษฐกิจเข้าถึงคนตัวเล็ก

(3) เมืองที่บริหารด้วยข้อมูล ไม่ใช่อารมณ์

พร้อมกันนั้น พรรคต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ ภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีบทบาท สะท้อนความหลากหลายของกรุงเทพฯ จริง ๆ ไม่ใช่เพียงปรับภาพลักษณ์เชิงสัญลักษณ์

เลิกเทียบอดีต แล้วแข่งขันกับปัจจุบัน

การพูดถึงยุคทองอาจสร้างความภูมิใจ แต่ไม่สร้างคะแนนเสียง คนกรุงเทพฯ รุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้มีความทรงจำร่วมกับยุคนั้น สิ่งที่เขาต้องการคือคำตอบว่า “พรุ่งนี้ชีวิตจะดีขึ้นอย่างไร”

หากประชาธิปัตย์สามารถยืนบนหลักการเดิม แต่ปรับวิธีทำงานและวิธีสื่อสารให้ทันสมัย แปลงคำพูดเป็นตัวเลข และแปลงอุดมการณ์เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ วาทกรรม “ดีแต่พูด” จะค่อย ๆ จางหายไป

กรุงเทพฯ ไม่ได้ปิดประตูใส่ใคร แต่เปิดรับพรรคที่พิสูจน์ตนเองด้วยการกระทำมากกว่าถ้อยคำ หากกล้าทบทวนและกล้าปรับโดยไม่ทิ้งแก่นแท้ โอกาสกลับมาครองใจคนกรุงเทพฯ ก็ยังมีอยู่เสมอ

ด้วยความปรารถนาดี

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top