วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันนี้ 2 มิถุนายน 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ร่ายยาววิเคราะห์แนวคิดรัฐบาลที่เตรียมเดินหน้า การบริหารรถไฟฟ้าเหลือเพียงรายเดียว หรือ Single Ownership โดยให้รถไฟฟ้าทุกสายไปอยู่ภายใต้การบริหารของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อปูทางสู่ตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม โดยมีข้อความว่า "รวบรถไฟฟ้าทุกสายไว้ที่ รฟม.
“เกมใหญ่กว่า” คืออะไร? เมื่อรัฐบาลเดินหน้าแนวคิด “การบริหารรถไฟฟ้าเหลือเพียงรายเดียว หรือ Single Ownership” ให้รถไฟฟ้าทุกสายอยู่ภายใต้การบริหารของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อปูทางสู่ “ตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม” หลายคนมองว่านี่คือข่าวดีที่รอคอยมานาน
.jpg)
แต่คำถามสำคัญคือ... นี่เป็นเพียงการจัดระเบียบรถไฟฟ้า หรืออาจมีเกมใหญ่กว่าที่หลายคนคิด?
1. ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารร่วม ใครๆ ก็อยากได้ ตั๋วร่วมหมายถึง ใช้บัตรหรือแอปเดียวขึ้นรถไฟฟ้าได้ทุกสายทุกสี โดยไม่ต้องใช้บัตรหลายใบเหมือนในปัจจุบันที่ BTS ใช้ Rabbit และ MRT ใช้ EMV หรือ MRT Card นับเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ค้างคามานานกว่า 20 ปี ถ้ามี “ตั๋วร่วม” ผู้โดยสารอาจใช้เพียงบัตรเครดิตหรือแอปมือถือใบเดียวแตะได้ทุกระบบ ส่วนค่าโดยสารร่วมหมายถึง การคิดอัตราค่าโดยสารเป็นระบบเดียวกัน ไม่ใช่เริ่มนับค่าโดยสารใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนสาย ระบบจะมองว่าเป็นการเดินทางครั้งเดียว ไม่ใช่คิดแยกตามผู้ให้บริการ ผลลัพธ์คือ ประชาชนจ่ายน้อยลง เดินทางสะดวกขึ้น คนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น รถติดลดลง มลพิษลดลง ใช้พลังงานน้อยลง และเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น
.jpg)
2. “ไม่ใช้งบประมาณ และไม่กระทบหนี้สาธารณะ”... จริงหรือ? ประเด็นที่น่าสนใจคือ มีการยืนยันว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะ “ไม่ใช้งบประมาณ” และ “ไม่กระทบหนี้สาธารณะ” ประโยคนี้ฟังดูดี แต่หากรัฐบาลต้องการให้ค่าโดยสารเหลือเพียง 40 บาทตลอดวัน คำถามง่ายๆ คือ รายได้ที่หายไป ใครจะเป็นคนจ่าย เพราะหากรายได้จากค่าโดยสารลดลง ย่อมต้องมีผู้รับภาระส่วนต่าง และถ้าสุดท้ายเป็นภาครัฐ ก็ย่อมหนีไม่พ้นการเป็นภาระทางการคลังในอนาคต
3. “เกมใหญ่กว่า” ที่น่าจับตา ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องแนวคิดการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าจากเอกชนด้วยวงเงินสูงถึง 1.4 แสนล้านบาท เพื่อเปิดทางสู่การลดค่าโดยสาร หากแนวคิดนี้ยังอยู่บนโต๊ะ นี่อาจเป็นเกมใหญ่กว่าที่หลายคนคิด เพราะฝ่ายที่ได้ประโยชน์ชัดเจนที่สุดอาจไม่ใช่ประชาชนหรือรัฐบาล แต่คือผู้รับสัมปทานเดิม เมื่อขายคืนสัมปทานแล้ว เอกชนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องจำนวนผู้โดยสารอีกต่อไป โดยเฉพาะสายที่มีผู้โดยสารต่ำกว่าคาด ขณะที่ยังมีโอกาสได้รับงานเดินรถและซ่อมบำรุงต่อ พร้อมรายได้ที่แน่นอนในระยะยาว ส่วนรัฐบาลจะกลายเป็นผู้รับความเสี่ยงแทบทั้งหมด หากหลังลดค่าโดยสารแล้ว ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นไม่มากพอ รายได้จากค่าโดยสารอาจไม่เพียงพอทั้งค่าซื้อคืนสัมปทาน ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง สุดท้าย ภาระอาจย้อนกลับมาที่งบประมาณของประเทศ น่าคิดว่า หากซื้อคืนสัมปทาน รัฐจะต้องจ่ายเงินค่าซื้อคืน จ่ายค่าจ้างเดินรถ และรับความเสี่ยงเองทั้งหมด แต่หากไม่ซื้อคืน รัฐเพียงจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างจากการลดค่าโดยสาร โดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างเดินรถ ค่าซ่อมบำรุง และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเองทั้งหมด แล้วทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่ากัน?
.jpg)
4. บทสรุป ตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมเป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯ รอคอยมานาน และควรเกิดขึ้นได้แล้ว แต่ความสำเร็จของนโยบายนี้ ไม่ได้อยู่ที่การโอนรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีไปที่ รฟม.เท่านั้น แต่อยู่ที่คำตอบของคำถามสำคัญว่า “ค่าโดยสารที่ถูกลงนั้น จะยั่งยืนได้อย่างไร และใครจะเป็นผู้รับภาระส่วนต่าง” เพราะสุดท้ายแล้ว ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงข่าวดีในวันนี้ แต่ต้องการระบบขนส่งที่ดี เป็นธรรม และไม่กลายเป็นภาระของประเทศในวันข้างหน้า จึงขอให้รัฐบาลศึกษาและพิจารณานโยบายนี้อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการประเมินผลกระทบในระยะยาว เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาในวันนี้ กลายเป็นภาระที่รัฐบาลและประชาชนต้องร่วมกันแบกรับในอนาคต"
ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์โพสต์ของ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เกี่ยวกับการวิเคราะห์ของเจ้าตัวที่มีต่อแนวคิดของรัฐบาลในการการบริหารรถไฟฟ้าเหลือเพียงรายเดียว เช่น
"ที่จริง ควรให้ดร.สามารถ ลงสมัคร ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ในนามพรรค ปชป.มากกว่า"
"หลายสาย อาบุสัมปทาน เหลือไม่มากแล้ว การรวบคืน อาจจะเข้าทาง นกม. บางกลุ่ม + เอื้อเจ้าของสัมปทานได้ เหมือน ทางด่วนขั้นที่1&2 หาเหตุ ต่อสัมปทานออกไปไม่สิ้นสุด"
"พอจะมีทางออกอื่นโดยที่ประขาชนยังได้รับปย. เพื่อเสนอต่อรบ. หรือให้ประชาชนได้พิจารณาบ้างมั้ยครับ…เพราะเป็นอย่างที่ อ.ว่า สุดท้ายภาระก็ตกอยู่ที่ปชช.(เสียภาษี)อยู่ดี"
"ผลประโยชน์ทับซ้อนใช้ประชาชนบังหน้าเหมือนเดิม และแปลงร่างให้ เอกชน นอนกินยาวๆ"
"อยากได้ตั๋วร่วมทุกสายแบบที่จีน จะกี่สายกี่สีราคาถูกมากๆ ถูกจนตกใจถ้าที่ไทยขึ้นแบบที่จีนคงหมดเยอะๆเลย ความเร็วคือไวเวอร์รถมาถี่จัดๆ ขบวนก็หลายโบกี้ยาวๆเลย"

.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี